หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  เจ็บหน้าอกแบบไหน เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ? วิธีสังเกตอาการที่ไม่ควรมองข้าม

เจ็บหน้าอกแบบไหน เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ? วิธีสังเกตอาการที่ไม่ควรมองข้าม

เจ็บหน้าอกแบบไหน เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ? วิธีสังเกตอาการที่ไม่ควรมองข้าม

“อาการเจ็บหน้าอก” เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์หรือเข้าห้องฉุกเฉินมากที่สุด หลายคนกังวลว่าตนเองอาจเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ขณะที่บางคนคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อหรือกรดไหลย้อนแล้วปล่อยทิ้งไว้

ความจริงแล้ว อาการเจ็บหน้าอกไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน 

อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และแนวทางดูแลแบบองค์รวม

ทำไมโรคหลอดเลือดหัวใจจึงทำให้เจ็บหน้าอก?

หัวใจต้องอาศัยหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary Arteries) ในการนำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

เมื่อหลอดเลือดตีบจากการสะสมของคราบไขมัน เลือดจะไหลผ่านได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อหัวใจต้องทำงานหนัก เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Ischemia)

ภาวะนี้จะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึก จึงทำให้เกิดอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ซึ่งเป็นอาการสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจ 

ลักษณะเจ็บหน้าอกที่ควรสงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจ

  • เจ็บหรือแน่นบริเวณกลางหน้าอก
  • รู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับ
  • รู้สึกบีบรัดหรืออึดอัด ไม่ใช่อาการเจ็บแปลบ
  • มักเกิดขณะออกแรงหรือมีความเครียด
  • อาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
  • แต่ละครั้งมักเป็นนานประมาณ 2–10 นาที

อาการที่มักเกิดร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจ

  • เจ็บร้าวไปแขนซ้าย
  • เจ็บร้าวไปคอหรือกราม
  • ปวดร้าวไปหลังหรือหัวไหล่
  • เหนื่อยง่าย
  • หายใจไม่อิ่ม
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • เวียนศีรษะ
  • หน้ามืด

อ่านเพิ่มเติม: อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง?

เปรียบเทียบอาการเจ็บหน้าอกจากสาเหตุต่าง ๆ

สาเหตุลักษณะอาการ
โรคหลอดเลือดหัวใจแน่น บีบรัด กดทับกลางอก มักเกิดเวลาออกแรง อาจร้าวไปแขน คอ หรือกราม
กรดไหลย้อนแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว มักสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารหรือการนอนราบ
กล้ามเนื้ออักเสบเจ็บเป็นจุด กดแล้วเจ็บ เคลื่อนไหวบางท่าจะปวดมากขึ้น
โรคปอดเจ็บเวลาหายใจเข้าลึก ไอ หรือมีไข้ร่วมด้วย
โรควิตกกังวล (Panic Attack)แน่นหน้าอก ใจสั่น หายใจเร็ว มือเท้าชา มักเกิดร่วมกับความเครียด

เจ็บหน้าอกแบบไหนที่ควรรีบไปโรงพยาบาล?

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกนานเกิน 15–20 นาที
  • เจ็บหน้าอกขณะพัก
  • เจ็บร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • หายใจลำบาก
  • หน้ามืดหรือหมดสติ
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังหยุดพัก

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปมีผลต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อหัวใจ

ใครบ้างที่ไม่ควรมองข้ามอาการเจ็บหน้าอก?

แม้อาการจะไม่รุนแรง แต่ควรรีบพบแพทย์หากเป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • อายุ 45 ปีขึ้นไปในผู้ชาย หรือ 55 ปีขึ้นไปในผู้หญิง
  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง
  • สูบบุหรี่
  • โรคอ้วน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

กลุ่มนี้มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าประชากรทั่วไป

สรุป

อาการเจ็บหน้าอกมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่โรคของกล้ามเนื้อ กรดไหลย้อน ไปจนถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ การสังเกตลักษณะของอาการ เช่น เจ็บหรือแน่นกลางอกขณะออกแรง เจ็บร้าวไปแขน คอ หรือกราม และมีอาการเหนื่อยหรือเหงื่อออกมากร่วมด้วย จะช่วยให้สงสัยโรคได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจจากอาการเพียงอย่างเดียว หากมีอาการที่น่าสงสัยหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตได้อย่างมาก

คำถามที่พบบ่อย

ไม่จำเป็น อาการเจ็บหน้าอกด้านซ้ายอาจเกิดจากกล้ามเนื้อ กระดูก ซี่โครง ปอด หรือกรดไหลย้อนได้ แต่หากเป็นอาการแน่นกลางอก เจ็บร้าวไปแขนหรือกราม และเกิดขณะออกแรง ควรรีบพบแพทย์
อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หากอาการเกิดซ้ำเมื่อออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
มีโอกาส แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะหากอาการเกิดซ้ำ หรือเกิดเมื่อออกแรง เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคหลอดเลือดหัวใจ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top