หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ตามัวข้างเดียวทันที ไม่เจ็บไม่ปวด สัญญาณหลอดเลือดดำจอตาอุดตันที่คนความดันสูงต้องรู้

ตามัวข้างเดียวทันที ไม่เจ็บไม่ปวด สัญญาณหลอดเลือดดำจอตาอุดตันที่คนความดันสูงต้องรู้

ตามัวข้างเดียวทันที ไม่เจ็บไม่ปวด สัญญาณหลอดเลือดดำจอตาอุดตันที่คนความดันสูงต้องรู้

ตื่นเช้ามาแล้วพบว่าตาข้างหนึ่งมองเห็นไม่ชัดเหมือนมีฝ้าบัง ทั้งที่ไม่ได้เจ็บหรือปวดตาเลย — หลายคนเลือกที่จะรอดูอาการก่อน เพราะคิดว่าอาจเป็นเพียงความล้าชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง อาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (Retinal Vein Occlusion — RVO) ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว

หลอดเลือดดำจอตาอุดตันคืออะไร?

ภายในจอตามีหลอดเลือดดำทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่ใช้แล้วออกจากจอตากลับสู่ระบบไหลเวียน เมื่อหลอดเลือดดำเส้นนี้เกิดการอุดตัน มักจากลิ่มเลือดหรือการกดทับจากหลอดเลือดแดงที่แข็งตัวผิดปกติ เลือดจะไม่สามารถไหลออกจากจอตาได้ตามปกติ ทำให้ความดันในหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้น เลือดและของเหลวจึงรั่วซึมออกจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อจอตา เกิดเลือดออกและจอตาบวมน้ำตามมา

กลไกการเกิดหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน

🩸
หลอดเลือดดำ
ไหลเวียนปกติ
🚫
หลอดเลือดดำ
อุดตัน
💧
เลือด-ของเหลว
รั่วซึม
👁️‍🗨️
จอตาบวมน้ำ
มองเห็นแย่ลง

ยิ่งอุดตันนาน เลือดที่ไปเลี้ยงจอตาน้อยลงเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนก็ยิ่งสูงขึ้น

🔴 CRVO — อุดตันที่เส้นเลือดหลัก

Central Retinal Vein Occlusion เกิดที่หลอดเลือดดำหลักกลางจอตา ส่งผลกระทบต่อจอตาเป็นบริเวณกว้าง มักมีอาการรุนแรงกว่า

🟠 BRVO — อุดตันที่เส้นเลือดแยก

Branch Retinal Vein Occlusion เกิดที่หลอดเลือดดำแขนงเล็ก ส่งผลกระทบเฉพาะบริเวณ อาการมักไม่รุนแรงเท่า CRVO แต่ก็ต้องติดตามใกล้ชิด

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

  • ความดันโลหิตสูง ปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุด ความดันสูงเป็นเวลานานทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวและกดทับหลอดเลือดดำที่วิ่งขนานกัน
  • เบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายรวมถึงในจอตาเสียหายและอุดตันได้ง่ายขึ้น
  • ไขมันในเลือดสูง ไขมันสะสมในหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว เพิ่มโอกาสกดทับหลอดเลือดดำข้างเคียง
  • ต้อหิน ความดันภายในลูกตาที่สูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดดำของจอตา
  • อายุมากและสูบบุหรี่ มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการแข็งตัวของหลอดเลือดทั่วร่างกาย

อาการที่ควรสังเกต

✅ การมองเห็นปกติ
ภาพชัดทั้งสองข้าง
⚠️ ตามัวข้างเดียว
เกิดขึ้นทันที ไม่เจ็บ
⚠️ ภาพบางส่วนมืดลง
มักเป็นครึ่งบนหรือครึ่งล่าง
⚠️ จุดดำลอย
หากมีเลือดออกในวุ้นตา
อาการลักษณะที่พบ
ตามัวข้างเดียวแบบไม่เจ็บปวดเกิดขึ้นทันทีหรือค่อยๆ แย่ลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
มองเห็นบางส่วนมืดลงมักเป็นครึ่งบนหรือครึ่งล่างของภาพ ขึ้นกับตำแหน่งที่อุดตัน
เห็นภาพบิดเบี้ยวสัญญาณของจอตาบวมน้ำที่เกิดร่วมด้วย
เห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยอาจเกิดจากเลือดออกในวุ้นตาร่วมด้วย
ตาแดง ปวดตารุนแรง (พบได้บางราย)สัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที

⚠️ อาการตามัวข้างเดียวแบบไม่เจ็บปวดที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด แม้จะไม่มีความเจ็บปวดร่วมด้วยก็ตาม เพราะยิ่งรักษาเร็ว โอกาสรักษาการมองเห็นไว้ได้ก็ยิ่งสูงขึ้น

หากปล่อยไว้ อะไรจะเกิดขึ้น?

