หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ความดันโลหิตสูงคืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่งของคนไทย และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง หลายคนอาจใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้ตัวว่ามีความดันโลหิตสูง เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก จึงได้รับฉายาว่า “ภัยเงียบ” (Silent Killer)

ความดันโลหิตสูงคืออะไร?

ความดันโลหิต คือแรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดงขณะหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ค่าความดันโลหิตแบ่งเป็น 2 ค่า ได้แก่

  • ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือ ความดันขณะที่หัวใจบีบตัว
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือ ความดันขณะที่หัวใจคลายตัว

โดยทั่วไป หากวัดความดันโลหิตหลายครั้งแล้วมีค่าเฉลี่ย ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ขึ้นไป แพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทั้งนี้เกณฑ์การวินิจฉัยอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามแนวทางเวชปฏิบัติที่ใช้และลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย

อ่านเพิ่มเติม: ค่าความดันเท่าไรจึงถือว่าปกติ?

ความดันโลหิตสูงมีอาการอย่างไร?

  • ปวดศีรษะ โดยเฉพาะช่วงเช้า
  • เวียนศีรษะ
  • มึนงง
  • ตาพร่ามัว
  • เลือดกำเดาไหล (พบไม่บ่อย)
  • เหนื่อยง่าย
  • ใจสั่น

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความดันโลหิตสูงเสมอไป จึงไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงมีอาการอย่างไร?

สาเหตุของความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary Hypertension) เป็นชนิดที่พบมากที่สุด โดยมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • พันธุกรรม
  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • รับประทานอาหารเค็ม
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ความเครียดเรื้อรัง

2. ความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ (Secondary Hypertension) เกิดจากโรคหรือภาวะอื่น เช่น

  • โรคไต
  • โรคของต่อมหมวกไต
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิดบางชนิด

อ่านเพิ่มเติม: ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร?

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป
  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นเบาหวาน
  • มีไขมันในเลือดสูง
  • เป็นโรคอ้วน
  • สูบบุหรี่
  • รับประทานอาหารโซเดียมสูง
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • นอนหลับไม่เพียงพอ

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรวัดความดันโลหิตเป็นประจำ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติก็ตาม

ความดันโลหิตสูงอันตรายอย่างไร?

หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • หัวใจล้มเหลว
  • ไตเรื้อรัง
  • จอประสาทตาเสื่อม
  • หลอดเลือดแดงโป่งพอง

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้มักเกิดจากการที่หลอดเลือดถูกแรงดันสูงทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง

แพทย์จะอาศัยข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ได้แก่

  • วัดความดันโลหิตมากกว่า 1 ครั้ง
  • วัดในหลายวัน
  • ประเมินปัจจัยเสี่ยง
  • ตรวจร่างกาย
  • ตรวจเลือด
  • ตรวจการทำงานของไต
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ตามความเหมาะสม

การวัดเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยในผู้ป่วยส่วนใหญ่

อ่านเพิ่มเติม: วัดความดันกี่ครั้งจึงวินิจฉัยว่าเป็นโรค?

ความดันโลหิตสูงในทางการแพทย์จีน

ในทางการแพทย์แผนจีน ความดันโลหิตสูงไม่ได้ถูกจัดเป็นชื่อโรคโดยตรง แต่เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความไม่สมดุลของอวัยวะและการไหลเวียนของพลังชี่และเลือด กลุ่มอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ภาวะหยางตับกำเริบ (Liver Yang Rising)
  • ไฟตับกำเริบ (Liver Fire)
  • เสมหะชื้นอุดกั้น (Phlegm-Dampness)
  • เลือดคั่ง (Blood Stasis)
  • ภาวะพร่องของตับและไต (Liver-Kidney Yin Deficiency)

การดูแลจึงมุ่งเน้นการฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย โดยตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้ดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือดประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด เช่น Huangqi, Danshen, Chuanxiong, Chishao, Honghua ฯลฯ มีสรรพคุณบำรุงพลังชี่ ลดภาวะเลือดคั่ง และส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด 

กลไกการออกฤทธิ์ทางวิทยาศาสตร์

  • ส่งเสริมการทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
  • เพิ่มการสร้างไนตริกออกไซด์ ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและการไหลเวียนเลือดดีขึ้น
  • ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของหลอดเลือด
  • ลดการอักเสบเรื้อรัง ที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก
  • ปกป้องเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์ประสาทจากการขาดเลือด
  • ควบคุมการแสดงออกของ PI3K/Akt, eNOS และ NF-κB ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอักเสบ การอยู่รอดของเซลล์ และการทำงานของหลอดเลือด

ป้องกันความดันโลหิตสูงได้อย่างไร?

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีมากขึ้น
  • ลดอาหารรสเค็ม
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ตรวจสุขภาพและวัดความดันโลหิตเป็นประจำ

สรุป

ความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยและมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตได้ การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรม และการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมโรคและลดภาวะแทรกซ้อน

คำถามที่พบบ่อย

เป็นภาวะที่ความดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคไต
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จึงควรวัดความดันโลหิตเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
โรคนี้มักเป็นโรคเรื้อรัง แต่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเป้าหมายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดโซเดียม ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top