โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการระยะยาวของประชากรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยโรคนี้เกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือมีเลือดออกภายในสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและเริ่มเสียหายภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
หลายคนเข้าใจว่า Stroke เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงพบผู้ป่วยอายุน้อยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ หรือมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ออกกำลังกาย
โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke หรือ Cerebrovascular Disease) คือ ภาวะที่สมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือมีเลือดออกภายในสมอง ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหารจนเกิดความเสียหาย
หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เซลล์สมองจะตายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การพูด ความจำ การมองเห็น และอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้
โรคหลอดเลือดสมองมีกี่ชนิด?
โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) พบประมาณ 80–85% ของผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากลิ่มเลือดหรือคราบไขมันอุดตันหลอดเลือดสมอง ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)
- ลิ่มเลือดจากหัวใจ
- โรคหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation)
อ่านเพิ่มเติม: เส้นเลือดในสมองตีบคืออะไร?
2. โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) พบประมาณ 15–20% เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ทำให้มีเลือดออกภายในสมองสาเหตุสำคัญ ได้แก่
- ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
- หลอดเลือดโป่งพอง
- ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
อ่านเพิ่มเติม: เส้นเลือดในสมองแตกคืออะไร?
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
- หน้าเบี้ยว
- ปากตก
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด
- พูดไม่ได้
- มองเห็นภาพซ้อน
- เดินเซ
- เวียนศีรษะรุนแรง
- ปวดศีรษะเฉียบพลันผิดปกติ
- หมดสติ
หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรักษาภายในระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสียหายของสมองได้อย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม: อาการเตือน Stroke ที่ไม่ควรมองข้าม
BEFAST คืออะไร?

อ่านเพิ่มเติม: BEFAST คืออะไร?
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร?
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่
- ความดันโลหิตสูง
- เบาหวาน
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคหัวใจ
- หลอดเลือดแดงแข็ง
- สูบบุหรี่
- ดื่มแอลกอฮอล์
- โรคอ้วน
- ขาดการออกกำลังกาย
- อายุที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร?
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง
แพทย์จะใช้การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางรังสีร่วมกัน เช่น
- CT Brain
- MRI Brain
- CT Angiography
- MRI Angiography
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
- อัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอ (Carotid Ultrasound)
- ตรวจเลือด
การตรวจเหล่านี้ช่วยแยกว่าผู้ป่วยเป็น เส้นเลือดในสมองตีบ หรือ เส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน
อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดสมองตรวจอย่างไร?
การเกิดโรคหลอดเลือดสมองในทางการแพทย์จีน
ในทัศนะการแพทย์แผนจีน โรคหลอดเลือดสมองมักสัมพันธ์กับความไม่สมดุลของร่างกายหลายด้าน โดยเฉพาะการเกิดเลือดคั่ง ร่วมกับพลังชี่พร่องและอาจมีเสมหะอุดกั้น ทำให้การไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัด ส่งผลให้หลอดเลือดหล่อเลี้ยงสมองทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง ยังสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องเสมหะชื้น ซึ่งเกิดจากการทำงานของม้ามบกพร่อง ทำให้ของเหลวสะสม กลายเป็นเสมหะและเลือดคั่ง เมื่อสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
บทบาทของยาสมุนไพรจีนในการรักษาและฟื้นฟูหลอดเลือดสมอง
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมุ่งเน้นการฟื้นฟูสมดุลของร่างกายควบคู่ไปกับการส่งเสริมการไหลเวียนของชี่และเลือด ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้การรักษาและฟื้นฟูหลอดเลือดสมองประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เช่น Huangqi, Danshen, Chuanxiong, Chishao, Honghua ฯลฯ มีสรรพคุณในการบำรุงพลังชี่ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด สลายเลือดคั่ง เปิดเส้นลมปราณ และช่วยให้การไหลเวียนของชี่และเลือดเป็นไปอย่างสมดุล ผ่านการศึกษาทางเภสัชวิทยาและชีววิทยาระดับโมเลกุล ออกฤทธิ์ผ่านหลายกลไกพร้อมกัน (Multi-target, Multi-pathway) ได้แก่
- ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อสมอง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เซลล์สมองได้รับความเสียหายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
- ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสมองขาดเลือด และอาจช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลายเพิ่มเติม
- ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น
- ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท และลดการตายของเซลล์สมองจากภาวะขาดเลือด
- สนับสนุนการซ่อมแซมและการฟื้นตัวของสมอง โดยมีรายงานว่าส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดใหม่และช่วยให้การฟื้นฟูระบบประสาทเป็นไปได้ดีขึ้น
การฟื้นฟูหลัง Stroke
การฟื้นฟูควรเริ่มโดยเร็วที่สุดหลังอาการคงที่ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ประกอบด้วย
- กายภาพบำบัด
- ฝึกการเดิน
- ฝึกการใช้มือ
- ฝึกพูด
- ฝึกกลืนอาหาร
- กิจกรรมบำบัด
- ดูแลด้านโภชนาการ
- การสนับสนุนด้านจิตใจ
- การดูแลด้วยการแพทย์ทางเลือก
อ่านเพิ่มเติม: ฟื้นฟูหลัง Stroke อย่างไร?
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ควบคุมไขมันในเลือด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- งดสูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
สรุป
โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด การรู้จักอาการเตือน การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที สามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังผ่านระยะเฉียบพลัน การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์จีนภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคซ้ำได้
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









