หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ริดสีดวงห้ามกินอะไร? อาหารและเครื่องดื่มที่ควรระวัง

ริดสีดวงห้ามกินอะไร? อาหารและเครื่องดื่มที่ควรระวัง

ริดสีดวงห้ามกินอะไร? อาหารและเครื่องดื่มที่ควรระวัง

คนเป็นริดสีดวงควรลดอาหารที่มีใยอาหารต่ำ เช่น อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว และอาหารที่ทำจากแป้งขัดสีเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อรับประทานแทนผัก ผลไม้ และธัญพืชเป็นประจำ เพราะอาจทำให้ได้รับใยอาหารไม่เพียงพอจนเกิดท้องผูกและต้องเบ่งถ่ายแรง ส่วนอาหารเผ็ด กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นข้อห้ามสำหรับทุกคน แต่ควรสังเกตว่าทำให้ถ่ายเหลว แสบ หรือระคายเคืองบริเวณทวารหรือไม่ เนื่องจากอาการตอบสนองต่ออาหารแตกต่างกันในแต่ละคน

ทำไมอาหารบางชนิดจึงทำให้อาการริดสีดวงแย่ลง?

ริดสีดวงทวารเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก โดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น การเบ่งถ่ายแรง ท้องผูกเรื้อรัง และการนั่งบนโถส้วมนาน อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของริดสีดวงทุกกรณี แต่สามารถส่งผลต่อการขับถ่ายและทำให้อาการรบกวนมากขึ้นได้ โดยเฉพาะผ่าน 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • ท้องผูกและอุจจาระแข็ง ทำให้ต้องออกแรงเบ่งมากขึ้น
  • ท้องเสียหรือถ่ายบ่อย อาจทำให้บริเวณทวารระคายเคืองจากการขับถ่ายและเช็ดทำความสะอาดบ่อย
  • อาการแสบหรือระคายเคืองหลังรับประทานอาหารบางชนิด อาจทำให้รู้สึกไม่สบายบริเวณทวารมากขึ้น แม้ไม่ได้หมายความว่าก้อนริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น

ดังนั้น การเลือกอาหารจึงควรมุ่งเน้นให้ขับถ่ายเป็นปกติ ไม่ใช่งดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีความจำเป็น

อาหารและเครื่องดื่มที่ควรระวัง

1. อาหารที่มีใยอาหารต่ำ

อาหารที่มีใยอาหารน้อยอาจทำให้ได้รับกากใยไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานเป็นอาหารหลักแทนผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ตัวอย่างอาหาร ได้แก่

  • ขนมปังขาวและเบเกอรี่ที่ทำจากแป้งขัดสี
  • ขนมกรุบกรอบที่มีใยอาหารต่ำ
  • อาหารสำเร็จรูปบางชนิด
  • ขนมหวานที่มีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก

ไม่ได้หมายความว่าห้ามรับประทานอาหารเหล่านี้ทั้งหมด แต่ควรรับประทานในปริมาณเหมาะสมและเพิ่มอาหารที่มีใยอาหารให้เพียงพอในแต่ละวัน

2. อาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์แปรรูป

ไส้กรอก แฮม เบคอน และอาหารแปรรูปบางชนิดมักมีใยอาหารน้อย หากรับประทานเป็นประจำโดยมีผักและผลไม้ไม่เพียงพอ อาจทำให้ปริมาณใยอาหารรวมในแต่ละวันต่ำกว่าที่ควร ควรรับประทานร่วมกับผักและเลือกแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย เช่น ปลา ไข่ ถั่ว หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด

3. อาหารเผ็ดจัด

อาหารเผ็ดไม่ได้ทำให้เกิดริดสีดวงโดยตรง และไม่ใช่ข้อห้ามสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไวต่ออาหารเผ็ดอาจมีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง หรือรู้สึกแสบบริเวณทวารหลังขับถ่าย หากสังเกตว่าอาหารเผ็ดทำให้อาการไม่สบายมากขึ้น ควรลดระดับความเผ็ดหรือหลีกเลี่ยงชั่วคราวในช่วงที่มีอาการ แต่หากรับประทานแล้วไม่มีอาการผิดปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องงดอาหารเผ็ดทั้งหมดเพียงเพราะเป็นริดสีดวง

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อสมดุลน้ำในร่างกายและระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเมื่อดื่มปริมาณมาก บางคนอาจมีอาการถ่ายเหลวหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอร่วมด้วย ผู้ที่เป็นริดสีดวงจึงควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการเลือดออก ท้องเสีย หรืออยู่ระหว่างการรักษา ทั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทุกปริมาณทำให้ก้อนริดสีดวงขยายใหญ่ขึ้นโดยตรง

5. กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

กาแฟไม่ได้เป็นอาหารต้องห้ามสำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวง และการดื่มกาแฟในปริมาณปกติไม่ได้ทำให้ร่างกายขาดน้ำเสมอไป อย่างไรก็ตาม คาเฟอีนอาจกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ในบางคน ทำให้รู้สึกอยากถ่ายบ่อยขึ้น หรือมีอาการถ่ายเหลวเมื่อดื่มมาก หากดื่มกาแฟแล้วมีอาการปวดท้อง ถ่ายบ่อย หรือระคายเคืองบริเวณทวาร ควรลองลดปริมาณและสังเกตว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

