หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ความดันโลหิตสูงทำให้โรคหัวใจได้ไหม? เสี่ยงหัวใจล้มเหลวอย่างไร

ความดันโลหิตสูงทำให้โรคหัวใจได้ไหม? เสี่ยงหัวใจล้มเหลวอย่างไร

ความดันโลหิตสูงทำให้โรคหัวใจได้ไหม? เสี่ยงหัวใจล้มเหลวอย่างไร

ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจหลายชนิด เพราะเมื่อแรงดันในหลอดเลือดสูงต่อเนื่อง หัวใจต้องออกแรงมากขึ้นทุกครั้งที่สูบฉีดเลือด ในระยะแรกกล้ามเนื้อหัวใจอาจหนาตัวเพื่อรับภาระที่เพิ่มขึ้น แต่หากเป็นนานหลายปี หัวใจอาจแข็ง คลายตัวได้ไม่ดี หรืออ่อนแรงลงจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะเดียวกัน ความดันโลหิตสูงยังทำลายผนังหลอดเลือดและเร่งกระบวนการหลอดเลือดแข็ง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ อาการเจ็บหน้าอก และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

ความดันสูงทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นได้อย่างไร?

หัวใจมีหน้าที่สูบเลือดออกจากหัวใจห้องล่างซ้ายเข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ หากแรงดันภายในหลอดเลือดสูงขึ้น หัวใจจะต้องสร้างแรงบีบตัวมากขึ้นเพื่อผลักเลือดออกไป เปรียบได้กับการสูบน้ำผ่านท่อที่มีแรงต้านสูง ยิ่งแรงต้านมาก ปั๊มก็ยิ่งต้องทำงานหนัก เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของหัวใจหลายขั้น ได้แก่ 

ความดันสูงเรื้อรัง → หัวใจทำงานหนักขึ้น → กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว → หัวใจคลายตัวได้ไม่ดี → ความดันภายในหัวใจสูงขึ้น → หัวใจล้มเหลวในบางราย ดังนั้น แม้ผู้ป่วยจะไม่มีอาการ ความเสียหายต่อหัวใจก็สามารถค่อย ๆ เกิดขึ้นได้

ความดันโลหิตสูงส่งผลต่อหัวใจอย่างไร?

1. ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว เมื่อหัวใจต้องสูบเลือดต้านแรงดันสูงเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายอาจหนาขึ้น เรียกว่า Left Ventricular Hypertrophy หรือ LVH ในช่วงแรก การหนาตัวเป็นกลไกที่หัวใจใช้เพื่อรับภาระที่เพิ่มขึ้น แต่หากดำเนินต่อไป กล้ามเนื้อหัวใจอาจแข็งและคลายตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้

  • หัวใจรับเลือดในช่วงคลายตัวได้น้อยลง
  • ความดันภายในหัวใจเพิ่มขึ้น
  • เหนื่อยง่ายเมื่อออกแรง
  • หายใจไม่สะดวก
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและหัวใจเต้นผิดจังหวะ

2. เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูงทำให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดได้รับความเสียหายและส่งเสริมการเกิดหลอดเลือดแข็ง หรือ Atherosclerosis เมื่อเกิดกับหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หรือหลอดเลือดโคโรนารี อาจทำให้ช่องหลอดเลือดค่อย ๆ ตีบลง หากเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจมีอาการ

  • แน่นหรือเจ็บหน้าอก
  • เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง
  • เจ็บร้าวไปแขน ไหล่ กราม หรือหลัง

หากคราบไขมันแตกและเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดอย่างเฉียบพลัน อาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือ Heart Attack

อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD) คืออะไร? อาการและปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้

3. ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้น แต่หมายถึงหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดหรือรองรับเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ความดันโลหิตสูงสามารถนำไปสู่หัวใจล้มเหลวได้จากหลายกลไก เช่น

  • กล้ามเนื้อหัวใจหนาและแข็ง
  • หัวใจคลายตัวรับเลือดได้ไม่ดี
  • กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงลงในระยะยาว
  • มีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายร่วมด้วย

WHO ระบุว่าความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้สามารถทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว เนื่องจากหัวใจไม่สามารถสูบเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้เพียงพอ

4. เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูงเรื้อรังอาจทำให้โครงสร้างของหัวใจเปลี่ยนแปลง เช่น ผนังหัวใจหนาและหัวใจห้องบนขยาย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด โดยเฉพาะ Atrial Fibrillation (AF) หรือหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ภาวะ AF มีความสำคัญเพราะเลือดอาจไหลวนและเกิดลิ่มเลือดภายในหัวใจ หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง อาจทำให้เกิด Ischemic Stroke ได้ ดังนั้น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และ Stroke จึงเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

ความดันสูงทำให้ “หัวใจโต” หรือไม่?

