มะเร็งปอดเป็นเนื้องอกมะเร็งชนิดปฐมภูมิที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศจีน และกลายเป็นเนื้องอกร้ายที่มีอัตราการเกิดและอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเร็วที่สุด รวมถึงมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด จึงถือเป็น “เพชฌฆาตอันดับหนึ่ง” ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ด้วยความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านการรักษามะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามในปัจจุบันไม่ได้หมดหนทางรักษา อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ที่เกิดจากการรักษามะเร็งก็เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในทางคลินิกเช่นกัน การแพทย์จีนช่วย “เสริมพลังร่างกาย (扶正)” และ “ขจัดปัจจัยก่อโรค (祛邪)” โดยขจัดสิ่งก่อโรคโดยไม่ทำร้ายพลังร่างกาย สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาต้านมะเร็ง ลดอาการพิษและผลข้างเคียง รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในทางคลินิก
กรณีศึกษานี้ได้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์หลังรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (กลุ่มอาการพร่องม้ามและไตตามแพทย์จีน) เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับแพทย์ในการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยหญิง อายุ 56 ปี
- เบื่ออาหาร/รับประทานได้น้อยนานกว่า 1 สัปดาห์ เริ่มมีอาการภายหลังได้รับรังสีรักษามะเร็งปอดมากกว่า 2 เดือน
ประวัติการรักษาก่อนหน้า (Prior Treatment History)
- ต้นเดือนธันวาคม 2023 ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอด
- มกราคม 2024 เริ่มได้รับการรักษาด้วยยา targeted therapy ได้แก่ Aumolertinib อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
- 23 มกราคม 2024 ได้รับการทำหัตถการภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ได้แก่ การฉีดสีหลอดเลือดดำส่วนบนภายใต้การนำทาง DSA ร่วมกับการใส่พอร์ตใต้ไหปลาร้าขวา
- 24 มกราคม 2024 ได้รับการรักษาด้วย Bevacizumab 400 มก. โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
- 25 กุมภาพันธ์ 2024 เริ่มรังสีรักษาเสริม (total dose 54 Gy; 2 Gy/ครั้ง × 27 ครั้ง) และสิ้นสุดวันที่ 2 เมษายน 2567
- ภายหลังการรักษา ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหารชัดเจนต่อเนื่องมากกว่า 1 สัปดาห์ จึงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อประเมินเพิ่มเติม
การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)
1. การตรวจ CT ทรวงอก
- ภายหลังการรักษามะเร็งปอดกลีบบนขวา พบ การอักเสบหลายตำแหน่งในปอดทั้งสองข้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- พบต่อมน้ำเหลืองแพร่กระจายบริเวณขั้วปอดขวาและ mediastinum ใกล้เคียงกับครั้งก่อน
- พบน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดสองข้างเล็กน้อย เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- พบเยื่อหุ้มปอดด้านขวาหนาตัวเฉพาะบางส่วน
- พบน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจเล็กน้อย เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
การวินิจฉัย (Diagnosis)
- มะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (right lung adenocarcinoma) ระยะ IVa (T2N2aM1a)
- พบการกลายพันธุ์ EGFR p.E746_A750del และ RB1
- มีการแพร่กระจายหลายตำแหน่ง ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ภายในปอด และเยื่อหุ้มปอด
การวินิจฉัยตามแพทย์แผนจีน
- มะเร็งปอด
- กลุ่มอาการ ม้ามและไตพร่องทั้งคู่ (Pi–Shen Liang Xu)
แผนการรักษา (Treatment Plan)
ภายหลังเข้ารับการรักษา พบว่าอาการ เบื่ออาหารเป็น ๆ หาย ๆ แพทย์พิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงจากรังสีรักษา (radiotherapy-related reaction) ได้ให้การรักษาตามอาการ แต่อาการยังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จึงให้การรักษาเสริมด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน
การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)
- หลังใช้ยา 3 วัน อาการอยากอาหารและการรับประทานดีขึ้นชัดเจน
- หลังใช้ต่อเนื่อง 20 วัน สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ปัจจุบันผู้ป่วยยังคงรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมาที่มีการกระจายหลายตำแหน่ง หลังได้รับการรักษาต้านมะเร็งแบบมุ่งเป้าและรังสีรักษา เกิดอาการเบื่ออาหารชัดเจน หลังใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม อาการอยากอาหารดีขึ้นและได้ผลชัดเจน
ตำรับยาสมุนไพรจีนมีสรรพคุณบำรุงม้าม บำรุงไต สลายก้อน เปิดทางลมปราณ ขจัดพิษ ต้านมะเร็ง ในฐานะการรักษาเสริมสามารถช่วยเพิ่มอัตราการควบคุมโรค ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ลดคะแนนกลุ่มอาการตามแพทย์จีน และลดอุบัติการณ์ของอาการไม่พึงประสงค์จากการรักษาต้านมะเร็ง
จากกรณีนี้พบว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากรังสีรักษาและการรักษาตามอาการทำให้อาการยังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นได้ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยยังคงรับประทานต่อเนื่องในระยะยาวและคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์ต่อไปจากการรักษาเสริมด้วยแพทย์จีน
Source
Department of Oncology, Jinshazhou Hospital, Guangzhou University of Chinese Medicine, China
แหล่งข้อมูล
แผนกมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจินซาโจว มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกวางโจว ประเทศจีน
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย






