หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ปวดหลังจาก Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น? สังเกตความแตกต่างอย่างไร

ปวดหลังจาก Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น? สังเกตความแตกต่างอย่างไร

ปวดหลังจาก Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น? ต่างกันอย่างไร

ปวดหลังหลังนั่งทำงานนาน ๆ อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็น Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น เพราะทั้งสองภาวะสามารถมีอาการปวดหลังคล้ายกันได้ จุดที่ช่วยสังเกตเบื้องต้นคือ หากอาการสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ มักเด่นที่ ปวดตึง เมื่อย กดเจ็บ และสัมพันธ์กับการใช้งานหรือท่าทาง ขณะที่ภาวะหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทมักต้องระวังเมื่อมีปวดร้าวลงขา ชา เสียวซ่า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาท

Office Syndrome กับกระดูกทับเส้น ต่างกันอย่างไร?

  • Office Syndrome เป็นคำที่นิยมใช้เรียกกลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับลักษณะการทำงาน เช่น การอยู่ในท่าเดิมนาน การใช้กล้ามเนื้อซ้ำ และการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานไม่เหมาะสม โดยอาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่พบบ่อยมักเป็นปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือเอว และอาจสัมพันธ์กับ Myofascial Pain Syndrome หรือภาวะปวดกล้ามเนื้อที่มีจุดกดเจ็บ
  • กระดูกทับเส้น ที่คนทั่วไปใช้ อาจหมายถึงความผิดปกติของกระดูกสันหลังหลายชนิด ในบริบทที่พบบ่อย เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนและกดรากประสาท (Herniated Disc with Radiculopathy) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาท 

เปรียบเทียบ Office Syndrome กับกระดูกทับเส้น

ลักษณะOffice Syndrome / กล้ามเนื้อภาวะกดรากประสาท
ลักษณะปวดปวดตึง เมื่อย ล้าอาจปวดแหลม แสบ หรือคล้ายไฟฟ้าวิ่ง
ตำแหน่งมักเด่นบริเวณกล้ามเนื้อหลังหรือเอว อาจเริ่มจากหลัง/สะโพกแล้วร้าวลงขา
กดกล้ามเนื้ออาจมีจุดกดเจ็บชัดไม่จำเป็นต้องกดกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ
ปวดร้าวเกิด referred pain จากกล้ามเนื้อได้มักร้าวตามแนวรากประสาทเมื่อมี radiculopathy
ชา/เสียวซ่าไม่ใช่อาการเด่นของปวดกล้ามเนื้อพบได้เมื่อเส้นประสาทได้รับผลกระทบ
กล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่ใช่ลักษณะหลักอาจพบได้
สัมพันธ์กับงานมักเพิ่มหลังใช้กล้ามเนื้อหรืออยู่ท่าเดิมนานบางท่าก็กระตุ้นอาการได้เช่นกัน
MRIโดยทั่วไปไม่จำเป็นในอาการปวดหลังที่ไม่มีข้อบ่งชี้พิจารณาตามอาการ การตรวจ และข้อบ่งชี้

1. ปวดตึง เมื่อย และกดเจ็บ มีแนวโน้มไปทางกล้ามเนื้อมากกว่า
หากอาการเกิดหลังนั่งทำงานหรือใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน ลักษณะเป็น 

  • ปวดตึง
  • เมื่อยหรือล้า
  • กล้ามเนื้อแข็ง
  • กดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ
  • อาการสัมพันธ์กับการทำงาน
  • เปลี่ยนอิริยาบถแล้วดีขึ้น

ลักษณะเหล่านี้สนับสนุนว่าระบบกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ อาจมีส่วนต่ออาการ Office Syndrome ทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกมักสัมพันธ์กับ Myofascial Pain Syndrome ซึ่งสามารถพบจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อได้ 

2. ปวดจากหลังร้าวลงขา ต้องคิดถึงเส้นประสาทมากขึ้น 
อาการที่ควรให้ความสำคัญคือ ปวดจากหลังหรือสะโพกร้าวลงไปตามขา หากหมอนรองกระดูกบริเวณเอวเคลื่อนและไปกดหรือระคายเคืองรากประสาท อาจเกิด Sciatica หรือ Radicular Pain ซึ่งมีลักษณะ เช่น 

  • ปวดจากหลังหรือสะโพกร้าวลงขา
  • ปวดแสบ ปวดแปลบ หรือเหมือนไฟฟ้าวิ่ง
  • มีอาการเสียวซ่าร่วมด้วย
  • อาจมีอาการชาบางบริเวณ
  • บางรายมีขาอ่อนแรง

3. ถ้ามี “ชา” ต้องเป็นกระดูกทับเส้นหรือไม่? 
“ไม่เสมอไป” อาการชาเกิดได้จากความผิดปกติของเส้นประสาทหลายตำแหน่ง ไม่ได้มีเพียงเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลัง เช่น เส้นประสาทส่วนปลายอาจถูกกดบริเวณแขน ข้อมือ หรือขาได้ แต่หากเป็นอาการปวดหลังร่วมกับปวดร้าวลงขา + ชา/เสียวซ่าในแนวเดียวกัน จะทำให้ต้องพิจารณาความผิดปกติของรากประสาทมากขึ้น โดยเฉพาะหากอาการเป็นต่อเนื่องหรือเพิ่มขึ้น 

