การมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิว ขนดก หรืออัลตราซาวนด์พบฟองไข่หลายใบ อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าตนเองเป็น PCOS หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง อาการเพียงอย่างเดียวหรือผลอัลตราซาวนด์เพียงครั้งเดียวไม่สามารถใช้ยืนยัน PCOS ได้
เกณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเรียกว่า Rotterdam Criteria หรือเกณฑ์รอตเทอร์ดาม ซึ่งกำหนดว่า ในผู้ใหญ่จะวินิจฉัย PCOS เมื่อพบอย่างน้อย 2 ใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่
- การตกไข่ผิดปกติ
- ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง
- ลักษณะรังไข่แบบหลายฟองไข่จากอัลตราซาวนด์ หรือระดับ AMH ที่เข้าเกณฑ์ในผู้ใหญ่บางราย
ทั้งนี้ ต้องตรวจแยกโรคหรือภาวะอื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้าย PCOS ออกก่อนเสมอ แนวทางสากลฉบับปี 2023 ยังคงใช้หลักการวินิจฉัยแบบ 2 ใน 3 ข้อนี้ โดยเพิ่มบทบาทของ AMH เป็นทางเลือกสำหรับประเมินลักษณะรังไข่ในผู้ใหญ่บางกรณี
Rotterdam Criteria มีที่มาอย่างไร?
Rotterdam Criteria เป็นเกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นจากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อทำให้การวินิจฉัย PCOS มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น เหตุผลที่ต้องใช้หลายองค์ประกอบร่วมกัน เพราะ PCOS มีลักษณะอาการหลากหลาย ผู้ป่วยบางคนมีประจำเดือนผิดปกติและขนดก แต่ผลอัลตราซาวนด์ไม่เข้าเกณฑ์ ขณะที่บางคนมีประจำเดือนผิดปกติและพบฟองไข่หลายใบ แต่ไม่มีขนดกหรือสิวอย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ป่วย PCOS จึงไม่จำเป็นต้องมีอาการเหมือนกันทุกคน
เกณฑ์ข้อที่ 1 การตกไข่ผิดปกติ
องค์ประกอบแรกคือ การตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ ซึ่งมักแสดงออกผ่านรอบเดือนที่ผิดปกติ ในผู้ใหญ่ที่ผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว อาจสงสัยความผิดปกติเมื่อพบว่า
- รอบเดือนสั้นกว่า 21 วัน
- รอบเดือนยาวเกิน 35 วัน
- มีประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี
- ประจำเดือนขาดครั้งละมากกว่า 90 วัน
- มีบุตรยากจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม การมีประจำเดือนทุกเดือนไม่ได้หมายความว่าจะมีการตกไข่ทุกครั้ง หากแพทย์สงสัยว่าไม่มีการตกไข่ อาจตรวจระดับโปรเจสเตอโรนในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพิ่มเติมได้ แนวทางสากลกำหนดรอบเดือนผิดปกติโดยพิจารณาร่วมกับระยะเวลาหลังเริ่มมีประจำเดือน เนื่องจากรอบเดือนในวัยรุ่นช่วงแรกอาจยังไม่สม่ำเสมอตามธรรมชาติ
เกณฑ์ข้อที่ 2 ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง
แอนโดรเจนเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่มีอยู่ตามปกติในผู้หญิง แต่ผู้ที่เป็น PCOS อาจมีระดับสูงกว่าปกติ แพทย์สามารถประเมินได้ 2 วิธี
1. ประเมินจากอาการ
- ขนดกบริเวณใบหน้า คาง หน้าอก หรือหน้าท้อง
- สิวอักเสบรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่อง
- ผมบางบริเวณกลางศีรษะหรือแนวหน้าผาก
2. ประเมินจากผลตรวจเลือด
- Total testosterone
- Free testosterone
- Free androgen index
- Androstenedione
- DHEAS ในบางกรณี
ผลตรวจต้องแปลร่วมกับอาการ วิธีตรวจของห้องปฏิบัติการ และยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนและทำให้แปลผลได้ยาก
เกณฑ์ข้อที่ 3 ลักษณะรังไข่แบบหลายฟองไข่
องค์ประกอบที่สามคือการพบ Polycystic Ovarian Morphology: PCOM หรือลักษณะรังไข่ที่มีฟองไข่ขนาดเล็กจำนวนมาก หากใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ที่มีความละเอียดเหมาะสม อาจพิจารณาลักษณะ PCOM เมื่อพบฟองไข่ตั้งแต่ 20 ใบขึ้นไปในรังไข่อย่างน้อยหนึ่งข้าง โดยนับฟองไข่ขนาด 2–9 มิลลิเมตร

AMH ใช้แทนอัลตราซาวนด์ได้หรือไม่?
ในผู้ใหญ่ แพทย์อาจใช้ระดับ Anti-Müllerian Hormone: AMH เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อประเมินลักษณะรังไข่แบบหลายฟองไข่ได้ แต่ต้องใช้ตามแนวทางการวินิจฉัยและค่ามาตรฐานของห้องปฏิบัติการ สิ่งสำคัญคือ
- AMH สูงเพียงค่าเดียวไม่สามารถยืนยัน PCOS ได้
- ไม่ควรตรวจทั้ง AMH และอัลตราซาวนด์โดยไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มจำนวนเกณฑ์
- หากมีรอบเดือนผิดปกติและแอนโดรเจนสูงชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจ AMH หรืออัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันเพิ่ม
- AMH ยังไม่แนะนำให้ใช้วินิจฉัย PCOS ในวัยรุ่น
ระดับ AMH อาจแตกต่างตามอายุ ดัชนีมวลกาย รอบเดือน การใช้ยาคุมกำเนิด และวิธีตรวจของแต่ละห้องปฏิบัติการ จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้เหมือนกันในทุกสถานพยาบาล
ทำไมต้องตรวจแยกโรคอื่นก่อน?
PCOS เป็นการวินิจฉัยที่ต้องพิจารณาหลังจากตัดภาวะอื่นที่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติหรือแอนโดรเจนสูงออกก่อน เช่น
- การตั้งครรภ์
- ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
- ระดับโปรแลกตินสูง
- ภาวะต่อมหมวกไตโตแต่กำเนิดชนิดไม่รุนแรง
- กลุ่มอาการคุชชิง
- เนื้องอกรังไข่หรือต่อมหมวกไตที่สร้างแอนโดรเจน
- ภาวะขาดประจำเดือนจากน้ำหนักต่ำ ออกกำลังกายหนัก หรือได้รับพลังงานไม่เพียงพอ
สรุป
Rotterdam Criteria เป็นเกณฑ์ที่ใช้วินิจฉัย PCOS ในผู้ใหญ่ โดยต้องพบอย่างน้อย 2 ใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การตกไข่ผิดปกติ ภาวะแอนโดรเจนสูง และลักษณะรังไข่แบบหลายฟองไข่จากอัลตราซาวนด์หรือ AMH ที่เข้าเกณฑ์ในผู้ใหญ่บางราย พร้อมตรวจแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกก่อน การพบฟองไข่หลายใบเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าเป็น PCOS และผู้ที่เป็น PCOS ก็ไม่จำเป็นต้องพบความผิดปกติครบทั้ง 3 ข้อ หากมีประจำเดือนผิดปกติ สิว ขนดก ผมบาง หรือมีบุตรยาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเป็นระบบ มากกว่าการแปลผลตรวจด้วยตนเอง
คำถามที่พบบ่อย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









