หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  อาหารเป็นพิษคืออะไร? อาการที่ควรรู้และวิธีสังเกต

อาหารเป็นพิษคืออะไร? อาการที่ควรรู้และวิธีสังเกต

อาหารเป็นพิษคืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีสังเกต

อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) คือภาวะเจ็บป่วยที่เกิดหลังรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษจากเชื้อ หรือสารปนเปื้อนบางชนิด อาการที่พบบ่อยคือปวดหรือบิดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการสามารถเริ่มตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวันหลังรับประทานอาหาร ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ได้รับเข้าไป 

อาหารเป็นพิษเกิดจากอะไร?

กรมควบคุมโรคอธิบายว่า “อาหารเป็นพิษ” เป็นคำกว้าง ๆ สำหรับอาการเจ็บป่วยจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อน โดยสาเหตุไม่ได้มีเฉพาะแบคทีเรียเท่านั้น แต่อาจเกิดจากเชื้อชนิดอื่น สารพิษ หรือสารเคมีได้ด้วย เพื่อให้เข้าใจง่าย สามารถแบ่งสาเหตุสำคัญได้เป็น 3 กลุ่ม 

1. เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำ  เชื้อที่พบได้บ่อย เช่น 

  • Salmonella
  • Campylobacter
  • E. coli บางสายพันธุ์
  • Norovirus
  • Vibrio บางชนิด
  • ปรสิตบางชนิด

เชื้ออาจปนเปื้อนตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การปรุงอาหาร การเก็บรักษา หรือจากมือและอุปกรณ์ของผู้ประกอบอาหาร 

2. สารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นในอาหาร  บางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากเชื้อเข้าไปเพิ่มจำนวนในร่างกายโดยตรง แต่เกิดจากสารพิษ (toxin) ที่เชื้อสร้างไว้ในอาหารก่อนเรารับประทาน 

3. สารพิษหรือสารปนเปื้อนอื่น  อาหารเป็นพิษไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเสมอไป กรมควบคุมโรคระบุว่ายังอาจเกิดจากสารเคมี โลหะหนัก สารพิษจากสาหร่าย หรือพิษจากสัตว์บางชนิด เช่น พิษปลาปักเป้าได้ด้วย 

อาหารเป็นพิษมีอาการอะไรบ้าง?

อาการแตกต่างกันตามชนิดและปริมาณของเชื้อหรือสารพิษที่ได้รับ แต่ CDC ระบุว่าอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

  • ท้องเสีย อาจถ่ายเหลวหรือเป็นน้ำ
  • ปวดท้องหรือปวดบิด จากการระคายเคืองหรืออักเสบของระบบทางเดินอาหาร
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • มีไข้ โดยเฉพาะการติดเชื้อบางชนิด
  • อ่อนเพลีย จากการเจ็บป่วยและสูญเสียน้ำ
  • เบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารได้น้อยลง

บางคนอาจมีอาการไม่มากและหายได้เอง ขณะที่บางคนอาจมีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง อาเจียนมาก หรือเกิดภาวะขาดน้ำ 

กินอาหารแล้วกี่ชั่วโมงถึงมีอาการอาหารเป็นพิษ?

“ไม่มีระยะเวลาตายตัว” นี่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะหลายคนมักคิดว่าอาหารมื้อสุดท้ายก่อนเริ่มปวดท้องต้องเป็นสาเหตุเสมอ แต่ในความเป็นจริงระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเริ่มมีอาการ หรือที่เรียกว่า ระยะฟักตัว (Incubation period) แตกต่างกันมากตามสาเหตุ 

สาเหตุระยะเริ่มอาการโดยประมาณ
Staphylococcus aureus 30 นาที–8 ชั่วโมง 
Clostridium perfringens 6–24 ชั่วโมง 
Norovirus 12–48 ชั่วโมง 
Salmonella 6 ชั่วโมง–6 วัน 
Campylobacter 2–5 วัน 
E. coli บางชนิด ประมาณ 3–4 วัน 

CDC ระบุว่าเชื้อบางชนิดทำให้เกิดอาการภายในไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่บางชนิดต้องใช้เวลาหลายวัน ดังนั้นถ้าเริ่มท้องเสียตอนกลางคืน อาหารมื้อเย็นไม่จำเป็นต้องเป็นต้นเหตุเสมอไป อาหารที่รับประทานก่อนหน้านั้นหนึ่งหรือหลายวันก็อาจเกี่ยวข้องได้

สังเกตอย่างไรว่าอาจเป็นอาหารเป็นพิษ? 

เราไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้จากอาการเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อมูลบางอย่างที่ช่วยเพิ่มความสงสัยได้ เช่น 

  • เริ่มมีอาการหลังรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยง
  • มีท้องเสียร่วมกับปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • รับประทานอาหารดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง
  • รับประทานอาหารที่วางทิ้งไว้นานหรือเก็บไม่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารหรือน้ำที่อาจไม่สะอาด
  • มีหลายคนที่รับประทานอาหารร่วมกันแล้วเกิดอาการคล้ายกัน

กรณีสุดท้ายมีประโยชน์มากในทางระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคระบุว่าการระบาดของอาหารเป็นพิษอาจพบเมื่อคนหลายคนรับประทานอาหารร่วมกันและเกิดอาการตามมา การตรวจตัวอย่างอาหารหรือสิ่งส่งตรวจจึงมีส่วนช่วยในการค้นหาสาเหตุ 

อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่หายเองได้หรือไม่?

อาหารเป็นพิษหลายกรณีไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้เอง NHS ระบุว่าโดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค สิ่งสำคัญระหว่างมีอาการคือ ป้องกันภาวะขาดน้ำ หากมีท้องเสียหรืออาเจียน ร่างกายจะสูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่ จึงควรจิบน้ำบ่อย ๆ และในกรณีที่สูญเสียน้ำจากการถ่ายเหลว ควรใช้สารละลายเกลือแร่ ORS (Oral Rehydration Salts) ตามความเหมาะสม 

อาหารเป็นพิษแบบไหนควรพบแพทย์?

แม้อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่บางอาการไม่ควรรอดูเอง  CDC แนะนำให้พบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรง เช่น 

  • ถ่ายเป็นเลือด
  • ท้องเสียนานเกิน 3 วัน
  • ไข้สูงกว่า 102°F หรือประมาณ 38.9°C
  • อาเจียนบ่อยจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
  • มีอาการของ ภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อย ปากและคอแห้ง หรือเวียนศีรษะเมื่อลุกขึ้นยืน

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่ติดต่อผ่านอาหารบางชนิดได้มากขึ้น 

ป้องกันอาหารเป็นพิษได้อย่างไร? 

การป้องกันเริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการเก็บอาหาร กรมควบคุมโรคแนะนำหลัก “สุก ร้อน สะอาด” ได้แก่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อุ่นอาหารที่วางไว้นานให้ร้อนทั่วถึง เลือกน้ำและน้ำแข็งที่สะอาด และล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานหรือปรุงอาหาร

สรุป

อาหารเป็นพิษคือภาวะเจ็บป่วยจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษ หรือสารปนเปื้อนบางชนิด อาการที่พบบ่อยคือท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ แต่ระยะเริ่มอาการแตกต่างกันตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน จึงไม่ควรสรุปว่าอาหารมื้อสุดท้ายเป็นต้นเหตุเสมอไป ส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสมและป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่หากถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ 

คำถามที่พบบ่อย

Q: กินอาหารแล้วท้องเสียทันที แปลว่าอาหารมื้อนั้นเป็นสาเหตุหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป เพราะระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเริ่มมีอาการแตกต่างกันตามสาเหตุ ตั้งแต่ประมาณ 30 นาทีไปจนถึงหลายวัน ดังนั้นอาหารมื้อก่อนเริ่มมีอาการไม่จำเป็นต้องเป็นต้นเหตุเสมอ  

Q: คนที่กินอาหารด้วยกันไม่เป็น แต่เราเป็นคนเดียว ยังเป็นอาหารเป็นพิษได้ไหม?

A: เป็นได้ การที่ทุกคนไม่ได้ป่วยพร้อมกันไม่ได้ตัดอาหารเป็นพิษออก เพราะปริมาณเชื้อหรือสารพิษที่ได้รับ รวมถึงความไวของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน การมีหลายคนป่วยหลังรับประทานอาหารร่วมกันเพียงช่วยเพิ่มความสงสัยว่าอาจมีแหล่งอาหารร่วมกัน 

Q: อาหารเป็นพิษต้องกินยาปฏิชีวนะหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นทุกกรณี เพราะอาหารเป็นพิษไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเสมอไป บางกรณีเกิดจากไวรัสหรือสารพิษจากเชื้อ และหลายกรณีสามารถหายได้ด้วยการรักษาตามอาการและป้องกันภาวะขาดน้ำ จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่ (Huo Xiang Zheng Qi Ye Taiji Brand)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่

ทางเดินอาหาร // โควิด-19 // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top