อาการ “ปวดเข่า” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นที่เล่นกีฬา วัยทำงานที่ต้องยืนหรือเดินนาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนคิดว่าปวดเข่าต้องเป็น “เข่าเสื่อม” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดเข่าอาจเกิดจากความผิดปกติได้หลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุมีวิธีรักษาแตกต่างกัน
ปวดเข่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักและช่วยในการเดิน วิ่ง นั่ง และลุกยืน ภายในข้อประกอบด้วยกระดูกอ่อน หมอนรองข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ เยื่อบุข้อ และน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เมื่อโครงสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมลง จะทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือเคลื่อนไหวลำบาก
อ่านเพิ่มเติม: ปวดเข่า/เข่าเสื่อมคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม
10 สาเหตุของอาการปวดเข่าที่พบบ่อย
1. โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อที่สึกหรอ ทำให้กระดูกเสียดสีกัน ทำให้มีอาการ
- ปวดเวลาเดิน
- ปวดเวลาขึ้นลงบันได
- ข้อฝืดหลังตื่นนอน
- มีเสียงกรอบแกรบในข้อ
2. เยื่อบุข้ออักเสบ (Synovitis) ภาวะนี้พบได้ทั้งหลังการบาดเจ็บ การใช้งานข้อหนัก หรือเกิดร่วมกับโรคข้อเข่าเสื่อม เยื่อบุข้อทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เมื่อเกิดการอักเสบ จะมีน้ำในข้อเพิ่มขึ้น ทำให้มีอาการ
- เข่าบวม
- ปวดมากเวลาเคลื่อนไหว
- รู้สึกตึงข้อ
- ข้ออุ่นกว่าปกติ
3. เอ็นอักเสบ พบได้บ่อยในนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องเดิน ขึ้นลงบันได หรือยืนเป็นเวลานาน อาการเด่น ได้แก่
- ปวดเฉพาะจุด
- ปวดเวลาเหยียดเข่า
- ปวดเมื่อเริ่มเดิน
4. หมอนรองข้อเข่าฉีก (Meniscus Injury) มักเกิดจากการบิดเข่าอย่างรวดเร็ว เช่น ขณะเล่นฟุตบอล แบดมินตัน หรือวิ่ง อาการที่พบ ได้แก่
- ปวดลึกในข้อ
- เข่าล็อก
- งอเข่าไม่ได้สุด
- มีเสียงคลิกในข้อ
5. เอ็นไขว้เข่าบาดเจ็บ พบในผู้เล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล บาสเกตบอล และสกี มักมีอาการ
- ปวดทันทีหลังบาดเจ็บ
- เข่าบวมเร็ว
- รู้สึกเข่าหลวม
- เดินไม่มั่นคง
6. โรคเกาต์ พบที่นิ้วหัวแม่เท้าบ่อย แต่สามารถเกิดที่ข้อเข่าได้เช่นกัน เกิดจากผลึกกรดยูริกสะสมในข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน ทำให้มีอาการ
- ปวดมาก
- บวมแดง
- ร้อน
- แตะไม่ได้
7. ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายข้อของตนเอง ทำให้มีอาการข้อฝืดตอนเช้านานกว่า 30 นาที อาการมักเกิดพร้อมกันหลายข้อ เช่น
- ข้อเข่า
- ข้อมือ
- นิ้วมือ
8. การใช้งานข้อหนักเกินไป เมื่อใช้งานข้อซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จะเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น และเยื่อบุข้อได้ พบมากใน
- คนทำงานที่ยืนทั้งวัน
- พนักงานโรงงาน
- ครู
- พ่อค้าแม่ค้า
9. น้ำหนักตัวเกิน ทุก ๆ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดที่ข้อเข่าหลายเท่าขณะเดิน ส่งผลให้กระดูกอ่อนสึกเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม
10. การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
- หกล้ม
- รถชน
- เล่นกีฬา
- กระแทกข้อเข่า
ปวดเข่าแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
- ปวดมากจนเดินไม่ได้
- ข้อบวมแดง ร้อน
- เข่าผิดรูป
- มีไข้ร่วมกับข้อบวม
- ปวดนานเกิน 2-4 สัปดาห์
- ข้อเข่าล็อกหรือเหยียดไม่ได้
สรุป
อาการปวดเข่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมเสมอไป การสังเกตลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น และปัจจัยเสี่ยง จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งการรักษาในปัจจุบันและแนวทางการแพทย์จีนต่างมีบทบาทในการดูแลผู้ป่วย โดยการเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถลดอาการปวด ฟื้นฟูการทำงานของข้อ และชะลอการเสื่อมของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









