ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจควรรับประทานอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ไม่หวานจัด ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา และโปรตีนไขมันต่ำ ควบคู่กับการลดไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ อาหารแปรรูป น้ำตาล และโซเดียม อาหารไม่ได้ทำให้หลอดเลือดที่ตีบกลับมาเปิดได้ทันที แต่การเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมช่วยควบคุมระดับไขมัน ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และน้ำหนักตัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินของโรคหลอดเลือดหัวใจ
อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร? วิธีรักษา ยา บอลลูน และผ่าตัด
หลักการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
- เน้นอาหารจากธรรมชาติและผ่านการแปรรูปน้อย
- รับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิด
- เลือกข้าวและแป้งไม่ขัดสี
- เลือกปลา ถั่ว เต้าหู้ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- ใช้ไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันอิ่มตัว
- ลดอาหารเค็มจัด หวานจัด และทอด
- ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะกับพลังงานที่ใช้
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้รับประทานผักและผลไม้รวมอย่างน้อยประมาณ 400 กรัมต่อวัน ลดไขมันอิ่มตัวให้ต่ำกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมด หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์อุตสาหกรรม และจำกัดเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวันในประชากรทั่วไป
1. เพิ่มผักให้ได้ประมาณครึ่งจาน
- ผักใบเขียว
- บรอกโคลีและกะหล่ำชนิดต่าง ๆ
- มะเขือเทศ
- แครอตและฟักทอง
- เห็ด
- แตงกวา
- ถั่วฝักยาว
วิธีปรุงที่เหมาะสม ได้แก่ ต้ม นึ่ง ลวก อบ หรือผัดน้ำมันเล็กน้อย ควรระวังน้ำจิ้ม ซอสปรุงรส และเครื่องปรุงสำเร็จรูป เพราะอาจมีโซเดียมสูงแม้ตัวอาหารจะเป็นผัก
2. เลือกผลไม้สดแทนน้ำผลไม้
- ฝรั่ง
- แอปเปิล
- ชมพู่
- ส้ม
- แก้วมังกร
- กีวี
- เบอร์รี
ผู้ที่มีเบาหวานหรือระดับน้ำตาลสูงควรระวังปริมาณผลไม้หวานจัด ไม่ควรรับประทานผลไม้ครั้งละมาก ๆ และควรหลีกเลี่ยงผลไม้เชื่อม ผลไม้อบแห้งเติมน้ำตาล และน้ำผลไม้สำเร็จรูป
3. เปลี่ยนเป็นธัญพืชไม่ขัดสี
- ข้าวกล้อง
- ข้าวไรซ์เบอร์รี
- ขนมปังโฮลวีต
- ข้าวโอ๊ต
- ลูกเดือย
- ข้าวบาร์เลย์
4. เลือกโปรตีนที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ
- ปลา
- อกไก่หรือเนื้อไก่ไม่ติดหนัง
- เต้าหู้
- ถั่วต่าง ๆ
- ไข่ในปริมาณที่เหมาะสม
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน หรือปลาแมคเคอเรล เป็นแหล่งกรดไขมันโอเมกา 3 แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะปลาราคาแพง ปลาท้องถิ่นที่ปรุงด้วยวิธีไม่ทอดก็สามารถเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีได้
5. เลือกไขมันให้ถูกชนิด ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดไขมันทั้งหมด แต่ควรเปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์เป็นไขมันไม่อิ่มตัว
| ไขมันที่ควรเลือก | ไขมันที่ควรลด |
|---|---|
| น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว ถั่วและเมล็ดพืช อะโวคาโด ไขมันจากปลา | หนังไก่ หมูสามชั้น เนื้อติดมัน มันหมู เนยและครีม อาหารทอดน้ำมันท่วม เบเกอรีและขนมที่มีไขมันทรานส์ |
6. ลดเค็มเพื่อควบคุมความดันและภาระของหัวใจ
- น้ำปลาและซีอิ๊ว
- ซอสหอยนางรม
- ผงปรุงรส
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- อาหารกระป๋อง
- อาหารหมักดอง
- ขนมขบเคี้ยว
- อาหารแช่แข็งและอาหารพร้อมรับประทาน
การลดโซเดียมช่วยควบคุมความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด องค์การอนามัยโลกแนะนำให้จำกัดเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าโซเดียมประมาณ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับประชากรทั่วไป
7. ลดน้ำตาลและเครื่องดื่มหวาน
- น้ำอัดลม
- ชานมและกาแฟหวาน
- น้ำผลไม้เติมน้ำตาล
- ขนมหวาน
- เบเกอรี
- นมข้นหวาน
- เครื่องดื่มชูกำลัง
เครื่องดื่มหลักควรเป็นน้ำเปล่า ส่วนผู้ที่ดื่มชา กาแฟ หรือนม ควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลหรือหวานน้อย
วิธีจัดจานอาหารให้เหมาะกับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ครึ่งจาน: ผักหลากหลายชนิด
- หนึ่งในสี่จาน: ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี หรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเหมาะสม
- หนึ่งในสี่จาน: ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ ถั่ว หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- เลือกผลไม้สดเป็นของหวาน
- ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มหวาน
สัดส่วนที่เหมาะสมอาจต่างกันตามน้ำหนัก ระดับกิจกรรม เบาหวาน โรคไต และยาที่ใช้อยู่ ผู้ที่มีโรคร่วมจึงควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อปรับให้เหมาะกับตนเอง
ตัวอย่างเมนูอาหารหนึ่งวัน

สรุป
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจควรเน้นผัก ผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ถั่ว เต้าหู้ และโปรตีนไขมันต่ำ พร้อมลดอาหารทอด เนื้อติดมัน เนื้อแปรรูป ของหวาน เครื่องดื่มหวาน และอาหารโซเดียมสูง การปรับรูปแบบอาหารทั้งหมดให้เหมาะสมและทำอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการใช้ยา การออกกำลังกาย และการติดตามรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









