เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่งที่เกิดจากหลอดเลือดในสมองฉีกขาดหรือแตก ทำให้เลือดไหลออกไปสะสมในเนื้อสมองหรือบริเวณรอบสมอง เลือดที่รั่วออกมาจะกดเบียดเนื้อสมองและเพิ่มความดันภายในกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้เซลล์สมองเสียหายอย่างรวดเร็ว แม้เส้นเลือดในสมองแตกจะพบน้อยกว่าเส้นเลือดในสมองตีบ แต่โดยทั่วไปมักมีความรุนแรงสูงกว่า และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
เส้นเลือดในสมองแตกคืออะไร?
เส้นเลือดในสมองแตก คือ ภาวะที่ผนังหลอดเลือดในสมองฉีกขาด ทำให้เลือดไหลออกจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อสมองหรือช่องว่างรอบสมอง เมื่อเลือดออกมากขึ้น จะเกิดผลกระทบ 2 ประการ ได้แก่
- เลือดไปเลี้ยงเนื้อสมองลดลง ทำให้สมองขาดออกซิเจน
- เลือดที่รั่วออกมากดเบียดเนื้อสมอง ทำให้สมองบวมและความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น
ทั้งสองปัจจัยล้วนทำให้เซลล์สมองเสียหายและอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหว การพูด การมองเห็น หรือการรู้สึกตัว
เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากอะไร?
1. ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อความดันโลหิตสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลงและเสี่ยงต่อการแตก โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็กภายในสมอง
2. หลอดเลือดโป่งพอง (Cerebral Aneurysm) หลอดเลือดบางตำแหน่งอาจโป่งพองคล้ายลูกโป่ง เมื่อผนังหลอดเลือดบางลงมาก มีโอกาสแตกและทำให้เกิดเลือดออกในสมองได้
3. ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง เช่น ภาวะหลอดเลือดแดงเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำผิดปกติ (Arteriovenous Malformation: AVM) ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดและอาจทำให้หลอดเลือดแตกได้
4. การบาดเจ็บที่ศีรษะ อุบัติเหตุที่ศีรษะได้รับแรงกระแทกรุนแรง อาจทำให้หลอดเลือดในสมองฉีกขาดและเกิดเลือดออกได้
5. การใช้ยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดบางชนิด อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในสมองเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ปัจจัยเสี่ยงของเส้นเลือดในสมองแตก
- ความดันโลหิตสูง
- อายุที่มากขึ้น
- การสูบบุหรี่
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
- มีประวัติหลอดเลือดโป่งพอง
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- โรคไตเรื้อรังบางชนิด
- การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
ปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะการควบคุมความดันโลหิต ซึ่งถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
อาการของเส้นเลือดในสมองแตก
อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และอาจรุนแรงกว่าผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบในหลายกรณี อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปวดศีรษะรุนแรงทันที
- ปวดศีรษะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- หน้าเบี้ยว
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ได้
- เดินเซ
- ซึมลง สับสน หรือหมดสติ
- ชักในผู้ป่วยบางราย
อาการอาจเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที และมีแนวโน้มทรุดลงอย่างรวดเร็ว
เส้นเลือดในสมองแตกกับเส้นเลือดในสมองตีบ ต่างกันอย่างไร?
| เส้นเลือดในสมองแตก | เส้นเลือดในสมองตีบ | |
|---|---|---|
| สาเหตุ | หลอดเลือดแตก มีเลือดออกในสมอง | หลอดเลือดอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด |
| อัตราการเกิด | ประมาณ 15–20% ของผู้ป่วย Stroke | ประมาณ 80–85% ของผู้ป่วย Stroke |
| ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ | ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดโป่งพอง | หลอดเลือดแดงแข็ง ลิ่มเลือด โรคหัวใจ |
| การรักษา | ควบคุมเลือดออก ลดความดันในกะโหลก และบางรายอาจต้องผ่าตัด | ยาละลายลิ่มเลือด การนำลิ่มเลือดออก และยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด |
การแยกทั้งสองภาวะทำได้จากการตรวจภาพสมอง เช่น CT Scan หรือ MRI ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว
แพทย์วินิจฉัยเส้นเลือดในสมองแตกอย่างไร?
เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะรีบประเมินอาการและตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
- CT Scan สมอง ซึ่งเป็นการตรวจหลักในระยะฉุกเฉิน
- MRI สมองในบางกรณี
- CT Angiography หรือ MR Angiography หากสงสัยหลอดเลือดโป่งพองหรือความผิดปกติของหลอดเลือด
- ตรวจเลือด
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและประเมินโรคร่วมตามความเหมาะสม
ผลการตรวจจะช่วยวางแผนการรักษาและประเมินความรุนแรงของโรค
หากสงสัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ควรทำอย่างไร?
หากพบอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
- จดเวลาที่เริ่มมีอาการ
- ไม่ให้ผู้ป่วยขับรถเอง
- ไม่ให้รับประทานอาหาร น้ำ หรือยา หากยังไม่ประเมินการกลืน
- ไม่ให้ยาแก้ปวดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเอง
- รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
การได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วสามารถช่วยลดความเสียหายของสมองและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้
สรุป
เส้นเลือดในสมองแตกเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากหลอดเลือดในสมองฉีกขาด ทำให้เลือดออกในสมองและกดเบียดเนื้อสมอง ผู้ป่วยมักมีอาการเฉียบพลัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ แม้โรคนี้จะพบได้น้อยกว่าเส้นเลือดในสมองตีบ แต่มีความรุนแรงสูง การควบคุมความดันโลหิต การลดปัจจัยเสี่ยง และการรีบไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาวะแทรกซ้อนได้
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









