หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง? 10 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง? 10 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง? 10 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลก แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกลับไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังมีความผิดปกติ เนื่องจากในระยะแรกโรคอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนคิดว่าเป็นอาการเหนื่อยจากการทำงานหรือกรดไหลย้อนความจริงแล้ว เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้น เลือดและออกซิเจนจะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือมีความเครียด ทำให้เกิดอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของโรค หากสามารถสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ได้

ทำไมโรคหลอดเลือดหัวใจจึงทำให้เกิดอาการ?

หัวใจเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนตลอดเวลา เมื่อหลอดเลือดโคโรนารีตีบจากการสะสมของคราบไขมัน เลือดจะไหลผ่านได้น้อยลง ในช่วงที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น

  • เดินเร็ว
  • ขึ้นบันได
  • ออกกำลังกาย
  • เครียดหรือโกรธ
  • อยู่ในอากาศหนาว

หัวใจจะต้องการออกซิเจนมากขึ้น แต่หลอดเลือดที่ตีบไม่สามารถส่งเลือดได้เพียงพอ จึงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Ischemia) และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ

10 อาการโรคหลอดเลือดหัวใจที่พบบ่อย

  1. เจ็บหรือแน่นกลางหน้าอก
  2. เจ็บร้าวไปส่วนอื่นของร่างกาย
  3. เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  4. หายใจไม่อิ่มหรือหอบเหนื่อย
  5. ใจสั่น
  6. เหงื่อออกมากผิดปกติ
  7. เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
  8. คลื่นไส้หรืออาเจียน
  9. อ่อนเพลียผิดปกติ
  10. ไม่มีอาการเลย

อาการแบบไหนที่ควรรีบไปโรงพยาบาล?

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกนานเกิน 15–20 นาที
  • เจ็บหน้าอกขณะพัก
  • เจ็บร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง
  • หายใจลำบากมาก
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • หน้ามืดหรือหมดสติ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

เมื่อมีอาการ ควรตรวจอะไรบ้าง?

แพทย์จะพิจารณาการตรวจตามอาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน เช่น

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • ตรวจเลือดเพื่อดูค่าบ่งชี้กล้ามเนื้อหัวใจ
  • Echocardiogram
  • Exercise Stress Test
  • CT Coronary Angiography
  • การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

สรุป

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้มีเพียงอาการเจ็บหน้าอกเท่านั้น แต่ยังอาจแสดงออกเป็นอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เหงื่อออกมาก เวียนศีรษะ หรือแม้แต่ไม่มีอาการเลย โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุ หากมีอาการผิดปกติร่วมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือสูบบุหรี่ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่จำเป็น ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ผู้สูงอายุ หรือผู้หญิง อาจมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม หรืออ่อนเพลียผิดปกติ โดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอกชัดเจน
อาการจากโรคหลอดเลือดหัวใจมักเป็นลักษณะเจ็บหรือแน่นกลางหน้าอกขณะออกแรง และอาจร้าวไปแขน คอ หรือกราม ส่วนกรดไหลย้อนมักสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารและอาการแสบร้อนกลางอก อย่างไรก็ตาม หากแยกไม่ออกควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
ควรพบแพทย์ เพราะอาการที่หายเองไม่ได้หมายความว่าโรคหาย โดยเฉพาะหากอาการเกิดซ้ำเมื่อออกแรง อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
จริง ผู้ป่วยเบาหวานบางรายอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดโดยไม่รู้สึกเจ็บหน้าอก (Silent Ischemia) จึงควรตรวจสุขภาพหัวใจตามคำแนะนำของแพทย์

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top