หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  เบาหวานขึ้นตา อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เบาหวานขึ้นตา อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

มองไม่ชัดตรงกลาง ภาพสีซีด อาการที่ผู้ป่วยเบาหวานมักมองข้ามแต่อันตรายมาก

ผู้ป่วยเบาหวานหลายคนกังวลเรื่องไต หัวใจ และเส้นเลือด แต่กลับลืมนึกถึงดวงตา ทั้งที่ความเป็นจริงคือ เบาหวานทำลายหลอดเลือดในจอประสาทตาอยู่ทุกวัน โดยไม่เจ็บปวด ไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก จนกว่าความเสียหายจะสะสมถึงจุดที่ทำให้มองเห็นผิดปกติ — และเมื่อถึงจุดนั้น บางส่วนอาจย้อนกลับไม่ได้แล้ว

น้ำตาลสูงทำลายตาได้อย่างไร?

หลอดเลือดฝอยในจอประสาทตามีขนาดเล็กมาก เล็กกว่าเส้นผมหลายเท่า และเป็นหลอดเลือดที่บอบบางที่สุดในร่างกาย เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน น้ำตาลจะค่อย ๆ ทำลายผนังหลอดเลือดเหล่านี้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Advanced Glycation End Products (AGEs)

ผลกระทบของระดับน้ำตาลต่อหลอดเลือดจอตา
ระดับน้ำตาลปกติ (FBS <100 mg/dL)
ปกติ ✓
ระดับน้ำตาลสูงเรื้อรัง (FBS >200 mg/dL)
สูงผิดปกติ ⚠️
🔴
ผนังหลอดเลือดเปราะบาง แตกรั่วง่าย
💧
ของเหลวซึมออกจากหลอดเลือดสู่จอตา
📈
จอตาบวมหนาขึ้น ส่งผลต่อการมองเห็น
👁
ภาพตรงกลางพร่ามัว สีซีด บิดเบี้ยว

เมื่อผนังหลอดเลือดเสียหาย ของเหลวและไขมันจะรั่วซึมออกมาสะสมในชั้นต่าง ๆ ของจอประสาทตา โดยเฉพาะบริเวณจุดศูนย์กลาง (Macula) ซึ่งรับผิดชอบการมองเห็นภาพคมชัด ภาวะนี้เรียกว่า Diabetic Macular Edema (DME) หรือจอประสาทตาบวมน้ำจากเบาหวาน

อาการที่ควรสังเกต

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ DME คือ ระยะแรกมักไม่มีอาการเลย ผู้ป่วยหลายคนพบว่าตัวเองมีปัญหาเมื่อความเสียหายสะสมมากแล้ว

✅ ปกติ
ภาพชัด สีถูกต้อง
⚠️ มองไม่ชัดตรงกลาง
จอตาบวมปิดกั้นภาพ
⚠️ สีซีดหม่น
เซลล์รับสีทำงานผิดปกติ
⚠️ ภาพบิดเบี้ยว
จอตาบวมทำให้ภาพผิดรูป
อาการลักษณะที่พบ
มองไม่ชัดตรงกลางภาพภาพตรงกลางพร่า แม้ใส่แว่นถูกต้องแล้ว
ภาพสีซีดหรือหม่นสีในตาข้างที่มีปัญหาดูซีดกว่าตาอีกข้าง
เส้นตรงดูโค้งงอขอบประตู เส้นกระดาษ ดูบิดเบี้ยว
จุดดำหรือเงามืดกลางภาพมีจุดมืดหรือเงาบังตรงกลางสิ่งที่มอง
อ่านหนังสือลำบากขึ้นตัวหนังสือดูพร่า ไม่คมชัด แม้แสงจะเพียงพอ

⚠️ ผู้ป่วยเบาหวานทุกรายควรตรวจตากับจักษุแพทย์ ปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง แม้จะยังไม่มีอาการ เพราะ DME ในระยะแรกไม่มีอาการเลย แต่ความเสียหายกำลังสะสมอยู่

ใครเสี่ยงเป็น DME มากที่สุด?

