ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่สามารถป้องกันหรือควบคุมได้ หากเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือการควบคุมความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือด ปัจจุบัน American Heart Association (AHA) ได้พัฒนาแนวทาง Life’s Essential 8 ซึ่งเป็นกรอบการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยสุขภาพ โดยได้รับการยอมรับและนำไปใช้เป็นแนวทางส่งเสริมสุขภาพในหลายประเทศ
อ่านเพิ่มเติม: หลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากอะไร? สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้
Life’s Essential 8 คืออะไร?
Life’s Essential 8 คือแนวทางดูแลสุขภาพหัวใจที่ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบสำคัญ

1. รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ (Eat Better) อาหารเป็นรากฐานสำคัญของการป้องกันโรคหัวใจ ควรเน้นอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยและมีใยอาหารสูง
| ควรรับประทาน | ควรลด |
|---|---|
| ผักหลากหลายสี ผลไม้สดในปริมาณเหมาะสม ธัญพืชไม่ขัดสี ปลาและโปรตีนไขมันต่ำ ถั่วและเมล็ดพืช ไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว | ของทอด เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารเค็มจัด เครื่องดื่มหวาน อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ |
อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจกินอะไรดี?
2. เคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอ (Be More Active) การออกกำลังกายช่วยควบคุมไขมัน ความดัน น้ำตาล และน้ำหนักตัว อีกทั้งยังช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้น AHA แนะนำให้ผู้ใหญ่
- ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์
- ฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
หากเพิ่งเริ่มต้น สามารถเริ่มจากการเดินเร็วครั้งละ 20–30 นาที แล้วค่อยเพิ่มระยะเวลาและความหนักตามความเหมาะสม
3. งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ (Quit Tobacco) การสูบบุหรี่ทำให้เยื่อบุหลอดเลือดเสียหาย เพิ่มการอักเสบ และเร่งการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยง
- บุหรี่ทุกชนิด
- บุหรี่ไฟฟ้า
- ควันบุหรี่มือสอง
4. นอนหลับให้เพียงพอ (Get Healthy Sleep) การนอนน้อยหรือคุณภาพการนอนไม่ดีสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ ผู้ใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน และพยายามเข้านอน-ตื่นนอนให้เป็นเวลา
5. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม (Manage Weight) น้ำหนักเกิน โดยเฉพาะไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
6. ควบคุมระดับไขมันในเลือด (Control Cholesterol) ระดับ LDL Cholesterol ที่สูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคราบไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด
7. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Manage Blood Sugar) ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนทั่วไป เพราะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังทำลายผนังหลอดเลือด
8. ควบคุมความดันโลหิต (Manage Blood Pressure) ความดันโลหิตสูงทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ต้องป้องกันอย่างไร?
สำหรับผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ การป้องกันไม่ได้หยุดเพียงการปรับพฤติกรรม แต่ต้องป้องกันการเกิดโรคซ้ำด้วย สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
- ไม่หยุดยาด้วยตนเอง
- ควบคุมไขมัน ความดัน และน้ำตาล
- ออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์
- มาพบแพทย์ตามนัด
- หากมีอาการเจ็บหน้าอกกลับมา ควรรีบพบแพทย์ทันที
สรุป
การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ใช่การทำเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามแนวทาง Life’s Essential 8 ซึ่งครอบคลุมทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การงดบุหรี่ รวมถึงการควบคุมน้ำหนัก ไขมัน น้ำตาล และความดันโลหิต แม้จะมีปัจจัยบางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุหรือพันธุกรรม แต่การปรับพฤติกรรมและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง สามารถลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและช่วยให้มีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงในระยะยาวได้
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









