หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ความดันโลหิตสูงทำให้ Stroke ได้อย่างไร? รู้ก่อนป้องกันได้

ความดันโลหิตสูงทำให้ Stroke ได้อย่างไร? รู้ก่อนป้องกันได้

ความดันโลหิตสูงทำให้ Stroke ได้อย่างไร? รู้ก่อนป้องกันได้

ความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เพราะแรงดันเลือดที่สูงต่อเนื่องสามารถทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็ง ตีบ เกิดคราบไขมัน หรือเปราะจนแตกได้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงต่อ Stroke เกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีความดันโลหิตสูง และจัดให้ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่สามารถป้องกันหรือควบคุมได้

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

Stroke คืออะไร?

Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองผิดปกติ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและได้รับความเสียหาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

  1. Stroke ชนิดหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน  เรียกว่า Ischemic Stroke เกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองตีบหรือถูกลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้สมองบริเวณนั้นขาดเลือด
  2. Stroke ชนิดหลอดเลือดสมองแตก เรียกว่า Hemorrhagic Stroke เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก ทำให้มีเลือดออกเข้าไปกดเบียดและทำลายเนื้อสมอง

ความดันโลหิตสูงทำให้ Stroke ได้อย่างไร?

1. ทำลายผนังหลอดเลือดทีละน้อย เมื่อความดันเลือดสูงต่อเนื่อง ผนังหลอดเลือดต้องรับแรงกระแทกมากกว่าปกติเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์บุผนังหลอดเลือด หรือ Endothelium ทำงานผิดปกติ หลอดเลือดจึงค่อย ๆ

  • สูญเสียความยืดหยุ่น
  • หนาตัวขึ้น
  • แข็งขึ้น
  • เกิดการอักเสบได้ง่าย
  • เกิดคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น

กระบวนการเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของโรคหลอดเลือด

2. เร่งให้หลอดเลือดแข็งและตีบ เมื่อผนังหลอดเลือดเสียหาย ไขมัน โดยเฉพาะ LDL cholesterol สามารถสะสมในผนังหลอดเลือดและพัฒนาเป็นคราบไขมัน หรือ Atherosclerotic Plaque เมื่อคราบมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่องทางที่เลือดไหลผ่านจะแคบลง หากคราบไขมันแตก อาจกระตุ้นให้เกล็ดเลือดรวมตัวและเกิดลิ่มเลือดจนปิดกั้นหลอดเลือดสมอง นำไปสู่ Ischemic Stroke ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นหากมีปัจจัยอื่นร่วม เช่น 

  • ไขมันในเลือดสูง
  • เบาหวาน
  • สูบบุหรี่
  • โรคอ้วน
  • ไม่ออกกำลังกาย

3. ทำให้หลอดเลือดสมองขนาดเล็กเสียหาย ความดันโลหิตสูงเรื้อรังสามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กที่อยู่ลึกในสมอง ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและช่องหลอดเลือดแคบลง อาจนำไปสู่ Small Vessel Disease และเกิดสมองขาดเลือดบริเวณเล็ก ๆ หรือ Lacunar Stroke ได้ ความเสียหายของหลอดเลือดสมองขนาดเล็กเรื้อรังยังสัมพันธ์กับปัญหาด้านความจำ การคิด และการเดินในระยะยาว

4. ทำให้หลอดเลือดเปราะและแตกได้ หากหลอดเลือดต้องรับแรงดันสูงเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดบางตำแหน่งอาจอ่อนแอลง เมื่อความดันเพิ่มสูงมาก หลอดเลือดอาจแตกและเกิดเลือดออกในสมอง นำไปสู่ Hemorrhagic Stroke ดังนั้น ความดันโลหิตสูงจึงไม่ได้ทำให้เกิดเฉพาะเส้นเลือดสมองตีบ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญของเส้นเลือดสมองแตกด้วย

ยิ่งความดันสูง ยิ่งเสี่ยง Stroke หรือไม่?

ยิ่งระดับความดันโลหิตสูงและควบคุมไม่ได้เป็นเวลานาน ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองยิ่งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าความดันเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาร่วมกับ

  • อายุ
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่
  • โรคไต
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation
  • ประวัติ Stroke หรือ TIA เดิม

การประเมินความเสี่ยงโดยรวมจึงสำคัญกว่าการดูตัวเลขครั้งใดครั้งหนึ่ง

ความดันสูงไม่มีอาการ ยังเสี่ยง Stroke หรือไม่?

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แม้หลอดเลือดจะได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง การวัดความดันอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน

BEFAST สัญญาณ Stroke ที่ต้องจำ

Stroke เป็นภาวะฉุกเฉิน ทุกนาทีมีความสำคัญต่อสมอง หากพบอาการเฉียบพลันควรรีบไปโรงพยาบาลทันที 

  • B – Balance เดินเซ สูญเสียการทรงตัวทันที
  • E – Eyes ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน
  • F – Face หน้าเบี้ยว มุมปากตก
  • A – Arm แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาฉับพลัน
  • S – Speech พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือฟังไม่เข้าใจ
  • T – Time รีบไปโรงพยาบาลทันที

ลดความเสี่ยง Stroke จากความดันโลหิตสูงอย่างไร?

  • รับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง
  • ไม่หยุดหรือปรับยาเอง
  • ลดโซเดียมและอาหารแปรรูป
  • รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารตามหลัก DASH
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมเบาหวานและไขมันในเลือด
  • วัดความดันที่บ้านอย่างถูกวิธี
  • พบแพทย์และตรวจสุขภาพตามนัด

องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า การควบคุมความดันโลหิตอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยลดความเสี่ยงของ Stroke ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม: ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?

สรุป

ความดันโลหิตสูงเพิ่มความเสี่ยง Stroke ได้ทั้งชนิดหลอดเลือดสมองตีบและหลอดเลือดสมองแตก เพราะแรงดันที่สูงต่อเนื่องทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็ง ตีบ เกิดลิ่มเลือด หรือเปราะจนแตกได้ สิ่งสำคัญคือความเสียหายเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการ ความดันโลหิตสูงจึงควรได้รับการตรวจพบและควบคุมตั้งแต่เนิ่น ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ได้ ความดันสูงเรื้อรังทำให้ผนังหลอดเลือดสมองอ่อนแอและเปราะ เมื่อหลอดเลือดแตกอาจเกิดเลือดออกในสมองและ Hemorrhagic Stroke
ความดันสูงทำลายผนังหลอดเลือดและเร่งการเกิดหลอดเลือดแข็ง เมื่อคราบไขมันตีบหรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน เลือดจะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอและเกิด Ischemic Stroke
ได้ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวนมากไม่มีอาการก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน จึงควรวัดความดันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
หากมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด เดินเซ หรือการมองเห็นผิดปกติเฉียบพลัน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที แม้อาการจะเกิดเพียงไม่กี่นาทีแล้วหายไป

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย  แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top