มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในเนื้องอกร้ายที่ก่อให้เกิดภาระโรคสูงที่สุดในโลก โดยประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยมะเร็งปอดจำนวนมาก เนื่องจากมากกว่าหนึ่งในสามของอุบัติการณ์และการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดทั่วโลกเกิดขึ้นในประเทศจีน
สำหรับการรักษามะเร็งปอด แนวทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ การผ่าตัด การฉายรังสี เคมีบำบัด และการรักษาแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) แนวทาง “Guidelines for Integrated Diagnosis and Treatment of Cancer in China” ระบุว่า การใช้การแพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน สามารถช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วย ลดผลข้างเคียงจากการรักษาต้านมะเร็ง และเพิ่มประสิทธิผลของการรักษา นอกจากนี้ยังอาจมีบทบาทในการควบคุมการกลับเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของเนื้องอก ยืดระยะเวลาการรอดชีวิต และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
กรณีศึกษานี้ ผู้ป่วยมะเร็งปอดได้รับการรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม เพื่อเป็นแนวทางอ้างอิงในการวินิจฉัยและการใช้ยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมสำหรับแพทย์คลินิกทั่วไป
ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี
- มาพบแพทย์ด้วยอาการไอมีเสมหะนานกว่า 1 เดือน และแน่นหน้าอก 2 วัน
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)
มีประวัติความดันโลหิตสูง
การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)
1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)
- เม็ดเลือดขาว (WBC) 9.41 × 109/L
- ฮีโมโกลบิน 112.0 g/L
- เกล็ดเลือด 419 × 109/L
- hs-CRP 171.88 mg/L
- Serum Amyloid A >200.00 mg/L
2. การตรวจ CT ทรวงอก
- พบก้อนขนาดเล็กหลายตำแหน่งในปอดขวา มีลักษณะเข้าได้กับการแพร่กระจายในทรวงอก (metastatic thorax; MT)
- พบน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดด้านขวา (right pleural effusion) ร่วมกับภาวะปอดแฟบของปอดกลีบล่าง (lower lobe atelectasis)
- พบบริเวณ hilum ปอดขวาโต (enlarged right hilum)
- พบเยื่อหุ้มปอดขวาหนาตัว (right pleural thickening)
- พบรอยโรคความหนาแน่นต่ำในตับ (low-density lesion in the liver) ซึ่งควรพิจารณาเพิ่มเติมว่าอาจเป็นการแพร่กระจายของโรค
3. การส่องกล้องช่องเยื่อหุ้มปอด
- ชิ้นเนื้อจากก้อนในช่องเยื่อหุ้มปอดขวา (right pleural cavity) พบ เซลล์เนื้องอกที่มีความผิดปกติสูง (high atypia) กระจายตัวในเนื้อเยื่อพังผืด
- จากการประเมินลักษณะทางสัณฐานวิทยาและผล immunohistochemistry พิจารณาว่าอาจเป็นเนื้องอกจากระบบโลหิตและน้ำเหลือง (lymphohematopoietic system) หรือมีต้นกำเนิดจากปอด
- ผลการตรวจอิมมูโนฮิสโตเคมี (Immunohistochemistry)
- Calretinin (-)
- CD56 (-)
- CK20 (-)
- CK5/6 (+ scattered)
- CK7 (-)
- Ki-67 (+30%)
- LCA (CD45) (+)
- Napsin A (-)
- Synaptophysin (Syn) (-)
- TTF-1 (+)
4. การเจาะชิ้นเนื้อปอดผ่านผิวหนัง (Percutaneous lung biopsy)
พบว่าเป็นเนื้องอกร้ายชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell malignancy) โดยผล immunohistochemistry สนับสนุนว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาตอยด์ (sarcomatoid carcinoma)
5. การตรวจพันธุกรรม (Genetic testing)
- ALK (+)
- EGFR (+)
- MET (+)


การวินิจฉัย (Diagnosis)
- มะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาตอยด์ (sarcomatoid carcinoma) ระยะ IVA (T3N2M1a)
- ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion)
- ภาวะปอดแฟบ (atelectasis)
- โรคความดันโลหิตสูง (hypertension)
แผนการรักษา (Treatment Plan)
- เนื่องจากผู้ป่วยมีการกลายพันธุ์ของยีน ALK (+) จึงได้รับการพิจารณาให้ crizotinib (ยามุ่งเป้า) ชนิดรับประทาน
- ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)
- จากการติดตามอาการแบบผู้ป่วยนอกอย่างสม่ำเสมอ พบว่า ผู้ป่วยสามารถทนต่อการรักษาได้ดี โดยไม่พบผื่นผิวหนัง (skin rash) ไม่พบความผิดปกติของการทำงานของตับและไต
- ผลการติดตามด้วย ภาพถ่ายทางรังสี (imaging follow-up) พบว่า รอยโรคมีการยุบตัว/ลดลงอย่างชัดเจน (significant lesion absorption)
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งปอดชนิดซาร์โคมาตอยด์ (sarcomatoid carcinoma) ระยะ IVA (T3N2M1a) ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีการเจริญเติบโตเร็ว มีความรุนแรงสูง และมีแนวโน้มในการลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ง่าย
การแพทย์แผนจีนถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาเสริมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ในกรณีนี้ ผู้ป่วยมี ALK (+) จึงได้รับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าร่วมกับการแพทย์แผนจีน ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี การใช้การแพทย์แผนจีนร่วมกับการรักษามาตรฐาน เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด สามารถช่วยเพิ่มประโยชน์ต่อผู้ป่วยในหลายด้าน แม้ว่าในปัจจุบัน การรักษาแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) จะมีบทบาทสำคัญและช่วยปรับปรุงพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามได้อย่างมาก แต่ยังคงมีการดื้อยาและผลข้างเคียงจากยา ดังนั้น การใช้ร่วมกับการแพทย์แผนจีนจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาและลดผลข้างเคียงจากยาได้
ตำรับยาสมุนไพรจีนสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาต้านมะเร็งของแพทย์แผนปัจจุบัน และปรับปรุงอาการ เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น
ในกรณีศึกษานี้ ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามได้รับผลการรักษาที่ดีหลังจากใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยของการแพทย์แผนจีนในการรักษาเสริมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Source
Department of Pulmonology and Infectious Diseases, China
แหล่งข้อมูล
แผนกโรคปอดและโรคติดเชื้อ ประเทศจีน
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย