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 10 ปี ระยะเวลาที่เป็นเบาหวานสัมพันธ์โดยตรงกับความเสียหายของหลอดเลือดจอตา ผู้ที่เป็นมากกว่า 10 ปีมีโอกาสเกิด Diabetic Retinopathy สูงถึง 50–80% และบางส่วนพัฒนาเป็น DME
  • ผู้ที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี (HbA1c สูง) HbA1c สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 3 เดือน หาก HbA1c สูงกว่า 8% อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยง DME เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเหมือนน้ำตาลกัดกร่อนหลอดเลือดทุกวัน
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ความดันโลหิตสูงเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดฝอยในจอตา ซึ่งอยู่ในสภาพเปราะบางอยู่แล้วจากเบาหวาน ทำให้การรั่วซึมของของเหลวรุนแรงขึ้นมาก
  • ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ไขมัน LDL สูงสัมพันธ์กับการสะสมของ Hard Exudate ในจอตา ซึ่งเป็นสัญญาณของการรั่วซึมที่รุนแรงและทำลายเซลล์รับภาพโดยตรง
  • ผู้ที่ใช้ยาอินซูลิน ผู้ที่ใช้อินซูลินมักมีเบาหวานที่ควบคุมยากกว่า และมีระดับ VEGF (ปัจจัยกระตุ้นหลอดเลือด) สูงกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิด DME

ถ้าปล่อยไว้ อะไรจะเกิดขึ้น?

  • การมองเห็นลดลงอย่างถาวร — เซลล์รับภาพในจอตาที่ถูกทำลายไปแล้วไม่สามารถฟื้นคืนได้ ยิ่งปล่อยนานยิ่งสูญเสียมาก
  • ตาบอดจากเบาหวาน — DME ที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นสาเหตุหลักของการตาบอดในผู้ป่วยเบาหวานวัยทำงาน
  • พัฒนาเป็น PDR (Proliferative DR) — ร่างกายสร้างหลอดเลือดใหม่ที่เปราะบางและแตกออกได้ง่าย ทำให้เลือดออกในวุ้นตาและเสี่ยงจอตาหลุด
  • ความดันตาสูงตามมา — ของเหลวที่สะสมในตาและหลอดเลือดที่ผิดปกติส่งผลต่อระบบระบายน้ำในลูกตา ทำให้ความดันตาสูงขึ้น

มุมมองแพทย์แผนจีน

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงทำลายระบบน้ำในดวงตา

ในผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานค่อย ๆ ทำลายหลอดเลือดฝอยในจอประสาทตา เมื่อผนังหลอดเลือดเสียหาย ของเหลวและโปรตีนจะรั่วซึมออกมาสะสมอยู่ในชั้นต่าง ๆ ของจอตา ทำให้จอตาบวมหนาขึ้นและการมองเห็นเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ โดยที่ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บปวด

กระบวนการนี้ในทางการแพทย์เรียกว่าการพังทลายของ Blood-Retinal Barrier ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ของเหลวจะไม่สามารถระบายออกจากจอตาได้ตามปกติ นำไปสู่ภาวะ จอประสาทตาบวมน้ำจากเบาหวาน (DME)

การแพทย์แผนจีนมองภาวะนี้อย่างไร

ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน ภาวะ DME จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของ "การเผาผลาญและการกระจายตัวของสารน้ำในร่างกาย" (水液代谢失调) โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่

  • ม้ามพร่อง (脾虚) — ผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะม้ามอ่อนแอเรื้อรัง ทำให้ระบบควบคุมสารน้ำและการเผาผลาญอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ของเหลวจึงคั่งค้างและรั่วซึมออกจากหลอดเลือดได้ง่าย
  • เลือดคั่ง (血瘀) — เบาหวานระยะยาวทำให้เลือดมีความหนืดสูงขึ้น ไหลเวียนได้ไม่ดี หลอดเลือดฝอยในจอตาอุดตันและเสียหาย ทำให้ของเหลวรั่วซึมออกมาสะสมในจอตา

