เนื้องอกมดลูกสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ เพราะการเสียเลือดต่อเนื่องทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin: Hb) หรือโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน เมื่อร่างกายสร้างฮีโมโกลบินได้ไม่เพียงพอ จึงอาจเกิดอาการซีด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือใจสั่น
ทำไมเนื้องอกมดลูกจึงทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง?
เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroid) เป็นก้อนเนื้อชนิดไม่ใช่มะเร็งที่เกิดจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อของมดลูก โดยเนื้องอกบางตำแหน่ง โดยเฉพาะก้อนที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก อาจทำให้ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ เมื่อร่างกายเสียเลือดเป็นประจำทุกเดือน ธาตุเหล็กที่สะสมอยู่จะค่อย ๆ ลดลง หากสูญเสียมากกว่าปริมาณที่ได้รับจากอาหาร ร่างกายอาจสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia) กระบวนการนี้อธิบายได้เป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่
- เนื้องอกมดลูกทำให้ประจำเดือนมามาก ร่างกายสูญเสียเลือดมากกว่าปกติ
- ธาตุเหล็กสะสมลดลง ร่างกายใช้ธาตุเหล็กเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงทดแทนเลือดที่สูญเสีย
- สร้างฮีโมโกลบินได้น้อยลง เม็ดเลือดแดงมีความสามารถในการขนส่งออกซิเจนลดลง
- เกิดภาวะโลหิตจาง ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเกิดอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย
ทั้งนี้ การขาดธาตุเหล็กสามารถเกิดขึ้นก่อนที่จะตรวจพบภาวะโลหิตจางได้ จึงไม่ควรรอจนมีอาการซีดชัดเจนจึงค่อยตรวจเลือด
อาการโลหิตจางจากเนื้องอกมดลูกมีอะไรบ้าง?
อาการขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะโลหิตจางและระยะเวลาที่ร่างกายเสียเลือด บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยในระยะแรก แต่เมื่อระดับฮีโมโกลบินลดลงมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้
- เหนื่อยง่าย
- อ่อนเพลีย
- เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
- ใจสั่น
- หายใจเหนื่อยเมื่อออกแรง
- ผิวหนังหรือเยื่อบุตาซีด
อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะต่อภาวะโลหิตจางจากเนื้องอกมดลูก เพราะอาจเกิดจากโรคหรือความผิดปกติอื่นได้เช่นกัน จึงจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อยืนยัน
ประจำเดือนมามากแค่ไหนจึงเสี่ยงโลหิตจาง?
ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดในแต่ละวันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนวันที่มีประจำเดือนและการเสียเลือดสะสมหลายรอบเดือน สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
- ประจำเดือนมานานเกิน 7 วัน
- ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1–2 ชั่วโมงเพราะชุ่มเต็มแผ่น
- ต้องตื่นกลางคืนเพื่อเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้ง
- มีลิ่มเลือดประจำเดือนขนาดใหญ่บ่อย ๆ
- ประจำเดือนมามากจนรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวัน
- มีอาการเหนื่อยง่ายหรือหน้ามืดร่วมกับการมีประจำเดือน
หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงลักษณะประจำเดือนตามปกติ เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กโดยไม่รู้ตัว
ค่า Hb เท่าไรจึงถือว่าโลหิตจาง?
ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2024 สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ อายุ 15–65 ปี สามารถแบ่งระดับฮีโมโกลบินได้ดังนี้
| ระดับ | ค่า Hb |
|---|---|
| ไม่เข้าเกณฑ์โลหิตจาง | ตั้งแต่ 12.0 g/dL ขึ้นไป |
| โลหิตจางเล็กน้อย | 11.0–11.9 g/dL |
| โลหิตจางปานกลาง | 8.0–10.9 g/dL |
| โลหิตจางรุนแรง | ต่ำกว่า 8.0 g/dL |
เกณฑ์นี้ใช้สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ในช่วงอายุดังกล่าว โดยผู้ตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่างอาจใช้เกณฑ์แตกต่างกัน นอกจากนี้ ค่า Hb เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าโลหิตจางเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก จึงอาจต้องตรวจ Ferritin และผลเลือดอื่นร่วมด้วย
โลหิตจางจากเนื้องอกมดลูกอันตรายหรือไม่?
ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการเสียเลือดเรื้อรังอาจเริ่มจากอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่หากไม่ได้รับการดูแลและยังมีเลือดออกต่อเนื่อง ระดับฮีโมโกลบินอาจลดลงมากขึ้น เมื่อร่างกายมีเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินไม่เพียงพอ หัวใจอาจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหายใจเหนื่อย ในรายที่โลหิตจางรุนแรง อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วย
เป็นเนื้องอกมดลูกและโลหิตจาง ควรกินอะไร?
อาหารที่มีธาตุเหล็กมีส่วนช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้ตามปกติ โดยควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เช่น
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ร่างกายดูดซึมได้ดี
- ปลาและอาหารทะเลบางชนิด มีโปรตีนและธาตุเหล็ก
- ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วแดงและถั่วเลนทิล
- ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้าและผักโขม
- อาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม และมะเขือเทศ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาหรือกาแฟพร้อมมื้ออาหารที่ต้องการเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก เพราะสารบางชนิดในเครื่องดื่มเหล่านี้อาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้
เมื่อไรควรรีบเข้ารับการรักษา?
หากมีประจำเดือนมามากร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการดูแลอย่างเร่งด่วน
- เลือดออกมากจนผ้าอนามัยชุ่มเต็มแผ่นทุกชั่วโมงต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- หน้ามืดมาก เป็นลม หรือรู้สึกจะหมดสติ
- ใจสั่นรุนแรง หายใจเหนื่อยขณะพัก หรือเจ็บหน้าอก
- อ่อนแรงมากผิดปกติ
- มีเลือดออกมากร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง
อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการเสียเลือดมากหรือภาวะโลหิตจางรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินทันที
สรุป
เนื้องอกมดลูกสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ โดยเฉพาะเมื่อก้อนทำให้ประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กอย่างต่อเนื่อง จนสร้างฮีโมโกลบินได้ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือซีดกว่าปกติ หากมีอาการเหล่านี้ควรตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับ Hb และธาตุเหล็ก พร้อมรักษาสาเหตุของการเสียเลือดควบคู่กัน เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางเรื้อรังและผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นเนื้องอกมดลูกแต่ไม่มีประจำเดือนมามาก จะเป็นโลหิตจางได้ไหม?
A: เป็นได้จากสาเหตุอื่น เช่น การขาดสารอาหาร โรคเลือด หรือโรคเรื้อรัง แต่เนื้องอกมดลูกมักเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางผ่านการเสียเลือดประจำเดือนมากผิดปกติ
Q: เนื้องอกมดลูกทำให้ค่า Hb ต่ำได้ไหม?
A: หากก้อนทำให้ประจำเดือนมามากต่อเนื่องจนร่างกายขาดธาตุเหล็ก อาจส่งผลให้ระดับ Hb ลดลง
Q: กินธาตุเหล็กแล้วเนื้องอกมดลูกจะยุบไหม?
A: ธาตุเหล็กช่วยแก้ไขภาวะขาดธาตุเหล็กและสนับสนุนการสร้างเม็ดเลือดแดง แต่ไม่ได้ทำให้ก้อนเนื้องอกมดลูกยุบลงโดยตรง
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









