หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้เร็ว

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ทุกนาทีมีความสำคัญ เพราะเมื่อสมองขาดเลือดหรือมีเลือดออกในสมอง เซลล์สมองจะเริ่มเสียหายอย่างรวดเร็ว หากได้รับการรักษาช้า อาจทำให้เกิดความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณของ Stroke จึงคิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือพักผ่อนน้อย ทำให้มาถึงโรงพยาบาลช้าและพลาดโอกาสในการรักษา

ทำไมต้องสังเกตอาการ Stroke ให้เร็ว?

Stroke เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาการมักเกิดภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที ไม่ใช่อาการที่ค่อย ๆ เป็นทีละน้อยเหมือนโรคเรื้อรังหลายชนิด สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนตลอดเวลา เมื่อเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ เซลล์สมองจะเริ่มเสียหายและตายอย่างต่อเนื่อง จึงมีคำกล่าวในวงการแพทย์ว่า

“Time is Brain” หรือ “ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งช่วยรักษาสมองได้มาก”

อาการ Stroke ที่พบบ่อย

1. หน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก

  • ยิ้มแล้วมุมปากสองข้างไม่เท่ากัน
  • หน้าครึ่งซีกตก
  • หลับตาไม่สนิท
  • น้ำลายไหลจากมุมปาก

2. แขนหรือขาอ่อนแรง

  • ยกแขนไม่ขึ้น แขนตก
  • ขาไม่มีแรง เดินเซ
  • จับของไม่ถนัด

3. พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้

  • พูดติดขัด พูดไม่ชัด
  • เรียบเรียงคำพูดไม่ได้ พูดผิดคำ
  • ฟังคนอื่นไม่เข้าใจ

4. ตามัวหรือมองเห็นผิดปกติ

  • มองเห็นภาพซ้อน
  • ตามัวทันที
  • มองไม่เห็นข้างใดข้างหนึ่ง
  • สูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน

5. เดินเซ สูญเสียการทรงตัว

  • เดินเซ
  • ทรงตัวไม่ได้
  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  • ประสานการเคลื่อนไหวผิดปกติ

6. ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นเลือดในสมองแตก

  • ปวดศีรษะทันทีและปวดอย่างรุนแรง
  • อาจมีอาเจียน
  • คอแข็ง
  • ซึมลงหรือหมดสติ

7. ชาหรือสูญเสียความรู้สึก

  • ชาครึ่งซีก
  • มือ/เท้าชา
  • ใบหน้าชา

อาการ Stroke บางครั้งหายเองได้ จริงหรือไม่?

“จริง” ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเพียงไม่กี่นาทีแล้วกลับมาเป็นปกติ ภาวะนี้เรียกว่า TIA (Transient Ischemic Attack) หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว แม้อาการจะหายไปเอง แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่ามีความเสี่ยงเกิด Stroke จริงในอนาคตอันใกล้

อ่านเพิ่มเติม: TIA คืออะไร? สัญญาณเตือนก่อนเกิด Stroke

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที?

  • หน้าเบี้ยว
  • แขนอ่อนแรง
  • ขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • พูดไม่ได้
  • มองเห็นผิดปกติ
  • เดินเซอย่างเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ
  • หมดสติ

หากเกิดอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอดูอาการเองหรือรับประทานยาเองที่บ้าน

ใครบ้างที่ควรระวังอาการ Stroke เป็นพิเศษ?

  • มีความดันโลหิตสูง
  • เป็นเบาหวาน
  • มีไขมันในเลือดสูง
  • โรคหัวใจ
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • ผู้สูงอายุ

หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และหากมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบพบแพทย์

สรุป

อาการของโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมองเห็นผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่ควรมองข้าม เพราะทุกนาทีมีผลต่อการรักษาและการฟื้นตัวของสมอง หากสงสัยว่าเป็น Stroke ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการเอง การจดจำหลัก BEFAST และการสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดความพิการ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ส่วนใหญ่อาการจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันภายในไม่กี่นาที หากมีอาการผิดปกติทันทีควรรีบไปโรงพยาบาล
ได้ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แม้ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ควรรีบพบแพทย์
ควรไป เพราะอาจเป็นภาวะ TIA ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยจำนวนมากยังรู้สึกตัวดี แต่มีอาการหน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
มีโอกาสดีขึ้นอย่างมาก เพราะการรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสมสามารถลดความเสียหายของเซลล์สมองและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top