ไซนัสอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ถ้าเป็นแบบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสที่ทำให้เป็นหวัด ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียทุกครั้ง ส่วนภูมิแพ้ไม่ใช่การติดเชื้อ แต่สามารถทำให้จมูกอักเสบและบวม จึงอาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาไซนัสในบางคนได้
ไซนัสอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภายในโพรงไซนัสมีเยื่อบุที่สร้างเมือก และมีช่องเล็ก ๆ สำหรับระบายเมือกออกสู่จมูก เมื่อเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือมีสิ่งมากระตุ้นเยื่อบุจมูก อาจเกิดการบวมขึ้น ทำให้ช่องทางระบายของไซนัสแคบลง เมือกจึงออกได้ไม่ดีและเกิดการคั่งอยู่ภายใน จึงเกิดอาการตามมา เช่น คัดจมูก น้ำมูก ปวดหรือตื้อบริเวณใบหน้า และอาจได้กลิ่นลดลง
“ไวรัส” เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
ไซนัสอักเสบเฉียบพลันจำนวนมากเกิดตามหลัง โรคหวัดหรือการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ เมื่อเป็นหวัด เยื่อบุภายในจมูกและไซนัสจะบวม มีน้ำมูกมากขึ้น และระบายเมือกได้ไม่ดี จึงทำให้เกิดอาการคล้ายไซนัสอักเสบตามมา อาการที่อาจพบ ได้แก่
- คัดจมูก
- น้ำมูกไหลหรือน้ำมูกข้น
- ปวดหรือตื้อบริเวณใบหน้า
- ปวดศีรษะ
- น้ำมูกไหลลงคอ
- ไอ
CDC ระบุว่า ไซนัสอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส และหลายกรณีสามารถดีขึ้นได้เองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
“แบคทีเรีย” เกิดได้แต่พบน้อยกว่าไวรัส
ในบางคน อาการที่เริ่มจากการติดเชื้อไวรัสอาจตามมาด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียได้ แต่พบได้น้อยกว่าสาเหตุจากไวรัสมาก สิ่งที่ช่วยให้แพทย์สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับแบคทีเรียมากขึ้น คือ รูปแบบและระยะเวลาของอาการ เช่น
- เป็นมานาน 10 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น
- มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงร่วมกับน้ำมูกข้นหรือปวดใบหน้า
- ช่วงแรกอาการเริ่มดีขึ้น แต่ต่อมา กลับแย่ลงอีกครั้ง
แนวทางของ AAO-HNS ปี 2025 ใช้รูปแบบอาการเหล่านี้ช่วยแยกผู้ที่อาจมีไซนัสอักเสบจากแบคทีเรียออกจากการติดเชื้อไวรัส
“ภูมิแพ้” ทำให้ไซนัสอักเสบได้ไหม?
ภูมิแพ้ไม่ใช่เชื้อโรคและไม่ใช่การติดเชื้อ แต่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาจมูกและไซนัสได้ เมื่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้เจอสิ่งกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา หรือสิ่งที่ตัวเองแพ้ เยื่อบุจมูกจะเกิดการอักเสบและบวม ทำให้มีอาการ เช่น
- จาม
- คันจมูก
- น้ำมูกใส
- คัดจมูก
- คันตาหรือน้ำตาไหล
เมื่อจมูกบวมมาก การระบายของไซนัสอาจถูกรบกวนได้ นอกจากนี้ CDC ยังจัด ภูมิแพ้ตามฤดูกาล เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดปัญหาไซนัส
นอกจากไวรัส แบคทีเรีย และภูมิแพ้ มีสาเหตุอื่นไหม?