6. อาหารที่ทำให้ท้องเสียหรือระคายเคืองเป็นประจำ

อาหารที่กระตุ้นอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน เช่น

  • นมและผลิตภัณฑ์นมในผู้ที่ย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ไม่ดี
  • อาหารไขมันสูงที่ทำให้บางคนถ่ายเหลว
  • อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานบางชนิด เช่น ซอร์บิทอล เมื่อรับประทานมาก
  • อาหารที่เคยทำให้เกิดอาการแพ้หรือระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

หากอาหารชนิดใดทำให้ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง ควรปรับปริมาณหรือหลีกเลี่ยงตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกกลุ่มพร้อมกัน

เป็นริดสีดวงกินอาหารทะเล ไข่ หรือเนื้อสัตว์ได้ไหม?

ผู้ที่เป็นริดสีดวงสามารถรับประทานอาหารทะเล ไข่ และเนื้อสัตว์ได้ตามปกติ หากไม่มีข้อห้ามจากโรคประจำตัวหรืออาการแพ้อาหาร อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือว่าการรับประทานไข่ กุ้ง ปลา หรือเนื้อสัตว์ในปริมาณเหมาะสมทำให้ก้อนริดสีดวงโตขึ้นโดยตรง อย่างไรก็ตาม อาหารจากสัตว์ส่วนใหญ่ไม่มีใยอาหาร จึงควรรับประทานร่วมกับผัก ผลไม้ และธัญพืช เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและช่วยดูแลการขับถ่าย

ปรับการกินอย่างไรไม่ให้อาการริดสีดวงกำเริบ?

นอกจากการลดอาหารที่กระตุ้นอาการแล้ว ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น ได้แก่

  • เพิ่มใยอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยปรับตามกิจกรรม สุขภาพ และข้อจำกัดของแต่ละคน
  • รับประทานอาหารให้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องงดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีเหตุผล
  • สังเกตอาการหลังรับประทาน หากอาหารชนิดใดทำให้ถ่ายเหลวหรือแสบ ควรปรับปริมาณ
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายแรง และไม่นั่งบนโถส้วนนานเกินความจำเป็น

งดอาหารเหล่านี้แล้วริดสีดวงจะหายไหม?

การลดอาหารที่ทำให้ท้องผูกหรือถ่ายเหลวอาจช่วยให้อาการริดสีดวงดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าก้อนริดสีดวงจะหายไปทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีก้อนยื่นออกมามาก มีเลือดออกซ้ำ หรือมีอาการปวดรุนแรง อาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม เช่น การใช้ยา การรัดยาง หรือการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ หากมีเลือดออกทางทวารหนัก ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากริดสีดวงเพียงอย่างเดียว และหากมีเลือดออกมากจนหน้ามืดหรือเป็นลม ควรไปห้องฉุกเฉินทันที

สรุป

ผู้ที่เป็นริดสีดวงไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกชนิดที่มีความเชื่อว่ากระตุ้นโรค แต่ควรลดอาหารที่มีใยอาหารต่ำและสังเกตอาหารที่ทำให้ท้องผูก ถ่ายเหลว หรือระคายเคือง เช่น อาหารเผ็ดจัด กาแฟ และแอลกอฮอล์ในบางคน สิ่งสำคัญคือการรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายแรง เพราะการดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติมีส่วนช่วยลดอาการริดสีดวงและลดโอกาสกำเริบได้

คำถามที่พบบ่อย

Q: เป็นริดสีดวงกินส้มตำได้ไหม?
A: กินได้ แต่หากส้มตำรสเผ็ดจัดทำให้ถ่ายเหลวหรือแสบบริเวณทวาร ควรลดความเผ็ดลง และเลือกอาหารที่ปรุงสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงท้องเสียจากอาหารปนเปื้อน

Q: เป็นริดสีดวงกินกาแฟทุกวันได้ไหม?
A: โดยทั่วไปดื่มได้หากไม่มีข้อห้ามอื่นและไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ แต่หากดื่มแล้วถ่ายเหลวหรือถ่ายบ่อย ควรลดปริมาณคาเฟอีนและสังเกตอาการ

Q: เป็นริดสีดวงกินอาหารทะเลได้ไหม?
A: กินได้หากไม่แพ้อาหารทะเล ไม่มีข้อจำกัดทางสุขภาพ และอาหารปรุงสุกสะอาด ไม่มีหลักฐานว่าอาหารทะเลทำให้ริดสีดวงกำเริบโดยตรงในทุกคน

Q: เป็นริดสีดวงต้องงดของทอดไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด แต่ควรจำกัดปริมาณและรับประทานอาหารที่มีใยอาหารร่วมด้วย หากอาหารทอดหรืออาหารไขมันสูงทำให้ถ่ายเหลวหรือไม่สบายท้อง ก็ควรลดปริมาณตามอาการ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Senolis Ointment (เซโนลิส ออยท์เมนท์)

Senolis Ointment

ทางเดินอาหาร

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top