อาการริดสีดวงที่พบบ่อย ได้แก่ ถ่ายแล้วมีเลือดสด มีก้อนยื่นหรือก้อนบวมบริเวณทวาร คัน ระคายเคือง และปวดบริเวณทวารหนัก แต่อาการจะแตกต่างกันตามชนิดของริดสีดวง โดยริดสีดวงภายในมักเด่นเรื่องเลือดออกและก้อนยื่น ส่วนริดสีดวงภายนอกมักทำให้คลำพบก้อน บวม เจ็บ หรือคันได้มากกว่า
5 อาการริดสีดวงที่พบบ่อย
อาการสามารถสังเกตได้จากการขับถ่ายและความผิดปกติบริเวณทวาร โดยอาการสำคัญมีดังนี้
- ถ่ายเป็นเลือดสด อาจเห็นเลือดสีแดงสดติดกระดาษชำระ เคลือบผิวอุจจาระ หรือหยดลงในโถ มักพบในริดสีดวงภายใน
- มีก้อนยื่นออกจากทวาร โดยเฉพาะขณะเบ่งถ่าย ระยะแรกก้อนอาจกลับเข้าไปเอง แต่หากเป็นมากขึ้นอาจต้องใช้มือดันกลับหรือค้างอยู่ด้านนอก
- มีก้อนหรือบวมรอบปากทวาร พบได้ในริดสีดวงภายนอก บางครั้งคลำได้เป็นก้อนแข็งและกดเจ็บ
- คันหรือระคายเคืองบริเวณทวาร อาจเกิดร่วมกับอาการบวมและความชื้นบริเวณรอบทวาร
- ปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณทวาร พบได้มากกว่าในริดสีดวงภายนอก โดยเฉพาะเมื่อเกิดลิ่มเลือดภายในก้อน
อาการริดสีดวงภายในเป็นอย่างไร?
ริดสีดวงภายใน (Internal hemorrhoids) อยู่ภายในช่องทวารและไส้ตรงส่วนล่าง ในระยะแรกจึงอาจมองไม่เห็นหรือคลำไม่ได้ อาการที่ค่อนข้างเด่นคือ เลือดสีแดงสดขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ โดยมักไม่มีอาการปวด เนื่องจากตำแหน่งของริดสีดวงภายในอยู่ในบริเวณที่รับความรู้สึกเจ็บปวดแตกต่างจากผิวหนังรอบปากทวาร เมื่อริดสีดวงภายในมีขนาดใหญ่หรือเลื่อนต่ำลง อาจเกิดอาการเพิ่มเติม เช่น
- รู้สึกเหมือนมีก้อนยื่นออกมาขณะถ่าย
- ก้อนยื่นแล้วกลับเข้าไปเอง
- ต้องใช้มือช่วยดันก้อนกลับ
- ก้อนยื่นค้างอยู่นอกทวารในรายที่เป็นมาก
อาการริดสีดวงภายนอกเป็นอย่างไร?
ริดสีดวงภายนอก (External hemorrhoids) อยู่ใต้ผิวหนังบริเวณรอบปากทวาร จึงมักแสดงอาการบริเวณภายนอกชัดกว่าริดสีดวงภายใน เช่น
- คลำได้ก้อนบริเวณปากทวาร
- บวมรอบทวาร
- คันหรือระคายเคือง
- เจ็บหรือรู้สึกไม่สบาย โดยเฉพาะเวลานั่ง
- อาจมีเลือดออกได้
ถ้ามีก้อนแข็งและปวดมาก อาจเป็นริดสีดวงที่มีลิ่มเลือด
หากริดสีดวงภายนอกเกิดลิ่มเลือดขึ้นภายใน เรียกว่า Thrombosed external hemorrhoid อาการมักแตกต่างจากริดสีดวงทั่วไปค่อนข้างชัด ได้แก่
- ปวดมากหรือปวดขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มีก้อนแข็งบริเวณปากทวาร
- บวม
- ก้อนอาจมีสีคล้ำหรือม่วง
ภาวะนี้เกิดจากเลือดจับตัวเป็นลิ่มภายในริดสีดวงภายนอก และสามารถทำให้ปวดมากได้
ถ่ายเป็นเลือด แบบไหนอาจเป็นริดสีดวง?
ลักษณะที่พบได้ในริดสีดวงภายในคือ เลือดสีแดงสด เช่น
- เลือดติดกระดาษชำระ
- เลือดติดหรือเคลือบผิวอุจจาระ
- เลือดหยดลงในโถหลังถ่าย
แต่ไม่ควรใช้ “สีของเลือด” เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัย เพราะเลือดออกทางทวารหนักสามารถเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน ตั้งแต่แผลปริขอบทวาร โรคลำไส้อักเสบ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
อาการแบบไหนควรได้รับการตรวจ?
แม้ริดสีดวงจำนวนมากไม่ใช่ภาวะอันตราย แต่อาการบริเวณทวารบางอย่างคล้ายกับโรคอื่น จึงควรได้รับการประเมินหากมีอาการต่อไปนี้
- มีเลือดออกทางทวารหนัก
- อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์
- ปวดบริเวณทวารรุนแรง
- มีเลือดออกพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของลักษณะหรือพฤติกรรมการขับถ่าย
- ไม่แน่ใจว่าก้อนที่พบเป็นริดสีดวงหรือก้อนจากสาเหตุอื่น
หากเลือดออกจำนวนมากจนมีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเป็นลม ควรได้รับการดูแลทางการแพทย์ทันที
สรุป
อาการริดสีดวงไม่ได้มีเพียงการมีก้อนที่ทวาร แต่สามารถแสดงออกเป็นเลือดสดหลังถ่าย ก้อนยื่น บวม คัน ระคายเคือง หรือปวด โดยอาการแตกต่างกันตามชนิดของริดสีดวง ริดสีดวงภายในมักเด่นเรื่องเลือดออกและก้อนยื่น ขณะที่ริดสีดวงภายนอกมักทำให้คลำพบก้อน บวม หรือเจ็บได้ชัดกว่า อย่างไรก็ตาม อาการถ่ายเป็นเลือด ปวด คัน หรือมีก้อนบริเวณทวารสามารถเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีเลือดออกซ้ำ ปวดรุนแรง หรืออาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ควรวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงจากอาการเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นริดสีดวงแต่ไม่มีก้อนยื่นได้ไหม?
A: ได้ ริดสีดวงภายในระยะแรกอาจยังไม่มีก้อนยื่นออกมา และบางคนสังเกตเห็นเพียงเลือดสดหลังถ่ายเท่านั้น
Q: เป็นริดสีดวงแต่ไม่เจ็บได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะริดสีดวงภายในที่ยังไม่ยื่นออกมา ซึ่งมักไม่ทำให้ปวด แต่อาจมีเลือดออกขณะถ่ายได้
Q: มีก้อนที่ทวารแปลว่าเป็นริดสีดวงแน่นอนหรือไม่?
A: ไม่แน่นอน ก้อนบริเวณทวารมีได้จากหลายสาเหตุ การตรวจตำแหน่งและลักษณะก้อนจึงช่วยแยกสาเหตุได้ดีกว่าการวินิจฉัยด้วยตัวเองจากการคลำก้อนเพียงอย่างเดียว
Q: เลือดออกจากริดสีดวงเป็นสีอะไร?
A: ริดสีดวงภายในมักทำให้เห็นเลือดสีแดงสดหลังถ่าย แต่การมีเลือดสดไม่ได้ยืนยันว่าเป็นริดสีดวง เพราะโรคอื่นก็ทำให้เกิดลักษณะคล้ายกันได้
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









