ไขมันในเลือดสูงเป็นอันตรายได้แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ โดยเฉพาะการมี LDL สูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะเพิ่มการสัมผัสอนุภาคไขมันที่ก่อหลอดเลือดและมีส่วนต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและ Stroke ชนิดสมองขาดเลือด
ไขมันตัวไหนสูงแล้วต้องระวัง?
ผลตรวจไขมันมีหลายค่า และไม่ควรตีความว่าแต่ละตัวมีความหมายเหมือนกัน
1. LDL สูง LDL-C เป็นค่าที่มีความสำคัญมากต่อความเสี่ยงโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เมื่อ LDL สูงต่อเนื่อง อนุภาค LDL สามารถเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือดและมีส่วนต่อการเกิดคราบไขมัน
อ่านเพิ่มเติม: LDL คืออะไร? ทำไมเรียกว่าไขมันเลว
2. ไตรกลีเซอไรด์สูง ไตรกลีเซอไรด์สูงมักพบร่วมกับภาวะอ้วนลงพุง เบาหวาน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม หากสูงมาก โดยเฉพาะระดับ ≥1,000 mg/dL จะมีประเด็นเรื่องความเสี่ยงต่อตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเพิ่มเข้ามา
อ่านเพิ่มเติม: Triglyceride สูงเกิดจากอะไร?
3. HDL สูงหรือต่ำ HDL มักถูกเรียกว่า “ไขมันดี” แต่การประเมินความเสี่ยงไม่ควรใช้แนวคิดว่า HDL สูงสามารถหักล้าง LDL สูงได้ หาก LDL สูงหรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูง ก็ยังจำเป็นต้องจัดการปัจจัยเหล่านั้น แม้ค่า HDL จะอยู่ในระดับดี
ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดของไขมันและปัจจัยสุขภาพอื่น แต่ภาวะที่สำคัญ ได้แก่
1. โรคหลอดเลือดหัวใจ LDL สูงต่อเนื่องมีส่วนทำให้เกิดคราบไขมันในหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง และหากคราบไขมันแตกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตัน อาจนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้
2. Stroke ชนิดสมองขาดเลือด กระบวนการหลอดเลือดแดงแข็งสามารถเกิดกับหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองได้เช่นกัน หากเกิดการตีบหรือลิ่มเลือดอุดตัน อาจทำให้สมองขาดเลือด
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันในเลือดสูงเพิ่มความเสี่ยง Stroke จริงไหม?
3. ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม ไตรกลีเซอไรด์สูงและ HDL ต่ำมักพบร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวานชนิดที่ 2 โรคอ้วน และ MASLD หรือไขมันพอกตับจากความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม ไม่ได้หมายความว่าไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุโดยตรงของทุกโรคเหล่านี้ แต่หลายภาวะมีปัจจัยทางเมตาบอลิซึมร่วมกัน
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันในเลือดสูงสัมพันธ์กับไขมันพอกตับหรือไม่?
อ่านเพิ่มเติม: ไขมันในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างไร?
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงไขมันในเลือดสูง?
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคไตเรื้อรัง
- สูบบุหรี่
- น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
- เคยเป็นโรคหัวใจหรือ Stroke
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
- LDL สูงมากหรือสงสัยภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม
ไขมันในเลือดสูงแล้วควรทำอย่างไร?
- ดูว่าค่าใดผิดปกติ — LDL, HDL หรือไตรกลีเซอไรด์
- ประเมินว่ามีโรคหรือปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วยหรือไม่
- ปรับอาหารและกิจกรรมทางกายให้เหมาะสม
- ควบคุมน้ำหนัก ความดัน และระดับน้ำตาล
- งดสูบบุหรี่
- ใช้ยาลดไขมันหากแพทย์ประเมินว่ามีข้อบ่งชี้
- ตรวจติดตามตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
สำหรับกิจกรรมทางกาย WHO แนะนำผู้ใหญ่ทั่วไปให้มีกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาทีต่อสัปดาห์ พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
อ่านเพิ่มเติม: ลดไขมันในเลือดอย่างไรให้ได้ผล?
สรุป
ไขมันในเลือดสูงอันตรายได้ตรงที่โรคสามารถดำเนินไปโดยไม่มีอาการเป็นเวลานาน โดยเฉพาะ LDL สูงต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและ Stroke ส่วนไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับอ่อนอักเสบ การดูแลจึงไม่ควรรอให้เกิดอาการ และไม่ควรตัดสินจากค่า Total Cholesterol เพียงตัวเดียว แต่ควรประเมินชนิดของไขมันและความเสี่ยงสุขภาพโดยรวม เพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ไขมันในเลือดสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม?
A: อันตราย เพราะภาวะไขมันสูงส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ และการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งสามารถสะสมเป็นเวลาหลายปี จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนเริ่มดูแล
Q: LDL สูงนิดเดียวอันตรายไหม?
A: ต้องพิจารณาร่วมกับความเสี่ยงโดยรวม ค่า LDL ที่สูงเพียงเล็กน้อยในผู้มีความเสี่ยงต่ำอาจมีแนวทางดูแลต่างจากคนที่เคยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ
Q: HDL สูงแล้วไม่ต้องกลัว LDL สูงจริงหรือไม่?
A: ไม่จริง HDL ไม่ได้ลบความเสี่ยงจาก LDL สูงโดยอัตโนมัติ หาก LDL สูงหรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงยังควรได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม
Q: ไขมันในเลือดสูงทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่?
A: ไขมันในเลือดสูงไม่ใช่ภาวะที่ทำให้เสียชีวิตทันทีในคนส่วนใหญ่ แต่สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคที่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายและ Stroke ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









