หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ไตเสื่อมรักษาหายไหม? วิธีรักษาและชะลอโรคไตเรื้อรัง

ไตเสื่อมรักษาหายไหม? วิธีรักษาและชะลอโรคไตเรื้อรัง

ไตเสื่อมรักษาหายไหม? วิธีรักษาและชะลอโรคไตเรื้อรัง

ไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่สามารถทำให้เนื้อไตที่เสียหายถาวรกลับมาเป็นปกติทั้งหมดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงเข้าสู่ไตวายระยะสุดท้ายได้ การรักษาจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ค่า Creatinine ลดลงหรือ eGFR สูงขึ้น แต่ต้องควบคุมสาเหตุของโรค ลดแรงกดดันต่อไต และป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมในระยะยาว

ไตเสื่อมรักษาหายไหม?

ขึ้นอยู่กับว่าไตเสียหายจากอะไร และความเสียหายนั้นเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

  • ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury: AKI) ที่เกิดจากสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น ขาดน้ำ การติดเชื้อ หรือยาบางชนิด การทำงานของไตอาจฟื้นกลับมาได้บางส่วนหรือใกล้เคียงปกติหลังรักษาสาเหตุ
  • โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ที่มีการสูญเสียหน่วยไตและเกิดพังผืดอย่างถาวร ความเสียหายส่วนนี้มักไม่สามารถย้อนกลับทั้งหมดได้ แต่สามารถชะลอการนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าโรคจะต้องแย่ลงอย่างรวดเร็วทุกคน ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาระดับการทำงานของไตให้คงที่หรือเสื่อมช้าลงได้ หากควบคุมสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอย่างเหมาะสม

เป้าหมายของการรักษาไตเสื่อมคืออะไร?

การรักษา CKD มีเป้าหมายหลักหลายด้าน ได้แก่

  • รักษาสาเหตุของโรคไต
  • ชะลอการลดลงของ eGFR
  • ลดอัลบูมินหรือโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อน
  • ลดความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะไตวาย

ใน CKD เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ค่าไตลดลงช้ากว่าเดิมหรือคงที่ให้นานที่สุด

วิธีรักษาไตเสื่อมมีอะไรบ้าง?

แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะ CKD ระดับอัลบูมินในปัสสาวะ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของแต่ละคน

1. รักษาโรคที่เป็นสาเหตุ นี่เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะ CKD ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว ตัวอย่างเช่น

  • เบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลและเลือกยาที่เหมาะสม
  • ความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมความดัน
  • โรคไตอักเสบบางชนิด อาจต้องใช้ยารักษาเฉพาะโรค
  • การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ต้องแก้ไขสาเหตุของการอุดกั้น
  • โรคภูมิคุ้มกัน อาจต้องรักษากระบวนการอักเสบหรือภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ

อ่านเพิ่มเติม: ไตเสื่อมเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยและปัจจัยเสี่ยง 

2. ควบคุมความดันโลหิต ความดันสูงทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กในไตได้รับแรงกดดันมากขึ้น และสามารถเร่งการเสื่อมของไตได้ ควรควบคุมความดันอย่างเหมาะสมในผู้ป่วย CKD และในบางกลุ่มแพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่ม ACE inhibitor หรือ ARB โดยเฉพาะเมื่อมีอัลบูมินในปัสสาวะสูง เนื่องจากยากลุ่มนี้สามารถช่วยลดความดันภายในหน่วยกรองไตและลด albuminuria ได้

3. ควบคุมเบาหวาน ในผู้ป่วยเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลช่วยลดความเสียหายต่อหลอดเลือดและหน่วยกรองไตในระยะยาว การดูแลเบาหวานควรครอบคลุมทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาตามคำแนะนำ และการติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ เพราะระดับน้ำตาลที่สูงต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางไต

4. ลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ โปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือ proteinuria หมายถึงการที่มีโปรตีนออกมากับปัสสาวะมากกว่าปกติ โดยอัลบูมินรั่วในปัสสาวะเป็นชนิดที่พบได้บ่อยและใช้เป็นตัวบ่งชี้ความผิดปกติของไต และยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่โรคไตเรื้อรัง หรือ CKD จะดำเนินรุนแรงขึ้น แนวทางลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะอาจประกอบด้วย

  • ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเป้าหมาย
  • ลดการบริโภคเค็มและดูแลน้ำหนักตัว
  • ใช้ยา ACE inhibitor หรือ ARB ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
  • ใช้ยา SGLT2 inhibitor ในผู้ป่วยบางกลุ่ม
  • ใช้ยากลุ่ม nonsteroidal mineralocorticoid receptor antagonist ในผู้ป่วยบางราย

