ประจำเดือนมาไม่ปกติไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องตรวจฮอร์โมนชุดใหญ่หรืออัลตราซาวนด์ทันที การตรวจขึ้นอยู่กับว่าอาการเป็นแบบไหน เช่น ประจำเดือนขาด มาช้า มามาก มานาน มีเลือดออกระหว่างรอบ หรือปวดผิดปกติ โดยทั่วไปแพทย์จะเริ่มจากซักประวัติ ตรวจการตั้งครรภ์เมื่อมีโอกาสตั้งครรภ์ และเลือกตรวจเลือดหรืออัลตราซาวนด์ตามสาเหตุที่สงสัย
ประจำเดือนผิดปกติ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
1. ตรวจการตั้งครรภ์
หากอยู่ในวัยที่สามารถตั้งครรภ์ได้และมีเพศสัมพันธ์ การตรวจการตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในการตรวจแรก ๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมี
- ประจำเดือนขาด
- ประจำเดือนมาช้า
- เลือดออกผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยร่วมด้วย
2. ตรวจเลือดดูภาวะโลหิตจาง
หากประจำเดือนมามาก มานาน หรือมีเลือดออกบ่อย แพทย์อาจตรวจ Complete Blood Count หรือ CBC เพื่อดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ อาการที่อาจสัมพันธ์กับภาวะซีด เช่น
- เหนื่อยง่าย
- หน้ามืด
- ใจสั่น
- ไม่มีแรง
- หายใจไม่อิ่มเวลาออกแรง
- หน้าซีด
3. ฮอร์โมนต้องตรวจทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็น แพทย์จะเลือกตรวจเมื่อมีเหตุผลสงสัย เช่น
| ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ | อาจพิจารณาหากมีประจำเดือนผิดปกติร่วมกับ – เหนื่อยง่าย – น้ำหนักเปลี่ยน – ใจสั่น – มือสั่น – หนาวง่ายหรือร้อนง่าย – ท้องผูก – ผิวหรือเส้นผมเปลี่ยน |
| ตรวจ Prolactin | อาจพิจารณาเมื่อประจำเดือนขาดหรือมาห่าง โดยเฉพาะหากมี – น้ำนมไหลทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นม – ปวดศีรษะ – การมองเห็นเปลี่ยน |
| ตรวจ FSH, LH หรือฮอร์โมนอื่น | อาจใช้ในบางกรณี เช่น – สงสัยว่ารังไข่ทำงานลดลง – ประจำเดือนขาด – ประเมินการตกไข่ – มีภาวะมีบุตรยาก – สงสัย PCOS |
4. อัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ ตรวจเมื่อไหร่?
อัลตราซาวนด์ช่วยดูโครงสร้างของมดลูกและรังไข่ ไม่ได้ใช้ตรวจฮอร์โมน แพทย์อาจพิจารณาเมื่อสงสัย
- เนื้องอกมดลูก หรือ Fibroid
- Adenomyosis
- ถุงน้ำรังไข่
- ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก
- ก้อนในอุ้งเชิงกราน
- PCOS ในบางกรณี
- ปวดท้องน้อยร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ
5. ตรวจภายในจำเป็นทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกคน การตรวจภายในจะพิจารณาตามอายุ ประวัติ อาการ และสาเหตุที่สงสัย อาจมีประโยชน์เมื่อมี
- เลือดออกระหว่างรอบ
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- สงสัยความผิดปกติของปากมดลูกหรือช่องคลอด
ผู้ที่มีเลือดออกระหว่างรอบหรือหลังมีเพศสัมพันธ์อาจได้รับการตรวจช่องคลอดและปากมดลูก รวมถึงตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
6. Hysteroscopy คืออะไร?
Hysteroscopy หรือการส่องกล้องโพรงมดลูก เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปภายในโพรงมดลูก ช่วยประเมินความผิดปกติ เช่น
- ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก
- Fibroid ที่ยื่นเข้าโพรงมดลูก
- ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก
ไม่ได้เป็นการตรวจที่ต้องทำทุกคน แต่ใช้เมื่อประวัติหรือผลตรวจเบื้องต้นทำให้สงสัยความผิดปกติภายในโพรงมดลูก
7. ต้องตัดชิ้นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกคนที่ประจำเดือนผิดปกติต้องตัดชิ้นเนื้อ การตรวจ Endometrial biopsy คือการเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจ เพื่อดูว่ามีเซลล์ผิดปกติหรือไม่ แพทย์จะพิจารณาในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการบางรูปแบบ เช่น เลือดออกผิดปกติที่ต้องประเมินเยื่อบุโพรงมดลูกเพิ่มเติม
อาการแบบไหน มักตรวจอะไร?
