PCOS ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในครั้งเดียว แต่สามารถควบคุมอาการและลดความเสี่ยงระยะยาวได้ แนวทางรักษาจะต่างกันตามปัญหาหลักของแต่ละคน เช่น ประจำเดือนผิดปกติ สิวและขนดก ภาวะดื้ออินซูลิน หรือต้องการตั้งครรภ์ จึงไม่มียาหรือวิธีเดียวที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน แนวทางสากลจึงพิจารณาทั้งอาการ ความเสี่ยง และความต้องการของผู้ป่วยเป็นหลัก
ก่อนรักษา ต้องรู้ก่อนว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร
ผู้ป่วย PCOS แต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน บางรายต้องการควบคุมรอบเดือน บางรายกังวลเรื่องสิว ขนดก หรือน้ำหนัก ขณะที่บางรายต้องการตั้งครรภ์ ก่อนเลือกแนวทางรักษา แพทย์จึงมักประเมินว่า
- รอบเดือนมาสม่ำเสมอหรือไม่
- มีสิว ขนดก หรือผมบางมากเพียงใด
- มีภาวะดื้ออินซูลิน น้ำตาลสูง หรือไขมันผิดปกติหรือไม่
- มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุงหรือไม่
- ต้องการมีบุตรในช่วงนี้หรือไม่
- มีโรคประจำตัวหรือข้อห้ามในการใช้ยาบางชนิดหรือไม่
แนวทางรักษา PCOS หลัก ๆ มีอะไรบ้าง?
1. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับ เป็นพื้นฐานของการดูแล PCOS ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีน้ำหนักเกินหรือไม่ แนะนำให้เลือกรูปแบบอาหารที่สมดุล ทำต่อเนื่องได้ และเหมาะกับสุขภาพของแต่ละบุคคล เช่น
- เพิ่มผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และโปรตีนคุณภาพดี
- ลดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล ขนมหวาน และอาหารแปรรูปสูง
- กระจายคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ
- รับประทานให้ตรงเวลา ลดการกินจุบจิบจากความหิวหรืออดนอน
- ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและฝึกกล้ามเนื้อ
อ่านเพิ่มเติม: PCOS กินอะไรดี? และ ผู้ป่วย PCOS ควรออกกำลังกายแบบไหน?
2. ดูแลประจำเดือนและป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว หากประจำเดือนมาห่างหรือขาดเป็นเวลานาน เยื่อบุโพรงมดลูกอาจได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื่องโดยไม่มีโปรเจสเตอโรนมาช่วยให้หลุดลอกตามรอบ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณา
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
- โปรเจสโตเจนเป็นช่วง ๆ
- วิธีคุมกำเนิดที่มีโปรเจสโตเจนบางชนิด
3. รักษาสิว ขนดก และผมบาง สิว ขนดก และผมบางใน PCOS เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง การรักษาอาจใช้เวลาหลายเดือนจึงเห็นผล เพราะวงจรการเจริญของเส้นขนและเส้นผมเปลี่ยนแปลงช้า แนวทางที่แพทย์อาจใช้ ได้แก่
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมในผู้ที่ไม่มีข้อห้าม
- ยาทาหรือยารักษาสิวตามความรุนแรง
- การกำจัดขนด้วยเลเซอร์หรือวิธีทางกายภาพ
- ยาต้านฤทธิ์แอนโดรเจนในบางราย
4. ดูแลภาวะดื้ออินซูลินและความเสี่ยงเบาหวาน ผู้ที่เป็น PCOS มีความเสี่ยงต่อภาวะก่อนเบาหวาน เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดผิดปกติ และความดันโลหิตสูง จึงควรได้รับการประเมินระดับน้ำตาล ไขมัน ความดัน และปัจจัยเสี่ยงอื่นตามความเหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม: ทำไม PCOS จึงสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน?
5. รักษา PCOS เมื่อต้องการตั้งครรภ์ หากผู้ป่วยต้องการมีบุตร เป้าหมายหลักคือทำให้เกิดการตกไข่ อาจพิจารณาเมื่อการรักษาเบื้องต้นไม่ได้ผล ได้แก่
- ยากระตุ้นการตกไข่ชนิดอื่น
- ยาฉีดกระตุ้นไข่
- การผ่าตัดรังไข่ด้วยการส่องกล้องในบางกรณี
- การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก
- การทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI
อ่านต่อ: PCOS ทำให้มีลูกยากจริงหรือไม่?
PCOS จำเป็นต้องรักษาทุกคนหรือไม่?
แม้อาการจะไม่รุนแรง ผู้ที่มี PCOS ควรได้รับการติดตามสุขภาพเป็นระยะ เพราะความเสี่ยงบางอย่างอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันผิดปกติ ความดันโลหิตสูง หรือเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว
เมื่อไรควรกลับไปพบแพทย์?
- ประจำเดือนขาดติดต่อกันนานประมาณ 3 เดือน
- เลือดออกมากผิดปกติหรือออกต่อเนื่อง
- สิว ขนดก หรือผมบางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- น้ำหนักเพิ่มเร็ว กระหายน้ำ หรือปัสสาวะบ่อย
- พยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จ
- มีผลข้างเคียงจากยาหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา
การแพทย์แผนจีนรักษา PCOS อย่างไร?
การแพทย์แผนจีนไม่ได้เลือกการรักษา PCOS เพียงอย่างเดียว แต่ประเมินจากความไม่สมดุล เช่น ไตพร่อง เสมหะชื้น ชี่ติดขัด หรือเลือดคั่ง ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดคั่งอาจมีประจำเดือนสีคล้ำ มีลิ่มเลือด ปวดท้องน้อย หรือรอบเดือนผิดปกติ ส่วนผู้ที่มีเสมหะชื้นอาจมีอาการตัวหนัก น้ำหนักขึ้นง่าย อ่อนเพลีย และท้องอืด แนวทางดูแลจึงแตกต่างกันตามอาการของแต่ละราย
สรุป
การรักษา PCOS ต้องเลือกตามอาการและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ประจำเดือนสม่ำเสมอ ลดสิวและขนดก ดูแลภาวะดื้ออินซูลิน หรือเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ พื้นฐานสำคัญคือการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย นอนหลับเพียงพอ และติดตามความเสี่ยงด้านน้ำตาล ไขมัน และความดัน
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