5. ปรับอาหารให้เหมาะกับโรคไต อาหารมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนต้องรับประทานอาหารแบบเดียวกัน สิ่งที่มักต้องพิจารณา ได้แก่

  • ปริมาณโซเดียม
  • ปริมาณโปรตีน
  • พลังงานที่ได้รับ
  • โพแทสเซียม
  • ฟอสฟอรัส
  • ปริมาณน้ำ

National Kidney Foundation ระบุว่าไม่มีอาหารชุดเดียวที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตทุกคน และควรปรับตามระยะของโรคและภาวะสุขภาพ 

อ่านเพิ่มเติม: ไตเสื่อมกินอะไรดี? หลักการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

6. เลิกสูบบุหรี่และออกกำลังกาย การออกกำลังกายตามความเหมาะสม การควบคุมน้ำหนัก และงดสูบบุหรี่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในผู้ป่วย CKD การดูแลสุขภาพโดยรวมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่เพียงคำแนะนำเสริม

7. หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำร้ายไตเพิ่มเติม

  • การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs โดยไม่จำเป็น
  • ยาหรืออาหารเสริมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ
  • สมุนไพรที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยชัดเจน
  • ภาวะขาดน้ำ
  • การหยุดหรือปรับยาด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเพียงเพราะอ่านว่ามีผลต่อไต เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ eGFR ลดลงเล็กน้อยในช่วงแรกแต่มีประโยชน์ต่อไตในระยะยาว เช่น SGLT2 inhibitor ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้

ไตเสื่อมระยะ 4–5 ยังชะลอได้หรือไม่?

ยังต้องรักษาและชะลอโรคต่อไป แม้การทำงานของไตจะลดลงมากแล้ว เป้าหมายคือ

  • รักษาการทำงานของไตที่เหลืออยู่
  • ควบคุมภาวะแทรกซ้อน
  • ลดอาการ
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เตรียมแผนการรักษาหากเข้าสู่ kidney failure

ผู้ป่วยระยะ 4 ไม่ได้ต้องฟอกไตทันทีทุกคน และแม้เข้าสู่ G5 การตัดสินใจเริ่มฟอกไตไม่ได้ดูจาก eGFR เพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินอาการ ภาวะแทรกซ้อน และภาพรวมของผู้ป่วยร่วมกัน

อ่านเพิ่มเติม: ไตเสื่อมระยะไหนต้องฟอกไต?

สรุป

ไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรังที่มีความเสียหายถาวรแล้วมักไม่สามารถทำให้เนื้อไตกลับมาเป็นปกติทั้งหมด แต่สามารถรักษาเพื่อชะลอการลดลงของการทำงานของไตและลดความเสี่ยงเข้าสู่ไตวายได้ การรักษาหลักคือควบคุมสาเหตุ เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ใช้ยาที่ช่วยปกป้องไตตามข้อบ่งใช้ ลดอัลบูมินในปัสสาวะ ปรับอาหาร ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำร้ายไต เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขค่าไตดีขึ้น แต่คือรักษาการทำงานของไตที่เหลืออยู่ให้นานที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Q: ไตเสื่อมระยะแรกกลับมาเป็นปกติได้ไหม?

A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากค่าไตลดลงจากภาวะที่แก้ไขได้ เช่น ขาดน้ำหรือ AKI การทำงานของไตอาจฟื้นขึ้นได้ แต่หากเกิดความเสียหายเรื้อรังและพังผืดแล้ว มักไม่สามารถทำให้เนื้อไตกลับเป็นปกติทั้งหมด

Q: ไตเสื่อมแล้วต้องกินยาไปตลอดหรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ โรคร่วม และชนิดยา ผู้ป่วยบางคนต้องใช้ยาระยะยาวเพื่อควบคุมความดัน เบาหวาน หรือช่วยลดความเสี่ยงการดำเนินของ CKD จึงไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง

Q: ไตเสื่อมต้องฟอกไตทุกคนหรือไม่?

A: ผู้ป่วย CKD จำนวนมากไม่เข้าสู่ kidney failure หากโรคคงที่หรือดำเนินช้า การฟอกไตใช้เมื่อไตสูญเสียการทำงานรุนแรงและมีข้อบ่งชี้ทางคลินิกร่วมด้วย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Maxitin Formula 2

Maxitin Formula 2

ไตและทางเดินปัสสาวะ // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top