หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  โรคหลอดเลือดหัวใจคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลแบบองค์รวม

โรคหลอดเลือดหัวใจคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลแบบองค์รวม

โรคหลอดเลือดหัวใจคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลแบบองค์รวม

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยและประชากรทั่วโลก เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้หัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต 

โรคหลอดเลือดหัวใจคืออะไร?

หัวใจต้องอาศัยหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary Arteries) ในการนำเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อผนังหลอดเลือดเกิดการสะสมของ

  • ไขมัน LDL
  • คอเลสเตอรอล
  • เซลล์อักเสบ
  • แคลเซียม
  • พังผืด

จะเกิดเป็นคราบไขมัน (Atherosclerotic Plaque) ทำให้หลอดเลือดค่อย ๆ แคบลง เลือดไหลผ่านได้น้อยลง หัวใจจึงได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเวลาที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือออกกำลังกาย

หากคราบไขมันแตก จะกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจหยุดลง และเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ

  • เจ็บหรือแน่นกลางหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับ
  • ปวดร้าวไปไหล่ แขนซ้าย คอ หลัง หรือกราม
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม
  • ใจสั่น
  • เวียนศีรษะ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • คลื่นไส้

หากมีอาการเจ็บหน้าอกนานเกิน 15–20 นาที โดยเฉพาะขณะพัก หรือมีเหงื่อแตก หน้ามืด หายใจลำบาก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

อ่านเพิ่มเติม: อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง?

สาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคนี้เกิดจากการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือดเป็นเวลานาน ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • สูบบุหรี่
  • โรคอ้วน
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารไขมันอิ่มตัวสูง
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • พันธุกรรม
  • ความเครียดเรื้อรัง

อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากอะไร?

โรคหลอดเลือดหัวใจตรวจวินิจฉัยอย่างไร?

แพทย์จะประเมินจากประวัติ อาการ และตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม การตรวจที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • ตรวจเลือด
  • Exercise Stress Test
  • Echocardiogram
  • CT Coronary Angiography
  • การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography)

โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษามีเป้าหมายเพื่อ

  • ลดอาการเจ็บหน้าอก
  • ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตาย
  • ลดการตีบเพิ่มขึ้นของหลอดเลือด
  • ลดการเสียชีวิต

1. ปรับพฤติกรรม

  • งดสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมเบาหวาน
  • ควบคุมความดัน
  • ควบคุมไขมันในเลือด

2. การใช้ยา แพทย์อาจพิจารณาใช้ยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น

  • ยาลดไขมัน
  • ยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยาลดความดัน
  • ยาขยายหลอดเลือด

3. การรักษาด้วยหัตถการ ในผู้ป่วยที่หลอดเลือดตีบรุนแรง อาจจำเป็นต้อง

  • ขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน
  • ใส่ขดลวด (Stent)
  • ผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG)

อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร?

การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในทัศนะการแพทย์จีน?

ในทัศนะการแพทย์แผนจีน ภาวะไขมันในเลือดสูงมักสัมพันธ์กับ “เสมหะชื้น” ซึ่งเกิดจากการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารบกพร่อง ทำให้การลำเลียงและเปลี่ยนแปลงสารอาหารไม่มีประสิทธิภาพ เกิดการสะสมของความชื้นและเสมหะภายในร่างกาย เมื่อสะสมเป็นเวลานานจะรวมกับภาวะเลือดคั่ง ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดติดขัด คล้ายกับกระบวนการเกิดหลอดเลือดแข็งและตีบในทางการแพทย์ปัจจุบัน 

บทบาทของยาสมุนไพรจีนในการดูแลหลอดเลือดหัวใจ

การรักษาในทางการแพทย์จีนจึงไม่ได้มุ่งเพียงการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดเสมหะชื้น ฟื้นฟูการทำงานของม้าม และปรับสมดุลชี่ร่วมด้วย ด้วยตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้ดูแลหลอดเลือดหัวใจและสมอง มีประวัติการใช้ในวงการแพทย์จีนมาอย่างยาวนาน ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด เช่น Huangqi, Danshen, Chuanxiong, Honghua, Chishao ฯลฯ ผ่านการศึกษาทางเภสัชวิทยาและชีววิทยาระดับโมเลกุล ออกฤทธิ์ผ่านหลายกลไกพร้อมกัน (Multi-target, Multi-pathway) ได้แก่

1. ลดการอักเสบของผนังหลอดเลือด

  • ลดการสร้างสารก่อการอักเสบหลายชนิด เช่น TNF-α, IL-1β, IL-6 
  • ยับยั้งการทำงานของ NF-κB signaling pathway 

ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ควบคุมการอักเสบของหลอดเลือด ส่งผลให้ลดการอักเสบและชะลอการดำเนินของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

2. ปกป้องเซลล์บุผนังหลอดเลือด

  • โดยเพิ่มการสร้าง Nitric Oxide 
  • กระตุ้นการทำงานของ eNOS 
  • ลดภาวะ Endothelial Dysfunction
  • ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก

จึงช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้นและคงความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด

3. ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน

ความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งการเกิดคราบไขมันและทำลายเซลล์หลอดเลือด

4. ลดการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง

  • ชะลอการสะสมของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด
  • ลดการเกิด Foam Cell
  • ลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในผนังหลอดเลือด
  • เพิ่มเสถียรภาพของคราบไขมัน (Plaque Stability)

5. ลดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและส่งเสริมการไหลเวียนเลือด 

  • ลดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (Platelet Aggregation)
  • ลดความหนืดของเลือด
  • ส่งเสริมการไหลเวียนในหลอดเลือดฝอย
  • ช่วยเพิ่มการส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ

6. ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจ

  • ลดการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ (Apoptosis)
  • ลดความเสียหายจากภาวะขาดเลือดและการกลับมาได้รับเลือด (Ischemia-Reperfusion Injury)
  • ปรับสมดุลการใช้พลังงานของเซลล์หัวใจ
  • ส่งเสริมการทำงานของไมโทคอนเดรีย

ดูแลตนเองอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

  • รับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ลดอาหารหวาน มัน และเค็ม
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมันในเลือด
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สรุป

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่สามารถป้องกันและชะลอการดำเนินโรคได้ หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม การควบคุมปัจจัยเสี่ยง การปรับพฤติกรรม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ล้วนมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ในทางการแพทย์จีน การฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ควบคู่กับการส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและการจัดการภาวะเสมหะชื้น เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อาจนำมาใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม

คำถามที่พบบ่อย

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุม ชะลอการดำเนินโรค และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ หากได้รับการรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม
ไม่จำเป็น ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ โรคอ้วน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง แม้ยังไม่มีอาการ เนื่องจากโรคอาจดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก
ไม่เหมือนกัน โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นภาวะที่หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ส่วนกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน
การป้องกันควรเริ่มตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top