ใจสั่น คือความรู้สึกว่าการเต้นของหัวใจชัดหรือผิดไปจากปกติ เช่น รู้สึกหัวใจเต้นแรง เต้นเร็ว เต้นรัว หรือเหมือนเต้นสะดุด แต่คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทั้งหมด เพราะ “ใจสั่น” เป็นความรู้สึกของผู้ที่มีอาการ ส่วนหัวใจเต้นเร็วและหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นลักษณะการเต้นของหัวใจที่สามารถตรวจวัดได้ ดังนั้นรู้สึกใจสั่นไม่ได้หมายความว่าหัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะเสมอไป
ใจสั่น คืออะไร?
ในทางการแพทย์ Heart Palpitations หมายถึงการที่เรารับรู้การเต้นของหัวใจได้ชัดหรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดไปจากปกติ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น
- หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกตุบ ๆ ในหน้าอก
- หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นรัว
- รู้สึกเหมือนหัวใจกระพือ
- รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดหรือข้ามไปหนึ่งจังหวะ
- รู้สึกเหมือนมีจังหวะเต้นแทรกขึ้นมา
บางคนรู้สึกบริเวณหน้าอก ขณะที่บางคนรับรู้การเต้นได้ถึงคอหรือลำคอ และอาการสามารถเกิดได้ทั้งขณะทำกิจกรรมและขณะพัก
ใจสั่นกับหัวใจเต้นเร็ว ต่างกันอย่างไร?
ใจสั่น (Palpitations) คือสิ่งที่เรารู้สึก ส่วนหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) หมายถึงหัวใจมีอัตราการเต้นเร็วผิดปกติ โดยในผู้ใหญ่ขณะพักเต้นมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที สามารถเกิดได้หลายสถานการณ์ เช่น
- หัวใจเต้นเร็วและรู้สึกใจสั่น เช่น หลังออกแรงหรือขณะมีความผิดปกติของจังหวะหัวใจบางชนิด
- หัวใจเต้นเร็วแต่ไม่รู้สึกใจสั่น บางคนอาจไม่ได้รับรู้การเต้นที่เร็วขึ้นอย่างชัดเจน
- รู้สึกใจสั่นแต่หัวใจไม่ได้เต้นเร็ว เช่น รู้สึกหัวใจเต้นแรงหรือมีจังหวะเต้นก่อนกำหนด
หัวใจเต้นเร็วไม่ได้หมายความว่าผิดปกติทุกครั้ง การออกกำลังกายหรือความเครียดสามารถทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นตามการตอบสนองของร่างกายได้ ขณะที่หัวใจเต้นเร็วจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“หัวใจเต้นสะดุด” คืออะไร?
คนที่มีอาการนี้มักอธิบายว่า เหมือนหัวใจหยุดไปหนึ่งที เหมือนหัวใจข้ามจังหวะ หรืออยู่ดี ๆ ก็ตุบแรงขึ้นมาหนึ่งครั้ง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้คือ หัวใจเต้นก่อนกำหนด (Premature Beat) ซึ่งเป็นจังหวะที่เกิดเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อจังหวะนั้นเกิดขึ้นแล้วอาจมีช่วงเว้นเล็กน้อยก่อนหัวใจกลับมาเต้นตามจังหวะ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกเหมือนหัวใจข้ามจังหวะหรือเกิดการเต้นที่แรงขึ้นตามมา

ทำไมบางครั้งหัวใจเต้นปกติ แต่ยังรู้สึกใจสั่น?
เพราะความรู้สึกใจสั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งต่อนาทีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับการรับรู้การเต้นของหัวใจด้วย ความเครียด ความวิตกกังวล การพักผ่อนน้อย การออกกำลังกาย คาเฟอีน นิโคติน และยาบางชนิด สามารถทำให้เรารับรู้การเต้นของหัวใจได้ชัดขึ้นหรือกระตุ้นให้เกิดอาการใจสั่นได้ ในทางกลับกัน การจับชีพจรปกติในช่วงหนึ่งก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีความผิดปกติของจังหวะหัวใจที่เกิดเป็นครั้งคราว หากอาการเกิดซ้ำบ่อย การตรวจ ECG หรือการบันทึกจังหวะหัวใจต่อเนื่อง เช่น Holter อาจช่วยหาความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับจังหวะหัวใจได้
ใจสั่นแบบไหนควรระวัง?
อาการใจสั่นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากภาวะร้ายแรง แต่ควรให้ความสำคัญกับอาการที่เกิดร่วมกัน มากกว่าดูเพียงว่าหัวใจเต้นแรงหรือเร็วแค่ไหน ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน หากใจสั่นพร้อมกับ
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจลำบากรุนแรง
- เวียนศีรษะหรือหน้ามืดรุนแรง
- เป็นลมหรือหมดสติ
ส่วนผู้ที่มีอาการเกิดซ้ำบ่อยขึ้น เป็นนานขึ้น หรือมีประวัติโรคหัวใจ ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ แม้อาการจะหายได้เองก็ตาม
สรุป
ใจสั่นเป็นคำที่ใช้บอกความรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจ จึงครอบคลุมได้ทั้งความรู้สึกหัวใจเต้นแรง เต้นเร็ว เต้นรัว หรือเต้นสะดุด แต่ไม่ได้หมายความว่าอัตราหรือจังหวะหัวใจผิดปกติเสมอไป การแยกคำเหล่านี้ออกจากกันช่วยให้สังเกตอาการได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดซ้ำ หากสามารถบอกได้ว่าขณะนั้นรู้สึกหัวใจ “แรง เร็ว หรือสะดุด” เกิดนานเท่าไร และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการหาสาเหตุได้มากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Q: ใจสั่นกับหัวใจเต้นแรงเหมือนกันไหม?
A: ไม่เหมือนกันทั้งหมด ใจสั่นเป็นความรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจ ส่วนหัวใจเต้นแรงเป็นลักษณะหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกใจสั่นได้
Q: ใจสั่นแปลว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป ใจสั่นอาจเกิดโดยไม่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ขณะเดียวกันผู้ที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะบางรายก็ไม่มีอาการเลย
Q: หัวใจเต้นสะดุดคือหัวใจหยุดเต้นหรือไม่?
A: ความรู้สึกเหมือน “ข้ามจังหวะ” อาจเกิดจากหัวใจเต้นก่อนกำหนดแล้วมีช่วงเว้นตามมา ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดทำงาน แต่หากเกิดบ่อยหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วยควรได้รับการประเมิน
Q: หัวใจเต้นเร็วเกิน 100 ครั้งต่อนาทีอันตรายไหม?
A: ไม่สามารถตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะการออกกำลังกายหรือความเครียดทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นได้ตามปกติ ต้องพิจารณาว่าเกิดขณะพักหรือออกแรง ระยะเวลาที่เกิด สาเหตุ และอาการร่วมด้วย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









