หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ดื่มน้ำแก้ท้องผูกได้ไหม? ปริมาณเท่าไรจึงช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

ดื่มน้ำแก้ท้องผูกได้ไหม? ปริมาณเท่าไรจึงช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

ดื่มน้ำเท่าไรจึงช่วยลดอาการท้องผูก?

ดื่มน้ำแก้ท้องผูกได้ในคนที่ได้รับน้ำไม่เพียงพอหรือกำลังเพิ่มใยอาหาร เพราะของเหลวช่วยให้อุจจาระมีความนุ่มและช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าหากร่างกายได้รับน้ำเพียงพออยู่แล้ว การบังคับตัวเองให้ดื่มน้ำเพิ่มหลายลิตรต่อวันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะทำให้อาการท้องผูกเรื้อรังดีขึ้น 

ทำไมน้ำจึงเกี่ยวข้องกับการขับถ่าย?

เมื่ออาหารผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดน้ำบางส่วนกลับเข้าสู่ร่างกาย ระหว่างนั้นกากอาหารจะค่อย ๆ กลายเป็นอุจจาระ หากร่างกายขาดน้ำ อุจจาระอาจมีลักษณะแห้งและแข็งขึ้น ทำให้ขับออกได้ยากกว่าเดิม น้ำยังมีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ใยอาหารบางชนิดสามารถอุ้มน้ำ ทำให้อุจจาระมีปริมาตรและมีความนุ่มมากขึ้น

ท้องผูกต้องดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?

ความต้องการน้ำในแต่ละวันแตกต่างกันตามหลายปัจจัย เช่น 

  • อายุและขนาดร่างกาย
  • กิจกรรมทางกาย
  • อากาศและอุณหภูมิ
  • อาหารที่รับประทาน
  • การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • การเสียเหงื่อ
  • โรคประจำตัว
  • ยาบางชนิด

แนะนำให้ได้รับน้ำและของเหลวเพียงพอตามขนาดร่างกาย สุขภาพ ระดับกิจกรรม และสภาพแวดล้อมของแต่ละคน 

เพิ่มไฟเบอร์แล้ว ทำไมต้องใส่ใจเรื่องน้ำมากขึ้น?

หากกำลังเพิ่มผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช หรือผลิตภัณฑ์เสริมใยอาหาร เรื่องของน้ำจะยิ่งสำคัญขึ้น เพราะใยอาหารบางชนิดต้องอาศัยน้ำเพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรและความนุ่มของอุจจาระ แต่การเพิ่มใยอาหารอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ปรับพฤติกรรมด้านอื่น อาจทำให้บางคนรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง มีแก๊สมากขึ้น หรือรู้สึกอึดอัดท้องได้ ดังนั้น หากต้องการเพิ่มใยอาหาร ควรค่อย ๆ เพิ่ม พร้อมได้รับน้ำอย่างเพียงพอ มากกว่าการเพิ่มไฟเบอร์จำนวนมากในครั้งเดียว

อ่านเพิ่มเติม: ท้องผูกกินอะไรดี? อาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

ดื่มน้ำตอนเช้าหรือหลังตื่นนอนช่วยขับถ่ายหรือไม่?

การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนช่วยเติมน้ำให้ร่างกายหลังจากไม่ได้ดื่มมาหลายชั่วโมง ตามธรรมชาติแล้วการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่จะเพิ่มขึ้นในช่วงหลังตื่นนอน การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนจึงช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเวลาขับถ่ายที่สม่ำเสมอได้

ดื่มน้ำแล้วก็ยังท้องผูก อาจไม่ใช่ปัญหาเรื่องน้ำ

หากได้รับน้ำและใยอาหารเพียงพอแล้ว แต่ยังมีอาการ เช่น

  • ถ่ายน้อยกว่าเดิมมาก
  • อุจจาระแข็งเป็นประจำ
  • ต้องเบ่งนาน
  • ถ่ายไม่สุด
  • อยากถ่ายแต่เบ่งออกยาก
  • ต้องใช้ยาระบายเป็นประจำ

สาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่การดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว ท้องผูกสามารถเกี่ยวข้องกับลำไส้เคลื่อนไหวช้า ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด โรคบางชนิด หรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับถ่าย ในกรณีเหล่านี้ การดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ได้แก้ต้นเหตุ

อ่านเพิ่มเติม: วิธีแก้ท้องผูก ทำอย่างไรให้กลับมาขับถ่ายเป็นปกติ

ใครบ้างที่ไม่ควรเพิ่มน้ำเองมาก ๆ

คำแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้จำกัดปริมาณของเหลว เช่น

  • โรคไต
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ภาวะบวมน้ำบางประเภท
  • ความผิดปกติของระดับเกลือแร่

ควรใช้ปริมาณน้ำตามคำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ 

สรุป

ดื่มน้ำแก้ท้องผูกได้ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ และน้ำยังช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนสามารถใช้เป็นกิจวัตรตอนเช้าเพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอและช่วงเช้าเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่มีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารเช้า แต่ไม่มีกฎว่าคนท้องผูกทุกคนต้องดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร และการดื่มเพิ่มมากกว่าความต้องการไม่ได้หมายความว่าจะถ่ายง่ายขึ้นเสมอไป

คำถามที่พบบ่อย

Q: ท้องผูกควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?

A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย สุขภาพ กิจกรรม และสภาพแวดล้อม เป้าหมายคือได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ไม่ใช่บังคับดื่มตามตัวเลขเดียวกันทุกคน

Q: ดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนช่วยให้ถ่ายไหม?

A: สามารถทำได้ เพราะช่วยเติมน้ำหลังจากไม่ได้ดื่มมาหลายชั่วโมง และช่วงหลังตื่นนอนเป็นช่วงที่การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าน้ำ 1 แก้วเป็นตัวกระตุ้นการขับถ่ายโดยตรง การรับประทานอาหารเช้ายังช่วยกระตุ้น Gastrocolic Reflex เพิ่มเติม

Q: ทำไมดื่มน้ำเยอะแล้วยังท้องผูก?

A: เพราะท้องผูกไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว อาจเกี่ยวข้องกับใยอาหาร ยาที่ใช้ การเคลื่อนไหวของลำไส้ หรือการทำงานของกล้ามเนื้อขับถ่าย การเพิ่มน้ำอย่างเดียวจึงอาจไม่ช่วย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top