หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  นั่งนานแล้วปวดหลัง แก้อย่างไร? วิธีลดปวดสำหรับคนทำงานออฟฟิศ

นั่งนานแล้วปวดหลัง แก้อย่างไร? วิธีลดปวดสำหรับคนทำงานออฟฟิศ

นั่งนานแล้วปวดหลัง แก้อย่างไร? 6 วิธีสำหรับคนทำงาน

นั่งนานแล้วปวดหลัง แก้อย่างไร? หากเริ่มปวดหลังหรือปวดเอวระหว่างนั่งทำงาน ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ เดินสั้น ๆ หรือขยับร่างกายก่อน เพราะการอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังและเอวล้าและเกิดอาการปวดได้ หากเป็นบ่อย ควรดูเพิ่มเติมทั้งพฤติกรรมการนั่ง การจัดพื้นที่ทำงาน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน เพื่อช่วยลดปัจจัยที่ทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำ

ทำไมนั่งนานแล้วถึงปวดหลัง?

เวลานั่งทำงานต่อเนื่อง ร่างกายไม่ได้อยู่นิ่งจริง ๆ เพราะกล้ามเนื้อบริเวณหลัง เอว สะโพก และลำตัวต้องช่วยพยุงร่างกายอยู่ตลอด เมื่ออยู่ในท่าเดิมนาน อาจเกิด 

  • กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานต่อเนื่องจนล้า
  • หลังและสะโพกไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งมากนัก
  • ร่างกายมีโอกาสเคลื่อนไหวน้อยลง
  • ความตึงและความไม่สบายบริเวณหลังเพิ่มขึ้น
  • ยิ่งนั่งนาน อาจยิ่งรู้สึกปวดหรือตึงมากขึ้น

1. ปวดเมื่อไร ให้เปลี่ยนท่าก่อน ถ้านั่งทำงานแล้วเริ่มปวดหลังหรือปวดเอว ลองเปลี่ยนตำแหน่งร่างกายก่อน เช่น

  • เอนพนักพิงเล็กน้อย
  • ปรับตำแหน่งสะโพกบนเก้าอี้
  • เปลี่ยนตำแหน่งขา
  • ลุกขึ้นยืน
  • เดินระยะสั้น ๆ
  • เปลี่ยนไปทำงานในท่าอื่นชั่วคราว

สำหรับคนที่นั่งแล้วปวด แต่พอลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถแล้วดีขึ้น รูปแบบอาการนี้อาจบอกได้ว่าการอยู่ในท่าเดิมเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้น

2. อย่าพยายาม “นั่งหลังตรง” ตลอดทั้งวัน หลายคนแก้ปวดหลังด้วยการเกร็งตัวให้นั่งตรงตลอดเวลา แต่การพยายามค้างท่าหนึ่งไว้นาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานต่อเนื่องและรู้สึกล้ามากขึ้นได้ สิ่งที่ควรทำคือ

  • ให้หลังมีพนักพิงรองรับ
  • นั่งในท่าที่รู้สึกสบาย
  • ไม่เกร็งไหล่หรือหลังโดยไม่จำเป็น
  • เปลี่ยนท่านั่งเป็นระยะ
  • สลับระหว่างนั่ง ยืน และเดินเมื่อทำได้

ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์ และตำแหน่งอุปกรณ์ ควรพิจารณาร่วมกับหลัก Ergonomics

3. ลุกขยับร่างกายระหว่างวัน WHO ให้ความสำคัญกับการลดเวลาที่ใช้พฤติกรรมเนือยนิ่งและเพิ่มกิจกรรมทางกาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน สำหรับคนทำงาน วิธีง่าย ๆ คือแทรกการเคลื่อนไหวเข้าไปในกิจวัตร เช่น

  • ลุกเดินไปเติมน้ำ
  • เดินไปคุยกับเพื่อนร่วมงานแทนการส่งข้อความ
  • ยืนคุยโทรศัพท์
  • เดินระยะสั้นในช่วงพัก
  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างงาน
  • ใช้บันไดในระยะที่เหมาะสม

4. ยืดกล้ามเนื้อส่วนที่ตึง หากรู้สึกตึงหลัง เอว หรือสะโพก การยืดเบา ๆ อาจช่วยให้เคลื่อนไหวสบายขึ้น บริเวณที่มักนำมาพิจารณา ได้แก่ 

