หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ยาแก้ท้องเสียมีกี่ประเภท? แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ควรใช้เมื่อไร

ยาแก้ท้องเสียมีกี่ประเภท? แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ควรใช้เมื่อไร

ยาแก้ท้องเสียมีกี่ประเภท? ควรใช้เมื่อไร

ยาแก้ท้องเสียไม่ได้มีเพียง “ยาหยุดถ่าย” และไม่ใช่ทุกคนที่ท้องเสียแล้วต้องกินยา สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสีย โดยเฉพาะเมื่อถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง ส่วนยาบรรเทาอาการ เช่น ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ สามารถใช้ได้ในบางกรณี แต่มีข้อจำกัดและไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน 

ยาแก้ท้องเสียมีอะไรบ้าง?

สำหรับคนทั่วไป สามารถทำความเข้าใจการดูแลด้วยยาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับท้องเสียได้ดังนี้ 

กลุ่มทำหน้าที่อะไรจุดสำคัญ
ORSทดแทนน้ำและเกลือแร่สำคัญที่สุดเมื่อมีการสูญเสียน้ำ
ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ลดความถี่ในการถ่ายไม่เหมาะกับท้องเสียทุกแบบ
Bismuth subsalicylateช่วยบรรเทาอาการท้องเสียบางกรณีมีข้อควรระวังและไม่เหมาะกับทุกคน
ยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดไม่ใช่ยาแก้ท้องเสียที่ควรกินเอง
ยาอื่นตามสาเหตุรักษาโรคหรือสาเหตุเฉพาะต้องเลือกตามการวินิจฉัย

ORS สำคัญอย่างไร?

ORS (Oral Rehydration Solution) หรือสารละลายเกลือแร่สำหรับท้องเสีย ไม่ใช่ยาที่ทำให้หยุดถ่าย แต่เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียออกไปกับอุจจาระ 

  • ผสม ORS ตามสัดส่วนที่ระบุบนฉลาก
  • จิบทีละน้อยแต่บ่อยหากมีคลื่นไส้
  • ดื่มทดแทนระหว่างที่ยังมีการสูญเสียจากการถ่าย
  • สังเกตปัสสาวะ ปากแห้ง กระหายน้ำ และอาการหน้ามืด

หากมีภาวะขาดน้ำรุนแรง การดื่ม ORS อาจไม่เพียงพอและอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำตามการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์ 

ยาหยุดถ่าย Loperamide ช่วยอย่างไร?

Loperamide เป็นยาที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้อาหารและของเหลวเคลื่อนผ่านลำไส้ช้าลง จึงสามารถช่วยลดความถี่ในการถ่ายในผู้ใหญ่บางรายได้ อาจพิจารณาใช้ในผู้ใหญ่ที่ภูมิคุ้มกันปกติและมีท้องเสียเฉียบพลันเป็นน้ำ หลังจากได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว แต่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อ

  • ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระดำ
  • ไข้
  • มีมูกในอุจจาระ
  • ปวดหรือท้องบวมผิดปกติ
  • อาการรุนแรงหรือแย่ลง
  • ท้องเสียระหว่างใช้ยาปฏิชีวนะ

Bismuth subsalicylate คืออะไร? 

Bismuth subsalicylate เป็นยาอีกชนิดที่ใช้บรรเทาท้องเสียเฉียบพลันในผู้ใหญ่บางรายได้ โดย NIDDK ระบุว่า loperamide และ bismuth subsalicylate เป็นยาที่สามารถใช้บรรเทาท้องเสียเฉียบพลันได้ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคิดว่าเป็นยาที่ทุกคนสามารถใช้ได้เหมือนกัน เพราะยากลุ่มนี้มีส่วนประกอบในกลุ่ม salicylate จึงต้องพิจารณาเรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ อายุ และข้อห้ามของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ 

ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาแก้ท้องเสียสำหรับทุกคน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีท้องเสียเฉียบพลันเป็นน้ำและไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะแบบครอบคลุมเชื้อตั้งแต่แรกเป็นประจำ นอกจากนี้ การติดเชื้อบางชนิดอาจมีข้อควรระวังเฉพาะในการใช้ยาปฏิชีวนะ

เลือกยาแก้ท้องเสียอย่างไรให้ปลอดภัย?

