ความดันโลหิตสูงสามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กภายในไต และเป็นทั้งสาเหตุและผลตามมาของโรคไตเรื้อรัง เมื่อแรงดันเลือดสูงต่อเนื่อง หลอดเลือดที่นำเลือดเข้าสู่หน่วยไตจะได้รับความเสียหาย ทำให้ไตกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำกับเกลือได้ลดลง ในทางกลับกัน เมื่อไตทำงานลดลง ร่างกายอาจกักเก็บโซเดียมและน้ำมากขึ้น รวมถึงมีความผิดปกติของระบบฮอร์โมนที่ควบคุมความดัน ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอีก จึงเกิดเป็นวงจร
ความดันสูง → ไตเสียหาย → ควบคุมความดันยากขึ้น → ไตเสื่อมมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน
ไตมีหน้าที่อะไร และเกี่ยวข้องกับความดันอย่างไร?
ไตไม่ได้มีหน้าที่เพียงขับปัสสาวะ แต่มีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เช่น
- กรองของเสียออกจากเลือด
- ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย
- ควบคุมโซเดียมและโพแทสเซียม
- รักษาสมดุลกรด–ด่าง
- สร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดง
- มีส่วนควบคุมระดับความดันโลหิต
ภายในไตมีหน่วยกรองขนาดเล็กจำนวนมากเรียกว่า Nephron แต่ละหน่วยมีเส้นเลือดฝอยที่ทำหน้าที่กรองเลือด เมื่อความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน เส้นเลือดขนาดเล็กเหล่านี้ต้องรับแรงดันมากกว่าปกติ จึงเกิดความเสียหายทีละน้อยและลดประสิทธิภาพในการกรองเลือด
ความดันโลหิตสูงทำลายไตได้อย่างไร?
1. ทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กในไต ไตต้องได้รับเลือดในปริมาณมากตลอดเวลาเพื่อทำหน้าที่กรองของเสีย เมื่อความดันสูงเรื้อรัง ผนังหลอดเลือดภายในไตอาจ
- หนาตัว
- แข็งขึ้น
- ช่องหลอดเลือดแคบลง
- สูญเสียความยืดหยุ่น
- มีเลือดไปเลี้ยงเนื้อไตลดลง
เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ หน่วยไตจะค่อย ๆ เสียหาย
2. เพิ่มแรงดันภายในหน่วยกรองของไต บริเวณที่ทำหน้าที่กรองเลือดเรียกว่า Glomerulus หากความดันในระบบหลอดเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง แรงดันภายในหน่วยกรองอาจเพิ่มขึ้น ทำให้โครงสร้างกรองเลือดได้รับความเสียหาย ผลที่ตามมาอาจเกิดโปรตีนหรืออัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ ภาวะ Albuminuria จึงเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่แพทย์ใช้ประเมินความเสียหายของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน
3. ทำให้หน่วยไตสูญเสียการทำงานทีละน้อย เมื่อหน่วยไตบางส่วนเสียหาย หน่วยที่เหลือต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย ในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจยังไม่มีอาการ เพราะไตมีความสามารถสำรองสูง แต่หากกระบวนการดำเนินต่อไป จำนวนหน่วยไตที่ทำงานได้จะลดลงเรื่อย ๆ จนเกิดโรคไตเรื้อรัง หากรุนแรงมาก อาจพัฒนาไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือดหรือการปลูกถ่ายไต
ทำไมโรคไตจึงทำให้ความดันสูงขึ้นอีก?
ความสัมพันธ์ระหว่างความดันและไตเป็นสองทาง เมื่อไตเสื่อม ไตจะควบคุมปริมาณน้ำและเกลือในร่างกายได้ลดลง ทำให้
- โซเดียมคั่ง
- น้ำคั่ง
- ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น
- ระบบ Renin–Angiotensin–Aldosterone System (RAAS) ทำงานผิดปกติ
- หลอดเลือดหดตัวมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น ดังนั้น ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตจึงมักควบคุมได้ยากขึ้น และบางรายอาจต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน
ไตเสื่อมจากความดันมีอาการอย่างไร?
ในระยะแรกมักไม่มีอาการ ผู้ป่วยอาจรู้สึกปกติ แม้การทำงานของไตจะเริ่มลดลงแล้ว เมื่อโรคไตเรื้อรังมากขึ้น อาจพบอาการ เช่น
- เท้าหรือข้อเท้าบวม
- หนังตาบวม
- ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ
- ปัสสาวะกลางคืนบ่อย
- ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลง
- อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร
- คลื่นไส้
- คันตามตัว
- หายใจลำบากจากภาวะน้ำเกิน
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะต่อโรคไต จึงต้องตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อยืนยัน
ผู้ป่วยความดันควรตรวจไตอะไรบ้าง?
การประเมินไตไม่ได้ดูเพียงค่า Creatinine อย่างเดียว แพทย์อาจตรวจ
- Serum Creatinine เป็นค่าจากเลือดที่ใช้ประเมินการทำงานของไต
- eGFR หรือ Estimated Glomerular Filtration Rate เป็นค่าประมาณความสามารถในการกรองของไต โดยทั่วไป หาก eGFR ต่ำอย่างต่อเนื่อง อาจบ่งชี้การทำงานของไตที่ลดลง แต่การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังต้องพิจารณาระยะเวลาและข้อมูลอื่นประกอบ
- Albumin ในปัสสาวะ มักประเมินด้วย Urine Albumin-to-Creatinine Ratio (UACR) การพบอัลบูมินรั่วในปัสสาวะอาจเป็นสัญญาณของความเสียหายของหน่วยกรอง แม้ eGFR ยังอยู่ในระดับปกติ
- Electrolytes เช่น โพแทสเซียม โซเดียม มีความสำคัญโดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาความดันบางกลุ่ม
ใครบ้างมีความเสี่ยงไตเสื่อมมากขึ้น?