RVO ไม่ใช่แค่ทำให้มองเห็นไม่ชัดชั่วคราว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าเดิม

  • จอตาบวมน้ำเรื้อรัง — ของเหลวที่รั่วซึมสะสมที่จุดรับภาพกลางจอตา ทำให้การมองเห็นแย่ลงต่อเนื่อง
  • หลอดเลือดใหม่ผิดปกติ — เมื่อจอตาขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ร่างกายอาจสร้างหลอดเลือดใหม่ที่เปราะบางและแตกง่าย คล้ายกับที่พบในเบาหวานขึ้นตาระยะรุนแรง
  • ต้อหินจากหลอดเลือดผิดปกติ — ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงซึ่งอาจทำให้ความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเจ็บปวดมาก

มุมมองแพทย์แผนจีน

เมื่อเส้นทางของ "เลือด" ถูกอุดกั้น

ในทางการแพทย์แผนจีน ภาวะหลอดเลือดดำจอตาอุดตันสะท้อนภาวะ เลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ (血瘀阻络) อย่างตรงไปตรงมา — เมื่อเส้นทางการไหลเวียนของเลือดถูกอุดกั้น เลือดจึงคั่งค้างและไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ตามปกติ

ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงเป็นเวลานาน ระบบไหลเวียนเลือดทั่วร่างกายมักมีภาวะเลือดคั่งสะสมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ของเหลวในหลอดเลือดก็รั่วซึมออกได้ง่ายขึ้น เกิดเป็น ของเหลวคั่งค้างในจอตา (水湿停聚) ซ้อนทับกับภาวะเลือดคั่งเดิม

แนวทางดูแลตามหลัก TCM จึงเน้นการ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสลายเลือดคั่งเพื่อเปิดเส้นทางที่อุดกั้น (活血化瘀通络) ควบคู่กับการ ขับของเหลวส่วนเกินออกจากดวงตา (利水渗湿) เพื่อลดการบวมน้ำที่จอตา

"异病同治" — โรคต่างกัน รักษาด้วยแนวทางเดียวกัน
ของเหลวในดวงตาไหลเวียนและระบายออกผิดปกติ คือรากเหง้าที่โรคตาหลายชนิดมีร่วมกันในมุมมอง TCM

  • หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (RVO) เลือดคั่งอุดกั้นเส้นเลือด + ของเหลวคั่งค้าง — เลือดและของเหลวรั่วซึมจากหลอดเลือดที่อุดตัน
  • เบาหวานขึ้นจอตาระยะรุนแรงหลังผ่าตัด (PDR) ม้ามพร่อง + เลือดคั่ง — เลือดไปเลี้ยงจอตาไม่พอจากหลอดเลือดที่เสียหาย
  • จอตาบวมน้ำจากเบาหวาน (DME) ของเหลวรั่วซึมจากหลอดเลือดฝอยที่เสียหายจากน้ำตาลสูง
  • จอตาบวมน้ำหลังผ่าตัดต้อกระจก (CME) ของเหลวสะสมจากการอักเสบหลังผ่าตัด
  • ความดันตาสูง (IOP) ของเหลวคั่งค้างเพราะระบบระบายออกทำงานได้ไม่ดี

ตำรับสมุนไพรจีนที่มีงานวิจัยรองรับ

ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำที่ใช้ดูแลภาวะนี้ประกอบด้วยสมุนไพรที่ช่วยส่งเสริมการขับน้ำและปรับสมดุลสารน้ำ เพื่อลดการบวมน้ำที่จอตาซึ่งเกิดจากการรั่วซึมของหลอดเลือดที่อุดตัน

💧 ขับน้ำ-ปรับสมดุลสารน้ำ 🩸 กระตุ้นการไหลเวียนเลือด 🌿 ลดการรั่วซึม

ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำ — ใช้ควบคู่กับการรักษาหลักทางจักษุ

การศึกษาทางคลินิก · 2018

刘宏真, 2018 — ศึกษาการใช้ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำร่วมกับการฉีดยาต้าน VEGF ในผู้ป่วยจอตาบวมน้ำที่เกิดจากหลอดเลือดดำจอตาอุดตันชนิดที่เส้นเลือดหลักกลางจอตา (CRVO) พบว่ากลุ่มที่ใช้ตำรับสมุนไพรร่วมด้วยมีจอตาบวมน้ำลดลงและการมองเห็นดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ฉีดยาต้าน VEGF เพียงอย่างเดียว

