หน้าแรก  »  ข้อมูลทางคลินิกด้านมะเร็ง  »  การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะกลาง–ระยะท้าย : กรณีศึกษาผู้ป่วยรายที่ 1

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะกลาง–ระยะท้าย : กรณีศึกษาผู้ป่วยรายที่ 1

การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะกลาง–ระยะท้าย : กรณีศึกษาผู้ป่วยรายที่ 1

มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma; HCC) เป็นหนึ่งในเนื้องอกร้ายที่พบบ่อยทั่วโลก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในประเทศจีนที่พบอุบัติการณ์ของโรคในระดับสูง การผ่าตัดตับเป็นวิธีการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับระยะต้น อย่างไรก็ตาม ในทางคลินิกพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมักมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย หรือมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ทำให้มีผู้ป่วยเพียงประมาณ 20–30% เท่านั้นที่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ใน ระยะกลางถึงระยะท้ายของโรคและไม่สามารถผ่าตัดได้ การรักษามักใช้การรักษาแบบผสมผสาน เช่น การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) รวมถึงการรักษาประคับประคองอื่น ๆ เพื่อควบคุมการดำเนินของโรคและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ในปัจจุบัน การใช้ยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม (Adjunctive therapy) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในทางคลินิก ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนสภาพร่างกายของผู้ป่วย ลดอาการไม่พึงประสงค์จากการรักษา และช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษามาตรฐาน

กรณีศึกษานี้นำเสนอการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะกลาง–ระยะท้าย เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการประยุกต์ใช้ในการรักษาทางคลินิก

ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี
  • ปวดแน่นบริเวณช่องท้องส่วนบนด้านขวา เป็นเวลา 3 วัน

ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past Medical History)

  • มีประวัติความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
  • ไม่พบประวัติโรคตับอักเสบ

การตรวจเพิ่มเติม (Additional Investigations)

1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)

พบสารบ่งชี้มะเร็งที่สำคัญดังนี้

  • HBeAb และ HBcAb ให้ผลบวก
  • AFP 405.7 ng/mL
  • CA19-9 238.6 U/mL
  • PIVKA-II 1073.73 mAU/mL

2. การตรวจ MRI ตับ

พบลักษณะสำคัญดังนี้

  • พบก้อนขนาดใหญ่และก้อนขนาดเล็ก (Nodule) หลายตำแหน่งภายในตับ
  • ก้อนที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ตับส่วนที่ VIII ขนาด 53 × 42 มม. และตับส่วนที่ I ขนาด 28 × 28 มม.
  • มีลักษณะสอดคล้องกับมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma และพบลิ่มเนื้องอก (tumor thrombus) ในแขนงด้านขวาของท่อน้ำดี
ผลตรวจ MRI ติดตามผลมะเร็งตับ

การวินิจฉัย (Diagnosis)

  • มะเร็งตับปฐมภูมิชนิด Hepatocellular carcinoma ทางด้านขวาของตับ และมีการแพร่กระจายหลายตำแหน่งภายในตับ
  • ระยะโรคตามระบบ CNLC (China Liver Cancer staging) ระยะ Ⅲb (มะเร็งตับระยะลุกลาม)

แผนการรักษา (Treatment Plan)

  • Sintilimab 200 มก. ทุก 3 สัปดาห์ (Q3W)
  • Lenvatinib 12 มก. วันละครั้ง
  • ยาต้านไวรัสตับอักเสบบี
  • ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม

การประเมินผลการรักษา (Efficacy Evaluation)

ผลการติดตามหลังรักษา 6 เดือน

  • ปริมาณ DNA ของไวรัสตับอักเสบบีต่ำกว่าขีดจำกัดการตรวจพบ
  • MRI ตับ พบก้อนเนื้องอกหลายตำแหน่งภายในตับ ก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ตับส่วน V เดิมมีขนาด 51 × 39 มม. ลดลงเหลือประมาณ 27 × 23 มม.
  • การตรวจแบบ contrast-enhanced MRI พบว่า การเสริมความเข้มของรอยโรคลดลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในระยะหน่วงเวลา (delayed phase) ยังคงพบการเสริมความเข้มของเยื่อหุ้มเทียม (pseudocapsule enhancement)
  • เส้นผ่านศูนย์กลางของท่อน้ำดีภายในตับด้านขวาลดลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า แต่ยังคงพบลักษณะการขาดการเติมเต็มของสารทึบรังสี (filling defect)
ผลตรวจ MRI ติดตามผลมะเร็งตับ

ผลการติดตามหลังรักษา 11 เดือน

  • MRI ตับ พบว่า ยังคงพบก้อนเนื้องอกหลายตำแหน่งภายในตับ แต่ขนาดลดลงเมื่อเทียบกับการตรวจครั้งก่อน ก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ตับส่วน V เดิมมีขนาด 27 × 23 มม. ลดลงเหลือประมาณ 22 × 22 มม.
  • การตรวจแบบ contrast-enhanced MRI พบว่า การเสริมความเข้มของรอยโรคลดลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ใน ระยะหน่วงเวลา (delayed phase) ยังคงพบการเสริมความเข้มของเยื่อหุ้มเทียม (pseudocapsule enhancement)
  • ไม่พบการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของท่อน้ำดีภายในตับด้านขวา และลักษณะการขาดการเติมเต็มของสารทึบรังสีที่เคยพบก่อนหน้าไม่ปรากฏชัด
ผลตรวจ MRI ติดตามผลมะเร็งตับ และกราฟค่า AFP

สรุปกรณีศึกษา

ผู้ป่วยในกรณีศึกษานี้ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะกลางถึงระยะท้ายที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ จึงได้รับการรักษาด้วยวิธีผสมผสาน ได้แก่ การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด โดยใช้ Sintilimab, Lenvatinib, ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีและตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม ผลการรักษาพบว่า ขนาดของก้อนเนื้องอกในผู้ป่วยทั้งสองรายลดลงอย่างชัดเจน ค่าตัวบ่งชี้มะเร็ง ได้แก่ AFP และ PIVKA-II ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แนวคิดสำคัญของตำรับยาสมุนไพรจีน คือ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงของร่างกาย พร้อมช่วยลดหรือยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็ง โดยตำรับยานี้ประกอบด้วยสมุนไพรจีน 16 ชนิด เช่น Huangqi, Renshen, Nüzhenzi, Lingzhi ช่วยบำรุงม้ามและไต เสริมความแข็งแรงของร่างกาย Ezhu, Jineijin, Tubiechong, Fuling ช่วยสลายก้อนและกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปราณ Baihuasheshecao, Banzhilian, Baiying, Shemei มีคุณสมบัติช่วยขับพิษและต้านการเจริญของเซลล์มะเร็ง ตามแนวทางปฏิบัติทางคลินิกด้านจิตวิทยามะเร็งของจีนและแนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะอ่อนเพลียที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งของจีน ได้แนะนำให้ใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนตำรับนี้เพื่อช่วยจัดการอาการของผู้ป่วยมะเร็ง เช่น อาการอ่อนเพลียจากมะเร็ง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาการไม่สบายอื่น ๆ ที่พบร่วมกับโรคมะเร็ง

Source

Zhangzhou Hospital, Fujian, China

แหล่งข้อมูล

โรงพยาบาลจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้ดูแลได้ ผลการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top