ประจำเดือนมาไม่ปกติไม่ได้มีวิธีรักษาแบบเดียวสำหรับทุกคน เพราะสาเหตุแตกต่างกัน ตั้งแต่ความเครียด น้ำหนักเปลี่ยน การออกกำลังกายมากเกินไป การคุมกำเนิด ไปจนถึง PCOS ไทรอยด์ เนื้องอกมดลูก หรือโรคอื่น ๆ ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาไม่ใช่แค่ทำให้ประจำเดือน “มาตรง” แต่ต้องหาว่าผิดปกติเพราะอะไร แล้วรักษาที่ต้นเหตุ
ประจำเดือนมาไม่ปกติ จำเป็นต้องรักษาทุกคนไหม?
หากประจำเดือนเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเป็นครั้งคราว เช่น มาช้ากว่าเดิมไม่กี่วันจากความเครียด นอนน้อย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตช่วงสั้น ๆ และกลับมาเป็นปกติ อาจไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรหาสาเหตุหาก
- รอบเดือนสั้นกว่า 21 วันหรือยาวกว่า 35 วันบ่อย ๆ
- ประจำเดือนขาด 3 รอบติดต่อกัน
- ประจำเดือนมามากหรือนานเกิน 7 วัน
- มีเลือดออกระหว่างรอบ
- มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปวดประจำเดือนมากขึ้น
- รูปแบบประจำเดือนเปลี่ยนจากเดิมชัดเจน
- กำลังพยายามตั้งครรภ์แต่รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
อ่านเพิ่มเติม: ประจำเดือนมาไม่ปกติต้องตรวจอะไรบ้าง?
ปรับพฤติกรรม ถ้าสาเหตุเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต
บางคนมีรอบเดือนผิดปกติจากปัจจัยที่แก้ไขได้ เช่น ความเครียด น้ำหนักลดเร็ว กินอาหารไม่เพียงพอ หรือออกกำลังกายหนักเกินไป แนวทางอาจประกอบด้วย
- กินอาหารให้เพียงพอกับพลังงานที่ใช้
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม
- ปรับการออกกำลังกายหากหนักเกินไป
- นอนให้เพียงพอ
- จัดการความเครียด
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วงเหมาะสม
น้ำหนักที่ลดหรือเพิ่มมาก ความเครียด และการออกกำลังกายมากเกินไปเป็นสาเหตุของรอบเดือนผิดปกติหรือประจำเดือนขาดได้ แต่ถ้าประจำเดือนผิดปกติต่อเนื่อง ไม่ควรพยายามแก้ด้วยพฤติกรรมอย่างเดียวโดยยังไม่ตรวจหาสาเหตุ
ถ้าเกิดจาก PCOS รักษาอย่างไร?
PCOS ทำให้การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ จึงอาจทำให้ประจำเดือนมาห่าง ประจำเดือนขาด รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ หรือบางครั้งมีเลือดออกผิดปกติ แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคืออะไร เช่น
- ถ้ายังไม่ต้องการตั้งครรภ์ อาจพิจารณาวิธีที่ช่วยควบคุมรอบเดือนหรือป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว เช่น ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมอาจใช้ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอขึ้นในผู้ที่มี PCOS
- ถ้าต้องการตั้งครรภ์ แนวทางจะต่างออกไป เพราะต้องเน้นเรื่องการตกไข่และภาวะเจริญพันธุ์มากกว่าการทำให้ประจำเดือนมาตรงเพียงอย่างเดียว
อ่านเพิ่มเติม: PCOS คืออะไร? ทำไมจึงทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
ถ้าเกิดจากไทรอยด์ ต้องรักษาที่ไทรอยด์
หากรอบเดือนผิดปกติเกิดจากต่อมไทรอยด์ทำงานมากหรือน้อยเกินไป การรักษาหลักคือ แก้ความผิดปกติของไทรอยด์ เมื่อระดับฮอร์โมนกลับมาเหมาะสม รอบเดือนอาจดีขึ้นตามไปด้วย
ถ้าประจำเดือนมามาก รักษาอย่างไร?