หากเป็นผู้ใหญ่สุขภาพทั่วไป มีเพียงท้องเสียเฉียบพลันเป็นน้ำ ไม่มีไข้ ไม่มีเลือด และยังดื่มน้ำได้ การดูแลหลักคือทดแทนน้ำและเกลือแร่ และอาจพิจารณายาบรรเทาอาการบางชนิดได้ตามข้อบ่งใช้ แต่ถ้ามีอาการถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือมีภาวะขาดน้ำ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เปลี่ยนไปลองยาแก้ท้องเสียอีกชนิด แต่ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ 

ตำรับยาสมุนไพรจีนดูแลอาการท้องเสีย

อาการถ่ายเหลวอาจเกิดได้จากหลายรูปแบบ หนึ่งในรูปแบบที่พบในตำราแพทย์จีนคือ ความชื้น รบกวนการทำงานของระบบม้ามและกระเพาะอาหาร ทำให้การย่อยและการลำเลียงสารอาหารเสียสมดุล การแพทย์จีนจึงใช้ตำรับยาสมุนไพรที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เช่น Guanghuoxiang, Zisuye, Houpo, Chenpi, Fuling ฯลฯ ที่มีสรรพคุณขับความชื้น กระจายลมเย็น ปรับการไหลเวียนของพลังชี่ และปรับสมดุลการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร จึงเหมาะกับกลุ่มอาการที่มีลักษณะของความชื้นรบกวนระบบทางเดินอาหาร

สรุป

ยาแก้ท้องเสียมีหลายประเภทและทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ORS มีหน้าที่ทดแทนน้ำและเกลือแร่ ส่วนยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ เช่น loperamide ช่วยลดความถี่ในการถ่ายในผู้ใหญ่บางราย ขณะที่ยาปฏิชีวนะใช้เฉพาะบางสาเหตุและไม่ควรซื้อกินเอง การเลือกใช้ยาจึงต้องดูทั้งลักษณะอุจจาระ ไข้ อาการปวดท้อง และภาวะขาดน้ำ หากมีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง อาการรุนแรง หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุมากกว่าการพยายามทำให้หยุดถ่ายทันที 

คำถามที่พบบ่อย

Q: องเสียต้องกินยาหยุดถ่ายไหม?

A: ไม่จำเป็น ท้องเสียเฉียบพลันหลายกรณีดีขึ้นได้เอง สิ่งสำคัญคือการทดแทนน้ำและเกลือแร่ ส่วนยาหยุดถ่ายอาจใช้ได้ในผู้ใหญ่บางรายที่มีท้องเสียเป็นน้ำและไม่มีอาการที่เป็นข้อควรระวัง 

Q: ORS เป็นยาแก้ท้องเสียหรือไม่?

A: ORS ไม่ได้ทำให้หยุดถ่าย แต่ช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสีย จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลท้องเสียและป้องกันภาวะขาดน้ำ

Q: ถ่ายเป็นเลือดกินยาหยุดถ่ายได้ไหม?

A: ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายกินเอง เมื่อมีเลือดในอุจจาระ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการอักเสบบางชนิดที่ต้องได้รับการประเมิน

Q: ท้องเสียกินยาปฏิชีวนะได้ไหม?

A: ยาปฏิชีวนะมีประโยชน์ในการติดเชื้อบางชนิดและบางสถานการณ์เท่านั้น ไม่ควรซื้อกินเองทุกครั้งที่ท้องเสีย เพราะท้องเสียจำนวนมากไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่ (Huo Xiang Zheng Qi Ye Taiji Brand)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่

ทางเดินอาหาร // โควิด-19 // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top