- เบาหวาน
- โรคไตเดิม
- อายุสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคหัวใจ
- โรคอ้วน
- สูบบุหรี่
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
- รับประทานอาหารเค็มมาก
- ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ
- ความดันสูงและควบคุมไม่ได้
ความดันสูงร่วมกับเบาหวานเป็นคู่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพราะทั้งสองภาวะสามารถทำลายหลอดเลือดและหน่วยกรองของไตพร้อมกัน
อ่านเพิ่มเติม: เบาหวานทำให้ไตเสื่อมได้อย่างไร?
ควบคุมความดันช่วยชะลอไตเสื่อมได้หรือไม่?
“ได้” และถือเป็นส่วนสำคัญของการป้องกันการดำเนินโรคไต การลดแรงดันที่กระทำต่อหลอดเลือดและหน่วยกรองช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แนวทางดูแล ได้แก่
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- วัดความดันสม่ำเสมอ
- ลดโซเดียม
- ควบคุมน้ำหนัก
- งดสูบบุหรี่
- ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
- ควบคุมเบาหวาน
- ควบคุมไขมันในเลือด
- หลีกเลี่ยงยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจทำร้ายไตโดยไม่จำเป็น
- ตรวจการทำงานของไตและปัสสาวะตามนัด
อ่านเพิ่มเติม: ลดความดันโลหิตด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?
ผู้ป่วยความดันสูงควรกินอาหารแบบไหนเพื่อดูแลไต?
หลักสำคัญคือ ลดโซเดียมและรับประทานอาหารสมดุล ควรเน้น
- อาหารสดมากกว่าอาหารแปรรูป
- ผักและผลไม้ในปริมาณเหมาะสม
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- ปลาและโปรตีนไขมันต่ำ
- ลดน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส
- ลดอาหารหมักดองและเนื้อสัตว์แปรรูป
อย่างไรก็ตาม หากมีโรคไตเรื้อรังแล้ว ไม่ควรเพิ่มโพแทสเซียมหรือปรับอาหารตาม DASH ด้วยตนเองทุกกรณี เพราะผู้ป่วยบางรายต้องจำกัดโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน หรือปริมาณน้ำตามระยะของโรค จึงควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารประเมินเป็นรายบุคคล
อ่านเพิ่มเติม: ความดันสูงห้ามกินอะไร?
เมื่อไรควรพบแพทย์?
- ความดันสูงต่อเนื่องแม้รับประทานยา
- พบโปรตีนหรืออัลบูมินในปัสสาวะ
- ค่า Creatinine สูงขึ้น
- eGFR ลดลง
- ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ
- เท้าหรือหน้าบวม
- ปริมาณปัสสาวะลดลง
- มีโรคเบาหวานร่วม
- ใช้ยาหลายชนิดและกังวลเรื่องผลต่อไต
หากมีอาการหายใจลำบากรุนแรง บวมมาก ซึม สับสน ปัสสาวะออกน้อยมาก หรือมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว
สรุป
ความดันโลหิตสูงสามารถทำให้ไตเสื่อมได้ เพราะแรงดันที่สูงต่อเนื่องทำลายหลอดเลือดและหน่วยกรองภายในไต ทำให้เกิดอัลบูมินรั่วและการทำงานของไตลดลง ขณะเดียวกัน เมื่อไตเสื่อม ร่างกายจะควบคุมโซเดียม น้ำ และระบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความดันได้แย่ลง ทำให้ความดันสูงขึ้นและเกิดวงจรที่เร่งความเสียหายของไต การควบคุมความดัน รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ลดโซเดียม ควบคุมเบาหวาน งดสูบบุหรี่ และตรวจค่า eGFR กับอัลบูมินในปัสสาวะตามความเหมาะสม เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อย
Q: ความดันสูงทำให้ไตเสื่อมได้จริงหรือไม่?
A: ได้ ความดันสูงเรื้อรังสามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กและหน่วยกรองภายในไต จนทำให้การทำงานของไตลดลงในระยะยาว
Q: ไตเสื่อมทำให้ความดันสูงด้วยหรือไม่?
A: ได้ เมื่อไตทำงานลดลง ร่างกายอาจกักเก็บน้ำและโซเดียม รวมถึงระบบฮอร์โมนที่ควบคุมความดันเปลี่ยนแปลง ทำให้ความดันสูงขึ้น
Q: ความดันสูงแล้วต้องตรวจไตหรือไม่?
A: ควรได้รับการประเมินตามความเหมาะสม โดยเฉพาะค่า Creatinine, eGFR และอัลบูมินในปัสสาวะ หากมีเบาหวาน โรคไตเดิม หรือความดันควบคุมยาก ยิ่งควรติดตามอย่างสม่ำเสมอ
Q: ปัสสาวะเป็นฟองแปลว่าไตเสื่อมหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป แต่หากเป็นฟองมากผิดปกติและเกิดซ้ำ ควรตรวจปัสสาวะ เพราะอาจสัมพันธ์กับโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