4. ถ้ามีอ่อนแรง ยิ่งต้องระวัง 
อาการนี้สำคัญกว่าความรู้สึกเมื่อยล้าทั่วไป คำว่า “อ่อนแรง” ในทางระบบประสาท หมายถึงกล้ามเนื้อสูญเสียกำลังจริง เช่น 

  • กระดกข้อเท้าหรือนิ้วเท้าได้ไม่เหมือนเดิม
  • เดินด้วยส้นเท้าหรือปลายเท้าลำบาก
  • ขาข้างหนึ่งไม่มีแรงชัดเจน
  • เดินแล้วขาลาก
  • ทำกิจกรรมที่เคยทำได้แต่กำลังกล้ามเนื้อลดลง

หากมี กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลงเรื่อย ๆ ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ 

5. กระดูกทับเส้นต้องปวดหลังมากเสมอหรือไม่? 
“ไม่จำเป็น” หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนแต่ไม่ได้กดเส้นประสาท อาจทำให้ปวดหลังเพียงอย่างเดียว หรือบางคนอาจไม่มีอาการเลย ในทางกลับกัน หากมีการกดรากประสาท อาการที่เด่นอาจกลายเป็น ปวดขามากกว่าปวดหลัง โดยเฉพาะในผู้ที่มี Sciatica ดังนั้น ความรุนแรงของ “ปวดหลัง” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้บอกว่ามีกระดูกทับเส้นหรือไม่ 

6. นั่งแล้วปวด แปลว่า Office Syndrome ใช่ไหม? 
“ไม่ใช่เสมอไป” การนั่งนานสามารถกระตุ้นอาการจากกล้ามเนื้อได้ แต่ผู้ที่มีหมอนรองกระดูกหรือปัญหากระดูกสันหลังบางชนิดก็อาจมีอาการเพิ่มขึ้นในบางท่านั่งเช่นกัน เพราะรูปแบบอาการของแต่ละโรคสามารถทับซ้อนกันได้ 

อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์?

 ไม่ว่าจะคิดว่าเป็น Office Syndrome หรือกระดูกทับเส้น หากมีอาการต่อไปนี้ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว 

  • ขาอ่อนแรงมากขึ้น
  • เดินผิดปกติอย่างชัดเจน
  • ชาบริเวณก้น รอบอวัยวะเพศ หรือด้านในต้นขา
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
  • ปัสสาวะไม่ออกผิดปกติร่วมกับอาการปวดหลัง
  • ปวดหลังหลังได้รับอุบัติเหตุรุนแรง
  • ปวดร่วมกับไข้หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • มีประวัติโรคมะเร็งร่วมกับอาการปวดหลังที่ผิดปกติ

โดยเฉพาะความผิดปกติของการขับถ่ายร่วมกับชาบริเวณอวัยวะเพศหรือก้น และขาอ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของภาวะกดเส้นประสาทรุนแรงที่ต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน 

สรุป

Office Syndrome กับกระดูกทับเส้นสามารถทำให้ปวดหลังคล้ายกันได้ แต่ลักษณะเด่นต่างกัน อาการจากกล้ามเนื้อมักเป็นปวดตึง เมื่อย กดเจ็บ และสัมพันธ์กับการใช้งาน ส่วนการกดรากประสาทควรนึกถึงมากขึ้นเมื่อมีปวดร้าวลงขา ชา เสียวซ่า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาการใดเพียงข้อเดียวที่ใช้แยกสองภาวะนี้ได้อย่างเด็ดขาด และหมอนรองกระดูกเคลื่อนบางคนอาจไม่มีอาการเลย หากอาการผิดปกติ เป็นต่อเนื่อง หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดหลังแต่ไม่ร้าวลงขา เป็นกระดูกทับเส้นได้ไหม?

A: เป็นไปได้ เพราะหมอนรองกระดูกเคลื่อนไม่จำเป็นต้องกดรากประสาท และบางคนอาจมีเพียงปวดหลังหรือไม่มีอาการเลย

Q: ปวดหลังร้าวลงขา แปลว่ากระดูกทับเส้นแน่นอนหรือไม่?

A: ไม่แน่นอน แต่หากปวดร้าวตามแนวขาร่วมกับชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรง จะเพิ่มความสงสัยว่ารากประสาทได้รับผลกระทบและควรได้รับการประเมิน

Q: Office Syndrome ทำให้ปวดร้าวได้หรือไม่?

A: ได้ Myofascial Trigger Point สามารถทำให้เกิด referred pain ไปยังบริเวณอื่นได้ จึงต้องแยกจาก radicular pain ที่เกิดจากรากประสาท

Q: กระดูกทับเส้นต้องผ่าตัดไหม?

A: ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเคลื่อนและ Sciatica จำนวนมากดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีความผิดปกติทางระบบประสาทรุนแรงหรือข้อบ่งชี้อื่น แพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Pennocap

Pennocap

ข้อและกระดูก

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top