คนที่มีภาวะโลหิตจางควรเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก วิตามิน B12 โฟเลต และโปรตีนอย่างเพียงพอ เพราะสารอาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบิน ตัวอย่างอาหารที่เหมาะสม ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว และอาหารที่มีวิตามินซี อย่างไรก็ตาม โลหิตจางไม่ได้เกิดจากการขาดสารอาหารเสมอไป การเลือกอาหารจึงควรพิจารณาร่วมกับสาเหตุของโรค และไม่ควรใช้อาหารทดแทนการรักษาที่จำเป็น
โลหิตจางควรกินอะไร? รู้จักสารอาหารที่จำเป็น
การสร้างเม็ดเลือดแดงต้องอาศัยสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็ก วิตามิน B12 และโฟเลต ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน
| สารอาหาร | ประโยชน์ต่อร่างกาย | ตัวอย่างแหล่งอาหาร |
|---|---|---|
| ธาตุเหล็ก | เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย | เนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว ผักใบเขียว |
| วิตามิน B12 | จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและการทำงานของระบบประสาท | เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม |
| โฟเลต (วิตามิน B9) | ช่วยในการสร้างสารพันธุกรรมและการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดง | ผักใบเขียว ถั่ว อะโวคาโด |
| โปรตีน | เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์และโปรตีนต่าง ๆ รวมถึงฮีโมโกลบิน | เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา เต้าหู้ ถั่ว |
การได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอช่วยสนับสนุนการสร้างเม็ดเลือดแดงตามปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าการกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งจะสามารถรักษาโลหิตจางได้ทุกประเภท
อาหารที่มีธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน
ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน หากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาจทำให้การสร้างฮีโมโกลบินลดลงและเกิดโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็ก ได้แก่
- เนื้อสัตว์และปลา เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และปลา
- เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ ซึ่งมีธาตุเหล็กสูง แต่ควรรับประทานในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงตับเนื่องจากมีวิตามินเอรูปแบบเรตินอลสูง
- ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วเลนทิล และเต้าหู้
- ผักใบเขียว เช่น คะน้าและผักโขม
- ธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก เช่น ซีเรียลบางชนิดที่มีการเติมธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์และปลามีส่วนที่เป็น Heme Iron ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กชนิด Non-heme Iron ที่พบในพืชเป็นหลัก
อาหารที่มีวิตามิน B12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
วิตามิน B12 จำเป็นต่อการแบ่งตัวและพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดแดง หากขาดวิตามิน B12 อาจทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่ผิดปกติและเกิดภาวะโลหิตจางได้ อาหารที่มีวิตามิน B12 ได้แก่
- เนื้อสัตว์และปลา
- ไข่
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม
- อาหารที่มีการเสริมวิตามิน B12 เช่น นมพืชหรือซีเรียลบางชนิด
ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติแบบเคร่งครัดหรือวีแกนควรให้ความสำคัญกับวิตามิน B12 เพราะอาหารจากพืชตามธรรมชาติโดยทั่วไปไม่ใช่แหล่งวิตามิน B12 ที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมวิตามิน B12 อาจยังขาดวิตามินได้แม้รับประทานอาหารเพียงพอ จึงอาจจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริมตามการประเมินของแพทย์
อาหารที่มีโฟเลต ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
โฟเลตหรือวิตามิน B9 มีบทบาทในการสร้างสารพันธุกรรมและการแบ่งตัวของเซลล์ รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดแดง หากได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เกิดโลหิตจางจากการขาดโฟเลตได้ อาหารที่มีโฟเลต ได้แก่
- ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า และบรอกโคลี
- ถั่วชนิดต่าง ๆ
- อะโวคาโด
- ส้มและผลไม้บางชนิด
- ธัญพืชที่มีการเสริมกรดโฟลิก
การรับประทานผักและถั่วให้หลากหลายจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอ สำหรับหญิงที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์ การได้รับกรดโฟลิกเสริมตามคำแนะนำมีความสำคัญต่อการป้องกันความผิดปกติของระบบประสาททารก และไม่ควรพึ่งอาหารเพียงอย่างเดียว
กินอาหารอย่างไรให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น?
นอกจากการเลือกอาหารที่มีธาตุเหล็กแล้ว การจับคู่อาหารก็มีผลต่อปริมาณธาตุเหล็กที่ร่างกายดูดซึมได้
1. กินอาหารที่มีธาตุเหล็กร่วมกับวิตามินซี วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กชนิด Non-heme จากอาหารพืช เช่น
- ข้าวกับผัดเต้าหู้และพริกหวาน
- ถั่วต้มร่วมกับผักสดที่มีวิตามินซี
- มื้ออาหารที่มีถั่วหรือผักใบเขียว แล้วรับประทานฝรั่งหรือส้มเป็นผลไม้
2. หลีกเลี่ยงการดื่มชาหรือกาแฟพร้อมมื้ออาหารที่เน้นธาตุเหล็ก ชาและกาแฟมีสารที่สามารถลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ โดยเฉพาะธาตุเหล็กจากพืช จึงอาจเลือกดื่มระหว่างมื้อแทนการดื่มพร้อมอาหาร
3. รับประทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ควรเน้นอาหารชนิดเดียวทุกวัน เพราะร่างกายต้องการสารอาหารหลายชนิดสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงและการทำงานตามปกติ

เป็นโลหิตจางห้ามกินอะไร?
ผู้ที่มีโลหิตจางไม่ได้จำเป็นต้องงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งทั้งหมด แต่ควรระวังอาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะผู้ที่มีโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ชาและกาแฟ หลีกเลี่ยงการดื่มพร้อมมื้ออาหารที่ต้องการเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
- อาหารเสริมแคลเซียม อาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กเมื่อรับประทานพร้อมกัน
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อภาวะโภชนาการและการสร้างเม็ดเลือด
อย่างไรก็ตาม นม ชา หรือกาแฟไม่ได้เป็นอาหารต้องห้ามสำหรับผู้ที่มีโลหิตจางทุกคน ประเด็นสำคัญคือปริมาณและช่วงเวลาที่รับประทาน หากกำลังใช้ยาธาตุเหล็ก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของยา เนื่องจากการรับประทานยาธาตุเหล็กมีข้อควรระวังเพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารทั่วไป
โลหิตจางกินอาหารบำรุงเลือดอย่างเดียวหายไหม?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโลหิตจาง หากเกิดจากการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การปรับอาหารเป็นส่วนสำคัญของการดูแล แต่ผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กจนเกิดโลหิตจางแล้วอาจจำเป็นต้องได้รับยาธาตุเหล็กร่วมด้วย ส่วนโลหิตจางที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น
- เสียเลือดจากประจำเดือนมามากหรือทางเดินอาหาร
- โรคไตเรื้อรัง
- ธาลัสซีเมีย
- เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ
- โรคที่ทำให้ดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
การปรับอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขสาเหตุได้ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้น หากตรวจพบค่า Hb ต่ำ ควรค้นหาสาเหตุของโลหิตจางก่อน ไม่ควรสรุปว่าร่างกายขาดธาตุเหล็กหรือซื้ออาหารเสริมมารับประทานเอง
สรุป
โลหิตจางควรเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก วิตามิน B12 โฟเลต และโปรตีนอย่างเพียงพอ โดยเน้นอาหารที่หลากหลาย เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ถั่ว และผักใบเขียว พร้อมรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีเพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช อย่างไรก็ตาม อาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับโลหิตจางบางชนิด จึงควรตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสมควบคู่กัน
คำถามที่พบบ่อย
Q: โลหิตจางกินไข่ได้ไหม?
A: กินได้ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนและมีวิตามิน B12 รวมถึงธาตุเหล็กบางส่วน แต่ไม่ควรพึ่งไข่เพียงอย่างเดียว ควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารหลากหลายร่วมด้วย
Q: โลหิตจางกินผลไม้อะไรดี?
A: ผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม และกีวี เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะวิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารพืช แต่ผลไม้เหล่านี้ไม่ได้รักษาโลหิตจางโดยตรง
Q: โลหิตจางดื่มนมได้ไหม?
A: ดื่มได้ แต่หากต้องการเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากมื้ออาหาร อาจแยกเวลาดื่มนมออกจากมื้อที่เน้นธาตุเหล็ก โดยเฉพาะเมื่อได้รับยาธาตุเหล็กควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการเว้นระยะ
Q: กินอาหารที่มีธาตุเหล็กแล้ว Hb จะเพิ่มไหม?
A: หากโลหิตจางเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก การได้รับธาตุเหล็กเพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูการสร้างฮีโมโกลบิน แต่หากขาดธาตุเหล็กรุนแรงหรือมีการเสียเลือดต่อเนื่อง อาจต้องได้รับยาและรักษาสาเหตุร่วมด้วย
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