刘宏真, 2018
การวิเคราะห์งานวิจัยรวม · 2020

刘自强 และคณะ, 2020 — รวบรวมงานวิจัยที่ใช้แนวทางการแพทย์แผนจีนควบคู่กับการรักษาหลักทางตะวันตกในผู้ป่วยจอตาบวมน้ำจากหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน สอดคล้องกับแนวทางที่เน้นการดูแลควบคู่ระหว่างสองศาสตร์

刘自强 et al., 2020

ดูแลจากสองทิศทาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

1 + 1 > 2
💉 การฉีดยาต้าน VEGF
+
🌿 ตำรับสมุนไพรจีนขับน้ำ
=
✨ ฟื้นตัวได้ดีกว่า

การฉีดยาต้าน VEGF ช่วยยับยั้งการรั่วซึมของหลอดเลือดผิดปกติได้ตรงจุด ในขณะที่ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำช่วยปรับสมดุลสารน้ำและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจากภายใน เมื่อทั้งสองแนวทางเสริมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมากกว่าการดูแลเพียงด้านเดียว

กลุ่มผู้ที่อาจได้รับประโยชน์เหตุผล
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีจอตาบวมน้ำจาก RVOสนับสนุนการลดบวมน้ำควบคู่กับการฉีดยาต้าน VEGF
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงเรื้อรังช่วยดูแลระบบไหลเวียนเลือดในระยะยาว
ผู้ที่ต้องฉีดยาต้าน VEGF ต่อเนื่องหลายครั้งมีงานวิจัยรองรับการใช้ร่วมกันโดยตรงในกลุ่มนี้
ผู้ที่ต้องการดูแลระยะยาวหลังการรักษาหลักช่วยปรับสมดุลร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

คือภาวะที่หลอดเลือดดำในจอตาเกิดการอุดตัน ทำให้เลือดไม่สามารถไหลออกจากจอตาได้ตามปกติ เลือดจึงคั่งค้างและรั่วซึมออกมา ทำให้เกิดเลือดออกและจอตาบวมน้ำ ส่งผลต่อการมองเห็นอย่างเฉียบพลัน
อาการตามัวข้างเดียวแบบไม่เจ็บปวดที่เกิดขึ้นทันทีเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งรักษาเร็ว โอกาสรักษาการมองเห็นไว้ได้ก็ยิ่งสูงขึ้น
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นต้อหิน และผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
RVO เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดดำในจอตาโดยเฉพาะ ซึ่งมักสัมพันธ์กับโรคทางระบบไหลเวียนเลือด ต่างจากเลือดออกใต้เยื่อบุตาทั่วไปที่มักไม่รุนแรงและหายเองได้ RVO ต้องได้รับการวินิจฉัยและติดตามโดยจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด
มีการศึกษาที่ใช้ตำรับสมุนไพรจีนสูตรขับน้ำร่วมกับการฉีดยาต้าน VEGF ในผู้ป่วยจอตาบวมน้ำจากภาวะนี้ พบว่าช่วยให้จอตาบวมน้ำลดลงและการมองเห็นดีขึ้นกว่าการฉีดยาเพียงอย่างเดียว (刘宏真, 2018)
ควรพบจักษุแพทย์ก่อนเสมอเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จากนั้นสามารถปรึกษาทีมแพทย์จีนและเภสัชกรของเอินเวย์ (Enwei) เพื่อดูแลต่อเนื่องควบคู่กับการรักษาหลักได้ โทร 02-751-4399 (จันทร์–เสาร์ 9.00–17.00 น.) หรือ LINE ID: @enwei

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน

ทีมแพทย์จีนและเภสัชกรของเอินเวย์ (Enwei) พร้อมให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับตำรับยาสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพดวงตา สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานร่วมกับปัญหาจอตา · ผู้ที่มีความกังวลด้านจอประสาทตาบวมน้ำและความดันลูกตา

ข้อสำคัญ: บทความนี้จัดทำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของเอินเวย์ (Enwei) เพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพดวงตาและแนวทางการดูแลตามแพทย์แผนจีนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีอาการควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเสมอ ตำรับยาแผนจีนที่กล่าวถึงจดทะเบียนในประเภทยาตามองค์ความรู้ดั้งเดิม (ยาแผนจีน) ตามกฎหมายไทย

Frimate

Frimate

ไตและทางเดินปัสสาวะ // ผิวหนังและความงาม

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top