หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  โรคหัวใจกับ Stroke เกี่ยวข้องกันอย่างไร? รู้ความเสี่ยงและวิธีป้องกัน

โรคหัวใจกับ Stroke เกี่ยวข้องกันอย่างไร? รู้ความเสี่ยงและวิธีป้องกัน

โรคหัวใจกับ Stroke เกี่ยวข้องกันอย่างไร? รู้ความเสี่ยงและวิธีป้องกัน

โรคหัวใจบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ ภาวะที่สำคัญที่สุดคือ Atrial Fibrillation (AF หรือ AFib) หรือภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งทำให้หัวใจห้องบนบีบตัวไม่สม่ำเสมอ เลือดจึงอาจค้างอยู่ภายในหัวใจและจับตัวเป็นลิ่ม American Stroke Association ระบุว่า AF สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดและเพิ่มความเสี่ยง Stroke ได้ แม้ผู้ป่วยบางคนจะไม่มีอาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะเลยก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม: โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร? ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้

หัวใจทำให้เกิด Stroke ได้อย่างไร?

Atrial Fibrillation คืออะไร และทำไมจึงเสี่ยง Stroke?

Atrial Fibrillation หรือ AF คือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยหัวใจห้องบนไม่ได้บีบตัวอย่างเป็นจังหวะตามปกติ แต่เกิดการสั่นหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เมื่อหัวใจห้องบนบีบตัวได้ไม่เต็มที่ เลือดบางส่วนอาจค้างอยู่ โดยเฉพาะบริเวณหัวใจห้องบนซ้าย เมื่อเลือดค้างนานขึ้น อาจจับตัวเป็นลิ่มเลือดได้ หากลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจและเข้าสู่หลอดเลือดแดง อาจเดินทางไปยังสมองและอุดตันหลอดเลือดจนเกิด Stroke

AF มีอาการอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ เช่น

  • ใจสั่น
  • หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • เหนื่อยง่าย
  • หายใจไม่เต็มอิ่ม
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • หน้ามืด

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ผู้ป่วย AF บางคนไม่มีอาการเลย และอาจตรวจพบจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจโดยบังเอิญ American Stroke Association ระบุว่าแม้ไม่มีอาการ AF ก็ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อ Stroke ได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ควรตรวจสุขภาพและประเมินจังหวะหัวใจตามความเหมาะสม

โรคหัวใจชนิดใดบ้างที่อาจสัมพันธ์กับ Stroke?

ไม่ได้มีเฉพาะ AF เท่านั้น โรคหรือความผิดปกติของหัวใจหลายชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยง Stroke ได้ เช่น

  1. ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วเป็นสาเหตุสำคัญของ Stroke จากลิ่มเลือดที่มาจากหัวใจ
  2. โรคลิ้นหัวใจโรคลิ้นหัวใจบางชนิดสามารถทำให้การไหลเวียนของเลือดภายในหัวใจผิดปกติ และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด
  3. ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เลือดอาจไหลช้าลงและมีโอกาสจับตัวเป็นลิ่มในผู้ป่วยบางราย
  4. กล้ามเนื้อหัวใจตาย หลังเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย ผนังหัวใจบางบริเวณอาจบีบตัวได้ไม่ดี ทำให้เลือดค้างและเกิดลิ่มเลือดได้
  5. ความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจบางชนิดความผิดปกติแต่กำเนิดหรือความผิดปกติของผนังกั้นหัวใจบางชนิดอาจสัมพันธ์กับ Stroke ในผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อไม่พบสาเหตุอื่นชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม: เส้นเลือดในสมองตีบคืออะไร? อาการและสัญญาณเตือน

ความดันโลหิตสูงเกี่ยวกับทั้งหัวใจและ Stroke อย่างไร?

ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยร่วมสำคัญ เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ความดันสูงเรื้อรังอาจ

  • ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
  • เพิ่มโอกาสเกิด AF
  • ทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบ
  • เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมองแตก
  • ทำให้หัวใจและหลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น

American Stroke Association ระบุว่าความดันสูงที่ควบคุมไม่ดีเป็นหนึ่งในภาวะที่สัมพันธ์กับการเกิด AF และโรคหัวใจอื่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองอย่างไร?

ลดความเสี่ยง Stroke ในผู้ป่วยโรคหัวใจได้อย่างไร?

  • รักษา AF หรือโรคหัวใจตามแผนของแพทย์
  • รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดเมื่อมีข้อบ่งชี้
  • ไม่หยุดหรือปรับยาเอง
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ควบคุมเบาหวาน
  • ควบคุมไขมันในเลือด
  • งดสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • พบแพทย์ตามนัด

American Stroke Association ระบุว่าการรักษา AF ควบคู่กับการดูแลความดัน น้ำตาล ไขมัน น้ำหนัก การออกกำลังกาย และการไม่สูบบุหรี่ มีบทบาทในการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรวมถึง Stroke

หากใจสั่นร่วมกับอาการ Stroke ต้องทำอย่างไร?

หากมีใจสั่นร่วมกับอาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น

  • หน้าเบี้ยว
  • แขนหรือขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • มองเห็นผิดปกติ
  • เดินเซหรือเสียการทรงตัว

โทร 1669 ทันที ไม่ควรรอดูว่าอาการจะหายหรือไม่ และไม่ควรรับประทานแอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเพิ่มเอง เพราะต้องตรวจภาพสมองก่อนเพื่อแยกว่าเป็นหลอดเลือดสมองตีบหรือมีเลือดออกในสมอง

สรุป

โรคหัวใจกับ Stroke มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งทำให้เลือดค้างภายในหัวใจและเกิดลิ่มเลือด ลิ่มเลือดสามารถหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมองจนเกิด Ischemic Stroke ได้ การลดความเสี่ยงจึงต้องรักษาโรคหัวใจ ควบคุมความดัน เบาหวานและไขมันในเลือด รวมถึงใช้ยาป้องกันลิ่มเลือดตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ โดยไม่หยุดหรือปรับยาด้วยตนเอง

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top