ความจริงแล้ว ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการในระยะแรก จึงทำให้โรคนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ภัยเงียบ” เนื่องจากไขมันจะค่อย ๆ สะสมในผนังหลอดเลือดเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่จะแสดงอาการเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันในเลือดสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน
ไขมันในเลือดสูงมีอาการหรือไม่?
“ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ” ภาวะไขมันในเลือดสูงไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติโดยตรงในระยะแรก แม้ว่าระดับ LDL-C หรือไตรกลีเซอไรด์จะสูงกว่าปกติ ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงทราบว่าตนเองมีไขมันในเลือดสูงจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือเมื่อตรวจเลือดเพื่อประเมินโรคอื่น
ทำไมไขมันในเลือดสูงจึงไม่แสดงอาการ?
ไขมันในเลือดสูงเป็นภาวะที่ค่อย ๆ พัฒนาอย่างช้า ๆ เมื่อระดับ LDL-C สูงเป็นเวลานาน ไขมันจะเริ่มสะสมในผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและคราบไขมัน (Atherosclerotic plaque)
ในช่วงแรก หลอดเลือดยังสามารถทำงานได้ตามปกติ จึงไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ แต่เมื่อคราบไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นจนทำให้หลอดเลือดตีบ หรือเกิดการแตกของคราบไขมันจนเกิดลิ่มเลือด ผู้ป่วยจึงเริ่มมีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด
มีอาการอะไรบ้างเมื่อเริ่มเกิดภาวะแทรกซ้อน?
อาการที่พบไม่ได้เกิดจากไขมันในเลือดสูงโดยตรง แต่เกิดจากผลกระทบของหลอดเลือดที่ตีบหรืออุดตัน เช่น
- เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- หายใจลำบาก
- เวียนศีรษะ
- พูดไม่ชัด
- หน้าเบี้ยว
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- เดินเซ
- ตามัวเฉียบพลัน
หากมีอาการดังกล่าว โดยเฉพาะอาการของโรคหลอดเลือดสมอง เช่น หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
อาการที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเกิดจากไขมันในเลือดสูง
มีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับไขมันในเลือดสูง แต่ในทางการแพทย์ยังไม่มีหลักฐานว่าอาการต่อไปนี้เกิดจากไขมันในเลือดสูงโดยตรง เช่น
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- ปวดต้นคอ
- ปวดบ่า
- เหนื่อยง่าย
- ง่วงนอนหลังรับประทานอาหาร
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคหรือภาวะอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ หรือโรคของระบบประสาท จึงไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยไขมันในเลือดสูง
สัญญาณอะไรที่อาจสัมพันธ์กับไขมันในเลือดสูง?
ในบางรายอาจพบความผิดปกติที่สัมพันธ์กับระดับไขมันสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม เช่น
- ก้อนไขมันสีเหลืองบริเวณหนังตา (Xanthelasma)
- ก้อนไขมันบริเวณเอ็น (Tendon xanthoma)
- วงสีขาวหรือสีเทารอบกระจกตาในผู้ที่อายุน้อย (Corneal arcus)
ใครบ้างที่ควรตรวจระดับไขมันในเลือด?
- อายุ 20 ปีขึ้นไป และไม่เคยตรวจไขมันในเลือด
- มีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว
- เป็นโรคเบาหวาน
- เป็นโรคความดันโลหิตสูง
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- สูบบุหรี่
- มีโรคไตเรื้อรัง
- มีโรคไขมันพอกตับ
อ่านเพิ่มเติม: ค่าไขมันในเลือดเท่าไรจึงถือว่าปกติ?
ทำไมการตรวจสุขภาพจึงสำคัญ?
เนื่องจากไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการ การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เมื่อทราบผลตรวจแล้ว แพทย์จะประเมินร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น อายุ โรคประจำตัว ความดันโลหิต และประวัติการสูบบุหรี่ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
สรุป
ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ จึงไม่สามารถประเมินได้จากความรู้สึกหรืออาการเพียงอย่างเดียว การตรวจเลือดเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัย หากปล่อยให้ระดับไขมันสูงเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้น ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน ควรเข้ารับการตรวจระดับไขมันในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