  • กล้ามเนื้อหลัง
  • กล้ามเนื้อสะโพก
  • กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
  • กล้ามเนื้อด้านหน้าสะโพก
  • กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ หากทำงานหน้าจอนาน

5. ถ้าปวดบ่อย ต้องเพิ่มการออกกำลังกาย ถ้าลุกเดินหรือยืดแล้วดีขึ้น แต่กลับมาปวดทุกวันเมื่อทำงาน การแก้เฉพาะตอนปวดอาจไม่เพียงพอ ควรเพิ่มการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น

  • เดิน
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิก
  • ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
  • ฝึกการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่น

WHO แนะนำ Structured Exercise เป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับ Chronic Primary Low Back Pain โดยการออกกำลังกายสามารถมีได้หลายรูปแบบ ทั้ง Strengthening, Aerobic Exercise, Stretching, Core Strengthening และ Motor Control Exercise

6. ดูเรื่องการนอนและความเครียดด้วย ถ้าปรับโต๊ะ ยืดกล้ามเนื้อ และออกกำลังกายแล้ว แต่ยังปวดหลังบ่อย ควรมองปัจจัยอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ

  • นอนหลับไม่เพียงพอ
  • ความเครียดจากงานสูง
  • เคลื่อนไหวร่างกายน้อยทั้งวัน
  • ออกกำลังกายน้อย
  • กลัวการเคลื่อนไหวเพราะคิดว่าจะทำให้หลังเสียมากขึ้น

ดังนั้น การดูแลอาการปวดหลังจึงควรมองทั้งร่างกาย พฤติกรรมการทำงาน การพักผ่อน และสภาพจิตใจร่วมกัน

ปวดแบบไหนอาจไม่ใช่แค่การนั่งนาน?

แม้อาการปวดหลังในวัยทำงานจำนวนมากไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมหากมี

  • ปวดร้าวลงขาชัดเจนร่วมกับชา
  • ขาอ่อนแรง
  • อาการอ่อนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • ชาบริเวณก้นหรือรอบอวัยวะเพศ
  • การปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ
  • ปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง
  • ปวดหลังร่วมกับไข้หรือมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่น

สรุป

นั่งนานแล้วปวดหลัง ควรเริ่มจากเปลี่ยนอิริยาบถและลุกขยับร่างกาย ไม่จำเป็นต้องพยายามเกร็งหลังให้นั่งตรงตลอดทั้งวัน หากมีอาการเป็นซ้ำ ควรดูทั้งการจัดพื้นที่ทำงาน การออกกำลังกาย ความแข็งแรงของร่างกาย การนอน และความเครียด การยืดหรือนวดอาจช่วยลดอาการชั่วคราว แต่ไม่ควรเป็นวิธีเดียว ส่วนยาสมุนไพรจีนควรเลือกตามการประเมินแบบแพทย์จีนและใช้ร่วมกับการแก้ปัจจัยที่กระตุ้นอาการ

คำถามที่พบบ่อย

Q: นั่งนานแล้วปวดหลังควรลุกเดินไหม?

A: ควรเปลี่ยนอิริยาบถและเคลื่อนไหวเป็นระยะ หากไม่มีข้อห้ามหรืออาการอันตราย ไม่จำเป็นต้องรอให้ปวดมากแล้วจึงลุก

Q: ปวดหลังจากนั่งนานควรยืดตรงไหน?

A: ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ แต่บริเวณหลัง สะโพก และต้นขาเป็นส่วนที่มักนำมาพิจารณา ควรยืดเบา ๆ และหยุดหากเกิดปวดร้าวหรือชา

Q: นั่งหลังตรงช่วยแก้ปวดหลังได้ไหม?

A: การจัดท่าให้เหมาะสมอาจช่วยได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเกร็งให้นั่งตรงตลอดเวลา การเปลี่ยนอิริยาบถและเคลื่อนไหวระหว่างวันก็สำคัญ

Q: ทำไมลุกเดินแล้วหาย แต่พอนั่งกลับมาปวดอีก?

A: อาจเป็นเพราะการนั่งต่อเนื่องเป็นปัจจัยกระตุ้น เมื่อเปลี่ยนท่าหรือเดิน การทำงานของกล้ามเนื้อและแรงที่กระทำต่อร่างกายเปลี่ยนไปจึงรู้สึกดีขึ้น แต่ไม่สามารถใช้ลักษณะนี้วินิจฉัยสาเหตุได้เพียงอย่างเดียว

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Pennocap

Pennocap

ข้อและกระดูก

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top