คำว่า “หัวใจโต” เป็นคำกว้าง ๆ ที่ผู้ป่วยมักได้ยินจากผลเอกซเรย์หรือการตรวจหัวใจ แต่ไม่ได้หมายถึงโรคชนิดเดียว ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หัวใจอาจดูโตหรือมีผนังกล้ามเนื้อหนาขึ้น เนื่องจากต้องสูบฉีดเลือดต้านแรงดันสูงเป็นเวลานาน การตรวจที่แพทย์อาจใช้ประเมิน ได้แก่

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • เอกซเรย์ทรวงอก
  • Echocardiogram หรืออัลตราซาวนด์หัวใจ
  • การตรวจเลือด
  • การตรวจหลอดเลือดหัวใจในผู้ที่มีข้อบ่งชี้

หากพบ LVH หรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ การควบคุมความดันอย่างเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญในการลดภาระของหัวใจและลดความเสี่ยงในระยะยาว

อาการอะไรบ้างที่อาจบ่งบอกว่าหัวใจได้รับผลกระทบ?

  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • ใจสั่น
  • แน่นหรือเจ็บหน้าอก
  • หายใจไม่อิ่มเวลาออกแรง
  • นอนราบแล้วหายใจลำบาก
  • ต้องหนุนหมอนสูงขึ้นจึงนอนได้
  • ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่ออก
  • เท้าหรือข้อเท้าบวม
  • น้ำหนักเพิ่มเร็วจากการคั่งของน้ำ
  • อ่อนเพลียผิดปกติ

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นหัวใจล้มเหลวเสมอไป แต่ควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุ

อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกรุนแรง
  • เจ็บหน้าอกร้าวไปแขน ไหล่ กราม หรือหลัง
  • หายใจลำบากเฉียบพลัน
  • เหงื่อออกมากผิดปกติร่วมกับเจ็บหน้าอก
  • หน้ามืดหรือหมดสติ
  • ใจสั่นรุนแรงร่วมกับอ่อนแรงหรือเจ็บหน้าอก

โดยเฉพาะเมื่อมีค่าความดันสูงมากร่วมกับอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบาก WHO แนะนำให้เข้ารับการดูแลทันที เพราะอาจเป็นภาวะความดันสูงฉุกเฉินหรือมีความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญ

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจจากความดันโลหิตสูงอย่างไร?

หัวใจสำคัญที่สุดคือ ควบคุมความดันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ลดเฉพาะวันที่ค่าความดันสูง

  • รับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง
  • ไม่หยุดหรือลดขนาดยาเอง
  • วัดความดันที่บ้านอย่างถูกวิธี
  • ลดอาหารเค็มและอาหารแปรรูป
  • รับประทานอาหารตามหลัก DASH
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามสภาพร่างกาย
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมเบาหวานและไขมันในเลือด
  • ตรวจการทำงานของไตตามคำแนะนำ
  • พบแพทย์ตามนัด

อ่านเพิ่มเติม: ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?

สรุป

ความดันโลหิตสูงสามารถทำให้เกิดโรคหัวใจได้หลายทาง ตั้งแต่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนัก กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว การควบคุมความดัน รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ลดโซเดียม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และควบคุมเบาหวานกับไขมันในเลือด เป็นวิธีสำคัญในการปกป้องหัวใจในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ได้ ความดันสูงเรื้อรังทำให้หัวใจต้องออกแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายจึงอาจหนาตัว และในบางรายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดและโครงสร้างหัวใจ
เมื่อหัวใจต้องสูบเลือดต้านแรงดันสูงเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อหัวใจอาจหนา แข็ง และคลายตัวได้ไม่ดี หรืออ่อนแรงลง จนไม่สามารถสูบฉีดหรือรองรับเลือดได้อย่างเพียงพอ
ความดันสูงเป็นปัจจัยที่ทำลายผนังหลอดเลือดและส่งเสริมการเกิดหลอดเลือดแข็ง จึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะเมื่อมีไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย
ไม่เสมอไป ความดันโลหิตสูงสามารถทำให้โครงสร้างและการทำงานของหัวใจเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีอาการในระยะแรก การควบคุมความดันและตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์จึงมีความสำคัญ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top