"异病同治" — โรคต่างกัน รักษาด้วยแนวทางเดียวกัน
โรคตาหลายชนิดที่ดูเหมือนต่างกัน ล้วนมีรากเหง้าเดียวกันในมุมมอง TCM คือ ของเหลวในดวงตาไหลเวียนและระบายออกผิดปกติ รายละเอียดแต่ละโรคดูได้ในตารางด้านล่าง

โรค / ภาวะสาเหตุการสะสมของเหลวในดวงตา
💧 จอตาบวมน้ำจากเบาหวาน (DME)ของเหลวรั่วจากหลอดเลือดที่เสียหาย — ม้ามพร่อง + เลือดคั่ง
💧 จอตาบวมน้ำในคนหนุ่มสาว (CSC)ของเหลวรั่วจากความเครียดและสมดุลฮอร์โมน
💧 จอตาบวมน้ำหลังผ่าตัดต้อกระจก (CME)ของเหลวสะสมจากการอักเสบหลังผ่าตัด
💧 ความดันตาสูง (IOP)ของเหลวคั่งค้างเพราะระบบระบายออกทำงานได้ไม่ดี
💧 หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (RVO)ของเหลวรั่วซึมจากหลอดเลือดที่อุดตัน

🌿 ด้วยรากเหง้าที่เหมือนกันนี้ ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำ เสริมม้าม และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด จึงสามารถดูแลโรคตาเหล่านี้ได้ด้วยหลักการเดียวกัน 健脾利水 · 活血化瘀 · 温阳化气

ตำรับสมุนไพรจีนที่มีงานวิจัยรองรับ

ตำรับสมุนไพรจีนสำหรับ DME ใช้หลักการขับน้ำ เสริมม้าม และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำงานร่วมกันเพื่อลดการรั่วซึมของหลอดเลือด ช่วยให้ร่างกายดูดซับของเหลวที่คั่งค้างในจอตากลับคืน และฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดในจอประสาทตา

泽泻 Zexie 茯苓 Fuling 猪苓 Zhuling 白术 Baizhu 桂枝 Guizhi

ระบาย-ขับน้ำ · เสริมม้าม · กระตุ้นการไหลเวียนเลือด · ลดการรั่วซึมของหลอดเลือด

0
การศึกษาทางคลินิก
ที่รวบรวม
0
ผู้ป่วย
ที่ศึกษา
0
จอตาบวมน้ำ
ลดลงเฉลี่ย
การวิเคราะห์รวม · 2023 · 9 การศึกษา · 818 ราย

พบว่าตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำสามารถ ลดการบวมน้ำของจอตาส่วนกลางได้อย่างชัดเจน และลดความดันลูกตาในผู้ป่วยที่มีทั้งสองภาวะพร้อมกัน โดยจอตาบวมน้ำลดลงเฉลี่ย 26.51 ไมโครเมตร (จากการรวบรวม 9 การศึกษา 818 ราย)

Tang Y et al. Journal of Hunan University of Chinese Medicine, 2023, 43(3): 493–500
การศึกษาทางคลินิก · 2014 · ผู้ป่วย 80 ราย

ผู้ป่วย DME 80 ราย กลุ่มที่ใช้ตำรับสมุนไพรจีนร่วมกับยาหลัก พบว่า ลดความหนาจอตา (CRT) ได้ดีกว่ากลุ่มที่ใช้ยาเพียงอย่างเดียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และมีอัตราความสำเร็จโดยรวมที่สูงกว่า

Cao Xueyan et al. (曹雪艳等). Chinese Journal of Modern Drug Application, 2014, 8(22): 111–112
การศึกษาทางคลินิก · 2014 · ผู้ป่วย 94 ราย

ผู้ป่วย DME 94 ราย แบ่งเป็นกลุ่ม A (สมุนไพรจีน + TA) และกลุ่ม B (TA อย่างเดียว) พบว่ากลุ่ม A มีผลลัพธ์ด้านการมองเห็นและ OCT ดีกว่ากลุ่ม B อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โดยไม่พบผลข้างเคียงเพิ่มเติม

Zhang Linping (张林平). Diabetes New World (糖尿病新世界), 2014, 34(13): 5–6

ดูแลดวงตาจากสองทิศทาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

1 + 1 > 2
🏥 การรักษาหลักจากแพทย์
+
🌿 ตำรับสมุนไพรจีนเสริม
=
✨ ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่า

