หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ท่าแก้ปวดหลังและปวดเอวจาก Office Syndrome ทำได้ระหว่างวัน

ท่าแก้ปวดหลังและปวดเอวจาก Office Syndrome ทำได้ระหว่างวัน

ท่าแก้ปวดหลังจาก Office Syndrome ทำได้ระหว่างวัน

ท่าแก้ปวดหลังจาก Office Syndrome ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน สำหรับคนที่นั่งทำงานนานและมีอาการปวดตึงหรือเมื่อยบริเวณหลังและเอว การลุกจากเก้าอี้ เปลี่ยนท่า และขยับร่างกายสั้น ๆ ระหว่างวันอาจช่วยลดความตึงและทำให้เคลื่อนไหวได้สบายขึ้น 

1. ลุกเดินสั้น ๆ 

  • ลุกขึ้นยืน
  • เดินรอบโต๊ะ
  • เดินไปเติมน้ำ
  • เดินไปห้องน้ำ
  • เดินไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน
  • เปลี่ยนจากนั่งเป็นยืนชั่วคราว

การเดินทำให้หลัง สะโพก และขาได้เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวจากตอนนั่ง จึงเหมาะสำหรับแทรกเป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างวัน 

อ่านเพิ่มเติม: นั่งนานแล้วปวดหลัง แก้อย่างไร? วิธีลดปวดสำหรับคนทำงานออฟฟิศ

2. ท่ายืดตัวขึ้นและเอนไปด้านหลังเบา ๆ

หลังจากนั่งก้มตัวหรือโน้มเข้าหาหน้าจอเป็นเวลานาน สามารถลองเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวด้วยการยืนขึ้นและเอนลำตัวไปด้านหลังเล็กน้อย วิธีการคือ

  • ยืนตัวตรง
  • วางมือบริเวณสะโพกหรือเอว
  • ค่อย ๆ เอนลำตัวไปด้านหลังเท่าที่รู้สึกสบาย
  • กลับสู่ท่ายืนปกติ
  • ทำซ้ำช้า ๆ โดยไม่กระแทกหรือฝืน

หากทำแล้วปวดร้าวลงขามากขึ้น ชามากขึ้น หรือเกิดอาการแปลบผิดปกติ ควรหยุด

3. ท่า Cat–Cow ช่วยให้หลังได้เคลื่อนไหว

หากมีพื้นที่และสามารถลงพื้นได้ อาจใช้ท่า Cat–Cow เพื่อขยับกระดูกสันหลังอย่างช้า ๆ วิธีการคือ

  • เริ่มจากท่าคลาน มืออยู่ประมาณใต้หัวไหล่ เข่าอยู่ใต้สะโพก
  • ค่อย ๆ โก่งหลังขึ้นอย่างสบาย
  • จากนั้นค่อย ๆ ลดหลังลงและเปิดหน้าอก
  • เคลื่อนไหวช้า ๆ สลับกัน
  • ไม่ต้องพยายามโก่งหรือแอ่นให้สุดช่วง

ประโยชน์หลักของท่านี้คือช่วยให้หลังได้เคลื่อนไหวสลับระหว่างการงอและเหยียด หลังจากอยู่ในท่าค่อนข้างคงที่มานาน 

4. ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านหน้าสะโพก

การนั่งทำให้สะโพกอยู่ในท่างอเป็นเวลานาน การเปลี่ยนมาอยู่ในท่าที่สะโพกเหยียดมากขึ้นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวัน วิธีการคือ

  • ยืนก้าวขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า
  • งอเข่าหน้าเล็กน้อย
  • ขาหลังอยู่ด้านหลัง
  • รักษาลำตัวตรง
  • ค่อย ๆ เคลื่อนสะโพกไปด้านหน้าจนรู้สึกตึงบริเวณด้านหน้าสะโพกของขาหลัง
  • ทำอีกข้างสลับกัน

5. ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก

กล้ามเนื้อสะโพกเป็นอีกบริเวณที่อาจรู้สึกตึงหลังนั่งนาน สามารถยืดบนเก้าอี้ได้โดยไม่ต้องลงพื้น วิธีการคือ

  • นั่งบนเก้าอี้ที่มั่นคง
  • วางข้อเท้าข้างหนึ่งบนต้นขาอีกข้าง
  • หลังอยู่ในท่าสบาย
  • ค่อย ๆ โน้มลำตัวไปด้านหน้า
  • หยุดเมื่อรู้สึกตึงบริเวณสะโพก
  • สลับทำอีกข้าง