ปัจจัยบางอย่างสามารถทำให้จมูกและไซนัสระบายเมือกได้ไม่ดี หรือทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เช่น
- ติ่งเนื้อในจมูก อาจขวางทางระบายของไซนัส
- โครงสร้างภายในจมูกผิดปกติ อาจทำให้การระบายของไซนัสไม่สะดวกในบางคน
- ควันบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
- เป็นหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย เพิ่มโอกาสเกิดไซนัสอักเสบตามมาได้
CDC ระบุว่าการเป็นหวัดมาก่อน ภูมิแพ้ การสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่มือสอง ปัญหาโครงสร้างภายในไซนัส และภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบในทางการแพทย์แผนจีน
ในทัศนะการแพทย์แผนจีน โรคไซนัสอักเสบสามารถจัดอยู่ในกลุ่ม Bí Yuān (鼻渊) ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนและการระบายของเหลวบริเวณจมูกที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดการคั่งของน้ำมูกและความชื้น ทำให้เกิดอาการ
- น้ำมูกใสหรือข้น
- สีของน้ำมูก
- คัดจมูกมากน้อยแค่ไหน
- มีปวดศีรษะหรือปวดใบหน้าหรือไม่
- มีไข้ รู้สึกร้อน หรือหนาวหรือไม่
- เป็นมานานหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ
การรักษาจึงใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เช่น Jinyinhua, Lianqiao, Mahuang, Banlangen, Gancao ฯลฯ มีสรรพคุณช่วยขับความร้อน บรรเทาอาการจากหวัด ช่วยให้หายใจสะดวก และบรรเทาอาการเจ็บคอ
ป้องกันปัจจัยที่กระตุ้นไซนัสอักเสบได้อย่างไร?
แม้จะป้องกันไม่ได้ทุกกรณี แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงบางอย่างได้ เช่น
- ล้างมือเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่กำลังเป็นหวัดหากทำได้
- ไม่สูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
- หากมีภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ
- ดูแลสุขภาพและโรคประจำตัวอย่างเหมาะสม
การลดโอกาสเป็นหวัดและลดการระคายเคืองของจมูก สามารถช่วยลดปัจจัยที่นำไปสู่ปัญหาไซนัสได้
สรุป
ไซนัสอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ไซนัสอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่มักเกิดจากไวรัส โดยเฉพาะหลังเป็นหวัด ส่วนแบคทีเรียพบได้น้อยกว่า และมักพิจารณาจากระยะเวลาและรูปแบบของอาการร่วมกัน ภูมิแพ้ไม่ใช่การติดเชื้อ แต่สามารถทำให้จมูกบวมและรบกวนการระบายของไซนัสได้ นอกจากนี้ ควันบุหรี่ ติ่งเนื้อในจมูก ปัญหาโครงสร้างภายในจมูก และภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอก็เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้ การรู้สาเหตุที่ถูกต้องจึงสำคัญ เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
Q: ไซนัสอักเสบเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรียมากกว่ากัน?
A: ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส โดยเฉพาะไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่เกิดตามหลังโรคหวัด แบคทีเรียเป็นสาเหตุได้ แต่พบน้อยกว่า
Q: เป็นหวัดแล้วกลายเป็นไซนัสอักเสบได้ไหม?
A: ได้ เมื่อเป็นหวัด เยื่อบุจมูกและไซนัสอาจบวม ทำให้เมือกระบายออกได้ไม่ดี จึงเกิดอาการไซนัสอักเสบตามมาได้
Q: ภูมิแพ้ทำให้เป็นไซนัสอักเสบทุกคนไหม?
A: ไม่ ภูมิแพ้ไม่ใช่ไซนัสอักเสบ แต่การอักเสบและบวมของจมูกจากภูมิแพ้อาจรบกวนการระบายของไซนัสในบางคน
Q: น้ำมูกเขียวแปลว่าติดเชื้อแบคทีเรียไหม?
A: ไม่เสมอไป ต้องดูระยะเวลาที่เป็น ความรุนแรง และรูปแบบของอาการร่วมด้วย จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเพียงเพราะน้ำมูกเปลี่ยนสี
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