การรักษาหลักจากจักษุแพทย์ทำหน้าที่ควบคุม VEGF ลดการรั่วซึม และจัดการกับความเสียหายเฉพาะจุด ในขณะที่ตำรับสมุนไพรจีนทำหน้าที่เสริมม้าม กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยให้ร่างกายดูดซับของเหลวที่คั่งค้างกลับคืน เมื่อทั้งสองแนวทางเสริมซึ่งกันและกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมากกว่าการดูแลเพียงด้านเดียว

กลุ่มผู้ที่อาจได้รับประโยชน์เหตุผล
ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัย DME แล้วมีงานวิจัย RCT หลายชิ้นรองรับการใช้ร่วมกับการรักษาหลัก
ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการดูแลเชิงป้องกันช่วยเสริมการไหลเวียนเลือดในจอตาและลดการรั่วซึมก่อนที่จะรุนแรง
ผู้ที่ต้องการลดความถี่ของการฉีด Anti-VEGFงานวิจัยพบว่าการรักษาร่วมช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นต่อการรักษาแต่ละครั้ง
ผู้ที่มี DME ร่วมกับความดันตาสูงMeta-analysis 2023 พบว่าช่วยได้ทั้งสองภาวะพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย

เบาหวานขึ้นตา หรือ Diabetic Retinopathy (DR) คือภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงนานทำลายหลอดเลือดฝอยในจอประสาทตา โดย DME (Diabetic Macular Edema) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุด คือของเหลวรั่วซึมเข้าไปสะสมในจอตาส่วนกลาง ทำให้สูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพ
ไม่ใช่ทุกคน แต่ความเสี่ยงสูงมาก ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 10 ปีมีโอกาสเกิด Diabetic Retinopathy สูงถึง 50-80% และในจำนวนนั้นประมาณ 10-30% จะพัฒนาเป็น DME การควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
อาการหลักของ DME ได้แก่ มองไม่ชัดตรงกลางภาพ ภาพสีซีดหรือหม่น เส้นตรงดูโค้งงอ มีจุดพร่าหรือเงามืดตรงกลาง และตาพร่าแม้ใส่แว่นที่ถูกต้องแล้ว สิ่งที่น่ากลัวคือในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย จนกว่าความเสียหายจะสะสมมากพอ
มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่าตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำช่วยลดความหนาของจอประสาทตาและเสริมผลการรักษาหลัก การวิเคราะห์รวมปี 2023 รวบรวม 9 การศึกษา (818 ราย) พบว่าจอตาบวมน้ำลดลงได้อย่างชัดเจน เฉลี่ย 26.51 ไมโครเมตร
แนวทางทั่วไปแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานตรวจตาขยายม่านตากับจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง หากพบว่ามี Diabetic Retinopathy แล้ว ควรตรวจบ่อยขึ้นตามที่แพทย์แนะนำ อาจทุก 3-6 เดือน เนื่องจากโรคอาจดำเนินไปโดยไม่มีอาการ
สามารถปรึกษาทีมแพทย์จีนและเภสัชกรของเอินเวย์ (Enwei) ได้ที่โทร 02-751-4399 (20 คู่สาย จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น.) หรือ LINE ID: @enwei

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน

ทีมแพทย์จีนและเภสัชกรของเอินเวย์ (Enwei) พร้อมให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับตำรับยาสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพดวงตา สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน · DME · ต้อกระจก · ความดันตาสูง · จอประสาทตาบวมน้ำ

ข้อสำคัญ: บทความนี้จัดทำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของเอินเวย์ (Enwei) เพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพดวงตาและแนวทางการดูแลตามแพทย์แผนจีนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีอาการควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเสมอ ตำรับยาแผนจีนที่กล่าวถึงจดทะเบียนในประเภทยาตามองค์ความรู้ดั้งเดิม (ยาแผนจีน) ตามกฎหมายไทย

Frimate

Frimate

ไตและทางเดินปัสสาวะ // ผิวหนังและความงาม

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top