ไม่ควรกดเข่าลงแรง ๆ หรือฝืนจนเกิดอาการปวด หากมีอาการร้าว ชา หรือเสียวซ่าลงขาระหว่างทำ ควรหยุดและประเมินอาการก่อน

6. ท่ายืดต้นขาด้านหลัง

กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังหรือ Hamstrings สามารถยืดได้ง่ายระหว่างวัน วิธีการคือ

  • นั่งบริเวณขอบเก้าอี้
  • เหยียดขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า
  • วางส้นเท้าบนพื้น
  • งอเข่าอีกข้างตามสบาย
  • รักษาหลังในท่าที่สบาย
  • โน้มตัวจากสะโพกไปด้านหน้าเล็กน้อย
  • หยุดเมื่อรู้สึกตึงบริเวณต้นขาด้านหลัง

ไม่จำเป็นต้องพยายามแตะปลายเท้า เพราะเป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเรื่องความยืดหยุ่น

7. หมุนลำตัวเบา ๆ บนเก้าอี้

สำหรับคนที่นั่งทำงานโดยแทบไม่ได้หมุนลำตัวเลย สามารถเพิ่มการเคลื่อนไหวด้วยการหมุนตัวเบา ๆ วิธีการคือ

  • นั่งบนเก้าอี้อย่างมั่นคง
  • วางเท้าทั้งสองข้างบนพื้น
  • ค่อย ๆ หมุนลำตัวไปด้านหนึ่ง
  • กลับมาตรงกลาง
  • หมุนไปอีกด้าน
  • ทำอย่างช้า ๆ ในช่วงที่รู้สึกสบาย

ยืดแล้วดีขึ้น แต่ไม่นานก็กลับมาปวด?

เพราะการยืดอาจช่วยให้รู้สึกตึงน้อยลงหรือเคลื่อนไหวสบายขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลัง หากในแต่ละวันยัง

  • นั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • เคลื่อนไหวน้อย
  • ใช้กล้ามเนื้อในรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ
  • ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • มีความเครียดสูง

อาการก็สามารถกลับมาได้ WHO แนะนำ Structured Exercise สำหรับผู้ใหญ่ที่มี Chronic Primary Low Back Pain และเน้นว่าการดูแลควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่พึ่งการรักษาเพียงวิธีเดียว

อ่านเพิ่มเติม: Core Stability ช่วยคนปวดหลังจากการนั่งทำงานได้อย่างไร?

สรุป

ท่าแก้ปวดหลังจาก Office Syndrome ไม่จำเป็นต้องเป็นท่ายาก การลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ และขยับหลัง สะโพก และขาเบา ๆ สามารถแทรกได้ระหว่างวัน สิ่งสำคัญคือไม่ฝืนความเจ็บและไม่คิดว่ายิ่งยืดแรงยิ่งดี หากอาการกลับมาเป็นซ้ำ การยืดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรเพิ่มการออกกำลังกายและแก้พฤติกรรมที่ทำให้อยู่ในท่าเดิมนาน ส่วนผู้ที่มีปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงควรประเมินสาเหตุก่อนเลือกท่าออกกำลังกาย

คำถามที่พบบ่อย

Q: ท่าแก้ปวดหลังควรทำทุกวันไหม?

A: สามารถขยับร่างกายเป็นประจำได้หากท่านั้นเหมาะกับอาการและไม่ทำให้ปวดมากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องทำท่าเดิมทุกวันหรือยึดจำนวนครั้งตายตัว

Q: ยืดหลังแล้วมีเสียงดังอันตรายไหม?

A: เสียงจากข้อต่อสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความผิดปกติ แต่ไม่ควรจงใจบิดหรือกระชากหลังเพื่อให้เกิดเสียง โดยเฉพาะหากมีอาการปวดร่วมด้วย

Q: แค่ยืดกล้ามเนื้อเพียงพอสำหรับ Office Syndrome หรือไม่?

A: ไม่เพียงพอ หากอาการเป็นซ้ำ ควรดูทั้งการเคลื่อนไหวระหว่างวัน การออกกำลังกาย ความแข็งแรงของร่างกาย พฤติกรรมการทำงาน และปัจจัยอื่นร่วมด้วย

Q: ปวดหลังอยู่สามารถออกกำลังกายได้ไหม?

A: หลายกรณียังคงเคลื่อนไหวและออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสมได้ แต่ควรปรับตามอาการ หากมีอาการทางระบบประสาทหรือสัญญาณอันตรายควรได้รับการประเมินก่อน

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Pennocap

Pennocap

ข้อและกระดูก

[enwei_product_13336]

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top