อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่อาจมีอาการไม่รุนแรงและค่อย ๆ ดีขึ้นได้ แต่ถ้ามีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ มีอาการขาดน้ำ หรือท้องเสียนานเกิน 3 วัน ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าโรครุนแรงกว่าการท้องเสียทั่วไป หรือร่างกายกำลังสูญเสียน้ำมากเกินไป อาการอาหารเป็นพิษที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องเสีย ปวดหรือบิดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ ความรุนแรงและระยะเวลาของอาการแตกต่างกันตามเชื้อหรือสาเหตุที่ได้รับเข้าไป
1. ถ่ายเป็นเลือด
หากอาหารเป็นพิษแล้วมีเลือดปนในอุจจาระ ไม่ควรมองว่าเป็นท้องเสียธรรมดา อาการนี้อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อในลำไส้บางชนิด เช่น
- Campylobacter
- Shigella
- Salmonella บางกรณี
- E. coli บางสายพันธุ์
โดยเฉพาะ E. coli บางสายพันธุ์ที่สร้าง Shiga toxin อาจทำให้ปวดท้องรุนแรงและถ่ายเป็นเลือด และในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อเม็ดเลือดและไตได้ ดังนั้น ถ่ายเป็นเลือดไม่ใช่อาการที่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะมาลองกินเอง แต่ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ
อ่านเพิ่มเติม: ท้องเสียจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งหรือไม่?
2. ไข้สูง
อาหารเป็นพิษบางชนิดอาจมีไข้ร่วมด้วย แต่หากไข้สูงมากควรเพิ่มความระมัดระวัง ไข้สูงกว่า 38.9°C เป็นหนึ่งในอาการของอาหารเป็นพิษรุนแรงที่ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
- หนาวสั่น
- ถ่ายบ่อย
- ถ่ายเป็นเลือด
- ปวดท้องมาก
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ
3. อาเจียนบ่อยจนดื่มน้ำไม่ได้
อาการคลื่นไส้และอาเจียนพบได้ในอาหารเป็นพิษ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำพร้อมกันสองทาง คือ เสียน้ำทางอุจจาระและทางอาเจียน อีกทั้งยังดื่มทดแทนกลับเข้าไปไม่ได้ หากยังจิบได้ อาจลองจิบ ORS ครั้งละน้อยแต่บ่อย แต่หากดื่มแล้วอาเจียนออกตลอด ไม่ควรพยายามดูแลตัวเองที่บ้านต่อเป็นเวลานาน
4. เริ่มมีอาการขาดน้ำ
ภาวะขาดน้ำเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนสำคัญของอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งท้องเสียและอาเจียน สังเกตได้จาก
- กระหายน้ำมาก
- ปากและคอแห้ง
- ปัสสาวะน้อยลง
- ปัสสาวะสีเข้ม
- อ่อนเพลียมาก
- เวียนศีรษะหรือหน้ามืด โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นยืน
หากยังดื่มได้ ควรทดแทนน้ำและเกลือแร่ด้วย ORS แต่ถ้าเริ่มดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยมาก หน้ามืดมาก ซึม หรือสับสน อาจหมายถึงภาวะขาดน้ำที่รุนแรงขึ้นและต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว
อ่านเพิ่มเติม: ภาวะขาดน้ำจากท้องเสีย สังเกตอย่างไร?
5. ท้องเสียนานเกิน 3 วัน
อาหารเป็นพิษแต่ละชนิดมีระยะเวลาของอาการไม่เท่ากัน บางชนิดเกิดอาการเพียงประมาณ 1 วัน ขณะที่บางชนิดอาจนานหลายวัน ยิ่งถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการอื่นเพิ่มขึ้น เช่น
- ไข้
- ถ่ายเป็นเลือด
- ปวดท้องมากขึ้น
- อาเจียนต่อเนื่อง
- กินหรือดื่มได้น้อยลง
- น้ำหนักลดหรืออ่อนเพลียมาก
ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ?
4 กลุ่มที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจากโรคที่มากับอาหารมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจรวมถึงผู้ที่มีโรคบางชนิดหรือได้รับการรักษาที่กดภูมิคุ้มกัน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเชื้อบางชนิด เช่น Listeria สามารถส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ แม้อาการทางเดินอาหารของมารดาอาจไม่ได้รุนแรงมากก็ตาม
อาหารเป็นพิษแต่ยังไม่รุนแรง ดูแลอย่างไร?
หากมีเพียงถ่ายเหลว ปวดบิดเล็กน้อยหรือคลื่นไส้ แต่ยังดื่มได้ ไม่มีเลือดในอุจจาระ ไม่มีไข้สูง และไม่มีอาการขาดน้ำ ส่วนใหญ่สามารถเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ สิ่งสำคัญคือ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ใช้ ORS เมื่อมีการสูญเสียน้ำจากการถ่าย
- กินอาหารเมื่อกินไหว
- พักผ่อน
- ล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ
- สังเกตว่าอาการกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง
ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้ง เพราะอาหารเป็นพิษเกิดได้จากทั้งแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต และสารพิษจากเชื้อ และการรักษาแตกต่างกันตามสาเหตุ
สรุป
อาหารเป็นพิษแบบไหนควรไปโรงพยาบาล อาการสำคัญที่ไม่ควรรอดูเอง ได้แก่ ถ่ายเป็นเลือด ไข้สูงกว่า 38.9°C อาเจียนจนดื่มไม่ได้ มีภาวะขาดน้ำ หรือท้องเสียนานเกิน 3 วัน หากปวดท้องรุนแรง ซึม สับสน หรืออาการแย่ลงก็ควรได้รับการประเมินเช่นกัน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรระวังมากกว่าคนทั่วไป ระหว่างที่ยังดื่มได้ควรทดแทนน้ำและเกลือแร่ แต่ไม่ควรใช้การดื่ม ORS เป็นเหตุให้ชะลอการรักษาเมื่อมีอาการรุนแรง
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาหารเป็นพิษต้องไปโรงพยาบาลทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็น หากอาการไม่รุนแรง ยังดื่มได้ ไม่มีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง หรือภาวะขาดน้ำ สามารถเริ่มดูแลและติดตามอาการได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรงหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น
Q: อาหารเป็นพิษอาเจียนกี่ครั้งถึงควรไปโรงพยาบาล?
A: ไม่ควรตัดสินจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว จุดสำคัญคือ อาเจียนจนไม่สามารถเก็บน้ำหรือ ORS ไว้ได้หรือไม่ หากดื่มแล้วอาเจียนออกตลอด ความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำจะสูงขึ้น
Q: อาหารเป็นพิษถ่ายเป็นเลือดอันตรายไหม?
A: เป็นอาการที่ควรได้รับการประเมิน เพราะอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อบางชนิด และไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะกินเองเพียงเพราะต้องการให้หยุดถ่าย
Q: อาหารเป็นพิษกี่วันควรไปโรงพยาบาล?
A: ท้องเสียนานเกิน 3 วัน เป็นหนึ่งในอาการรุนแรงที่ควรพบแพทย์ แต่หากมีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือมีภาวะขาดน้ำ ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 3 วัน
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