| ลักษณะอาการ | การตรวจที่อาจพิจารณา |
|---|---|
| ประจำเดือนขาด/มาช้า | ตรวจการตั้งครรภ์, ตรวจฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้ |
| ประจำเดือนมามาก | CBC, ประเมินภาวะซีด, อัลตราซาวนด์ตามอาการ |
| ประจำเดือนมานาน | CBC, ประเมินสาเหตุของเลือดออก, อัลตราซาวนด์ |
| ประจำเดือนมาห่าง + สิว/ขนดก | ประเมิน PCOS, ตรวจฮอร์โมนบางชนิด |
| ปวดประจำเดือนมาก | อัลตราซาวนด์หรือการตรวจเพิ่มเติมหากสงสัย Endometriosis/Adenomyosis |
| เลือดออกระหว่างรอบ | ตรวจการตั้งครรภ์, ตรวจภายใน, STI test, ultrasound/hysteroscopy ตามข้อบ่งชี้ |
| เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ | ตรวจช่องคลอดและปากมดลูก, STI test และการตรวจเพิ่มเติมตามสาเหตุ |
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปตรวจ?
ช่วยให้แพทย์หาสาเหตุได้เร็วขึ้นด้วยการเตรียมข้อมูล เช่น
- วันที่ประจำเดือนเริ่มในช่วง 2–3 เดือนล่าสุด
- จำนวนวันที่เลือดออก
- ปริมาณเลือดโดยประมาณ
- มีลิ่มเลือดหรือไม่
- มีเลือดออกระหว่างรอบหรือไม่
- อาการปวดและช่วงเวลาที่ปวด
- ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่
- วิธีคุมกำเนิด
- ประวัติการตั้งครรภ์
- อาการอื่น เช่น น้ำหนักเปลี่ยน สิว ขนดก เหนื่อยง่าย หรือใจสั่น
สรุป
ประจำเดือนมาไม่ปกติไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจทุกอย่างพร้อมกัน แพทย์จะเริ่มจากดูรูปแบบรอบเดือน ประวัติ และอาการร่วม หากมีโอกาสตั้งครรภ์อาจเริ่มจากตรวจการตั้งครรภ์ ส่วนผู้ที่มีเลือดออกมากอาจตรวจ CBC เพื่อดูภาวะซีด การตรวจฮอร์โมนจะใช้เมื่อสงสัยความผิดปกติบางชนิด และอัลตราซาวนด์ช่วยดูโครงสร้างของมดลูกและรังไข่ หากสงสัยความผิดปกติในโพรงมดลูกอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น hysteroscopy ดังนั้นเป้าหมายของการตรวจคือ เลือกให้ตรงกับอาการเพื่อหาสาเหตุ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ประจำเดือนมาไม่ปกติต้องตรวจฮอร์โมนทุกคนไหม?
A: ไม่ต้องทุกคน แพทย์จะเลือกตรวจฮอร์โมนเมื่อมีอาการหรือประวัติที่สงสัยความผิดปกติ เช่น PCOS ไทรอยด์ผิดปกติ ประจำเดือนขาด หรือปัญหาการตกไข่
Q: ตรวจฮอร์โมนต้องตรวจวันไหนของรอบเดือน?
A: ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนที่ต้องการตรวจ เพราะบางค่าต้องสัมพันธ์กับช่วงของรอบเดือน ขณะที่บางค่า เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ไม่ได้ใช้หลักเดียวกัน จึงควรให้แพทย์กำหนดตามวัตถุประสงค์ของการตรวจ
Q: ประจำเดือนผิดปกติต้องอัลตราซาวนด์ทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็น หากประวัติและอาการไม่ได้บ่งชี้ความผิดปกติของมดลูกหรือรังไข่ แพทย์อาจยังไม่จำเป็นต้องทำ แต่หากสงสัย Fibroid, Adenomyosis, ถุงน้ำรังไข่ หรือก้อนในอุ้งเชิงกราน อัลตราซาวนด์มีประโยชน์มากขึ้น
Q: ประจำเดือนผิดปกติแต่ผลเลือดปกติ ยังมีโรคได้ไหม?
A: ได้ เพราะบางสาเหตุ เช่น Fibroid, Adenomyosis, Polyp หรือ Endometriosis อาจไม่สามารถบอกได้จากการตรวจเลือดทั่วไปเพียงอย่างเดียว จึงต้องเลือกการตรวจตามลักษณะอาการ
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)
[enwei_product_13336]








