หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ปวดเข่าเกิดจากอะไร? 10 สาเหตุที่พบบ่อยในแต่ละช่วงวัย

ปวดเข่าเกิดจากอะไร? 10 สาเหตุที่พบบ่อยในแต่ละช่วงวัย

ปวดเข่าเกิดจากอะไร? 10 สาเหตุที่พบบ่อยในแต่ละช่วงวัย พร้อมวิธีสังเกตอาการ

อาการ “ปวดเข่า” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นที่เล่นกีฬา วัยทำงานที่ต้องยืนหรือเดินนาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนคิดว่าปวดเข่าต้องเป็น “เข่าเสื่อม” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดเข่าอาจเกิดจากความผิดปกติได้หลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุมีวิธีรักษาแตกต่างกัน

ปวดเข่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักและช่วยในการเดิน วิ่ง นั่ง และลุกยืน ภายในข้อประกอบด้วยกระดูกอ่อน หมอนรองข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ เยื่อบุข้อ และน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เมื่อโครงสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมลง จะทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือเคลื่อนไหวลำบาก

อ่านเพิ่มเติม: ปวดเข่า/เข่าเสื่อมคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม

10 สาเหตุของอาการปวดเข่าที่พบบ่อย

1. โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อที่สึกหรอ ทำให้กระดูกเสียดสีกัน ทำให้มีอาการ

  • ปวดเวลาเดิน
  • ปวดเวลาขึ้นลงบันได
  • ข้อฝืดหลังตื่นนอน
  • มีเสียงกรอบแกรบในข้อ

2. เยื่อบุข้ออักเสบ (Synovitis) ภาวะนี้พบได้ทั้งหลังการบาดเจ็บ การใช้งานข้อหนัก หรือเกิดร่วมกับโรคข้อเข่าเสื่อม เยื่อบุข้อทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เมื่อเกิดการอักเสบ จะมีน้ำในข้อเพิ่มขึ้น ทำให้มีอาการ 

  • เข่าบวม
  • ปวดมากเวลาเคลื่อนไหว
  • รู้สึกตึงข้อ
  • ข้ออุ่นกว่าปกติ

3. เอ็นอักเสบ พบได้บ่อยในนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องเดิน ขึ้นลงบันได หรือยืนเป็นเวลานาน อาการเด่น ได้แก่

  • ปวดเฉพาะจุด
  • ปวดเวลาเหยียดเข่า
  • ปวดเมื่อเริ่มเดิน

4. หมอนรองข้อเข่าฉีก (Meniscus Injury) มักเกิดจากการบิดเข่าอย่างรวดเร็ว เช่น ขณะเล่นฟุตบอล แบดมินตัน หรือวิ่ง อาการที่พบ ได้แก่

  • ปวดลึกในข้อ
  • เข่าล็อก
  • งอเข่าไม่ได้สุด
  • มีเสียงคลิกในข้อ

5. เอ็นไขว้เข่าบาดเจ็บ พบในผู้เล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล บาสเกตบอล และสกี มักมีอาการ

  • ปวดทันทีหลังบาดเจ็บ
  • เข่าบวมเร็ว
  • รู้สึกเข่าหลวม
  • เดินไม่มั่นคง

6. โรคเกาต์ พบที่นิ้วหัวแม่เท้าบ่อย แต่สามารถเกิดที่ข้อเข่าได้เช่นกัน เกิดจากผลึกกรดยูริกสะสมในข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน ทำให้มีอาการ

  • ปวดมาก
  • บวมแดง
  • ร้อน
  • แตะไม่ได้

7. ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายข้อของตนเอง ทำให้มีอาการข้อฝืดตอนเช้านานกว่า 30 นาที อาการมักเกิดพร้อมกันหลายข้อ เช่น

  • ข้อเข่า
  • ข้อมือ
  • นิ้วมือ

8. การใช้งานข้อหนักเกินไป เมื่อใช้งานข้อซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จะเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น และเยื่อบุข้อได้ พบมากใน

  • คนทำงานที่ยืนทั้งวัน
  • พนักงานโรงงาน
  • ครู
  • พ่อค้าแม่ค้า

9. น้ำหนักตัวเกิน ทุก ๆ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดที่ข้อเข่าหลายเท่าขณะเดิน ส่งผลให้กระดูกอ่อนสึกเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม

10. การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

  • หกล้ม
  • รถชน
  • เล่นกีฬา
  • กระแทกข้อเข่า

ปวดเข่าแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

  • ปวดมากจนเดินไม่ได้
  • ข้อบวมแดง ร้อน
  • เข่าผิดรูป
  • มีไข้ร่วมกับข้อบวม
  • ปวดนานเกิน 2-4 สัปดาห์
  • ข้อเข่าล็อกหรือเหยียดไม่ได้

สรุป

อาการปวดเข่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมเสมอไป การสังเกตลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น และปัจจัยเสี่ยง จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งการรักษาในปัจจุบันและแนวทางการแพทย์จีนต่างมีบทบาทในการดูแลผู้ป่วย โดยการเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถลดอาการปวด ฟื้นฟูการทำงานของข้อ และชะลอการเสื่อมของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ใช่ อาการปวดเข่าอาจเกิดจากเอ็นอักเสบ เยื่อบุข้ออักเสบ หมอนรองข้อบาดเจ็บ โรคเกาต์ หรือโรคข้ออักเสบอื่น ๆ
อาจสัมพันธ์กับข้อเข่าเสื่อม กระดูกอ่อนใต้สะบ้าเสื่อม หรือเอ็นรอบข้ออักเสบ ควรตรวจหาสาเหตุหากอาการเป็นต่อเนื่อง
หากปวดมาก เดินไม่ได้ ข้อบวมแดง มีไข้ หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

คาเนี่ยนแคป (Kanioncap)

คาเนี่ยนแคป

ข้อและกระดูก

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top