ผู้ที่มีประจำเดือนมามากต้องดูทั้งสาเหตุ ความรุนแรง ภาวะซีด และความต้องการมีบุตร แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา เช่น
- Tranexamic acid ช่วยลดเลือดออก
- ยาต้านการอักเสบบางชนิด
- ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน
- ห่วงคุมกำเนิดชนิดปล่อยฮอร์โมน
- รักษาภาวะขาดธาตุเหล็ก
- รักษา Fibroid หรือ Adenomyosis หากเป็นต้นเหตุ
- หัตถการหรือการผ่าตัดในบางราย
อ่านเพิ่มเติม: ประจำเดือนมามากแค่ไหนเรียกว่าผิดปกติ?
ประจำเดือนผิดปกติในทัศนะการแพทย์แผนจีน
ในทัศนะการแพทย์จีน ประจำเดือนสะท้อนภาวะเลือดพร่อง เลือดคั่ง และการไหลเวียนพลังชี่ติดขัดตามทฤษฎีการแพทย์จีน ทำให้มีลักษณะอาการ
- ประจำเดือนมาน้อยและสีจาง
- ประจำเดือนมาช้าร่วมกับอ่อนเพลีย
- ปวดท้องและมีลิ่มเลือด
- อารมณ์แปรปรวนหรือแน่นหน้าอกก่อนมีประจำเดือน
- รู้สึกหนาวง่ายหรือมือเท้าเย็น
การแพทย์จีนจึงใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ประกอบด้วย Danggui, Baishao, Shudihuang, Huangqi, Chuanxiong ฯลฯ ที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด เสริมสร้างพลังชี่ และช่วยปรับสมดุลของพลังชี่และเลือดตามศาสตร์การแพทย์จีน ใช้ดูแลความผิดปกติของประจำเดือน โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะพร่องร่วมด้วย
สรุป
ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่ได้มีวิธีรักษาแบบเดียวสำหรับทุกคน และไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเสมอไป หากเกิดจากความเครียด น้ำหนัก หรือการออกกำลังกาย อาจเน้นการปรับพฤติกรรม แต่ถ้าเกิดจาก PCOS ไทรอยด์ Fibroid หรือโรคอื่น ต้องรักษาที่สาเหตุ ส่วนผู้ที่มีเลือดออกมากอาจต้องใช้ยาลดเลือดออก รักษาภาวะซีด หรือพิจารณาหัตถการตามความเหมาะสม ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือ หาต้นเหตุแล้วแก้ให้ตรงจุด ไม่ใช่เพียงทำให้ประจำเดือนมาตรง
คำถามที่พบบ่อย
Q: ประจำเดือนมาไม่ปกติ ต้องกินยาฮอร์โมนไหม?
A: ไม่จำเป็นทุกคน ยาฮอร์โมนเหมาะกับบางสาเหตุเท่านั้น หากเกิดจากน้ำหนัก ความเครียด ไทรอยด์ หรือโรคอื่น ต้องรักษาตามต้นเหตุ
Q: ประจำเดือนมาไม่ปกติรักษาเองได้ไหม?
A: หากเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยชั่วคราว อาจเริ่มจากนอนให้เพียงพอ กินอาหารให้เหมาะสม และติดตามรอบเดือน แต่หากผิดปกติต่อเนื่องควรตรวจหาสาเหตุ
Q: ประจำเดือนผิดปกติจาก PCOS รักษาหายไหม?
A: PCOS เป็นภาวะที่ต้องดูแลระยะยาวมากกว่ารักษาด้วยวิธีเดียวให้หายทันที แนวทางขึ้นอยู่กับอาการ น้ำหนัก การตกไข่ และความต้องการมีบุตร
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)
[enwei_product_13336]








