หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ท้องเสียกี่วันควรพบแพทย์? เช็กระยะเวลาและอาการที่ต้องระวัง

ท้องเสียกี่วันควรพบแพทย์? เช็กระยะเวลาและอาการที่ต้องระวัง

ท้องเสียกี่วันจึงควรพบแพทย์? เช็กระยะเวลาและอาการร่วม

ท้องเสียเฉียบพลันมักดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน แต่หากท้องเสียแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 3–5 วัน ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม แต่ถ้ามีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ ไม่ควรรอให้ครบ 3–5 วัน ในทางกลับกัน หากเพิ่งท้องเสีย 1–2 วัน อาการไม่รุนแรง ยังดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้ ไม่มีเลือดปน และไม่มีสัญญาณขาดน้ำ อาจดูแลเบื้องต้นพร้อมสังเกตอาการได้ 

ท้องเสียปกติกี่วันหาย?

  • ท้องเสียเฉียบพลัน (Acute diarrhea) มักเกิดประมาณ 1–3 วัน
  • ท้องเสียต่อเนื่อง (Persistent diarrhea) ประมาณ 2–4 สัปดาห์
  • ท้องเสียเรื้อรัง (Chronic diarrhea) ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไป

ท้องเสีย 3–5 วันแล้วยังไม่หาย ควรทำอย่างไร?

หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปหลายวัน ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่ออาการเท่าเดิมหรือมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น หรือมีมูกเลือดร่วมด้วย และไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายกินต่อเนื่องเอง โดยยังไม่ทราบสาเหตุ 

อ่านเพิ่มเติม: ท้องเสียเกิดจากอะไร? ไวรัส แบคทีเรีย หรืออาหาร

ท้องเสียแบบไหนควรรีบพบแพทย์

  • ถ่ายเป็นเลือด
  • ไข้สูงกว่า 38.9°C
  • ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่อง
  • อาเจียนบ่อยจนดื่มน้ำไม่ได้
  • ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากหรือถี่มาก
  • ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน
  • ปากแห้ง กระหายน้ำมาก
  • เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
  • อ่อนเพลียมากผิดปกติ
  • ซึมหรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง

สังเกตง่าย ๆ ว่าอาการกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง

ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด?

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ผู้ที่กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

ในกลุ่มเหล่านี้ หากถ่ายมาก รับประทานหรือดื่มได้น้อย หรืออาการโดยรวมไม่ดี ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้เกณฑ์จำนวนวันเดียวกับผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรงทั่วไป

ควรดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการท้องเสีย

หากอาการยังไม่รุนแรงและสามารถดูแลตัวเองได้ ควรเน้นป้องกันการขาดน้ำและให้ร่างกายฟื้นตัว

1. ทดแทนน้ำและเกลือแร่ หากถ่ายเหลวหลายครั้ง ควรใช้ ORS ตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีการสูญเสียน้ำ หากคลื่นไส้ ให้จิบทีละน้อยแต่บ่อย แทนการดื่มครั้งละมาก ๆ

2. ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เมื่อรับประทานได้ สามารถค่อย ๆ กลับไปรับประทานอาหารตามปกติ โดยเลือกอาหารที่รับประทานง่ายและไม่ทำให้อาการแย่ลง

3. ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง ท้องเสียเฉียบพลัน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และหากเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะก็ไม่สามารถรักษาได้ 

4. จดอาการไว้ หากต้องไปพบแพทย์ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก

  • เริ่มท้องเสียวันไหน
  • ถ่ายประมาณกี่ครั้งต่อวัน
  • ถ่ายเป็นน้ำหรือมีเลือดหรือไม่
  • มีไข้หรือไม่
  • อาเจียนหรือไม่
  • รับประทานอาหารเสี่ยงอะไรมา
  • มีคนที่รับประทานอาหารร่วมกันป่วยหรือไม่
  • เพิ่งเดินทางหรือใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่

สรุป

ท้องเสียกี่วันจึงควรพบแพทย์ ไม่สามารถตัดสินจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว ท้องเสียเฉียบพลันจำนวนมากดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน แต่หากผ่านประมาณ 3–5 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ ที่สำคัญคือไม่ต้องรอหลายวันหากมีถ่ายเป็นเลือด ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ ระหว่างที่อาการยังไม่รุนแรงควรเน้นทดแทนน้ำและเกลือแร่ด้วย ORS สังเกตแนวโน้มของอาการ และหลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง

คำถามที่พบบ่อย

Q: ท้องเสีย 3 วันยังไม่หาย ผิดปกติไหม?

A: ควรเริ่มประเมินอาการโดยรวม หากผ่านไปประมาณ 3 วันแล้วยังถ่ายมากเท่าเดิมหรืออาการแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ อาเจียน ปวดท้อง หรือเริ่มมีภาวะขาดน้ำ ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ 

Q: ท้องเสีย 5 วันควรทำอย่างไร?

A: หากท้องเสียต่อเนื่อง 5 วันและยังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ แทนการใช้ยารักษาเองต่อไป โดยเฉพาะหากมีไข้ มูกเลือด ปวดท้อง หรือรับประทานอาหารและน้ำได้น้อย

Q: ท้องเสียหลายวันกินยาปฏิชีวนะเองได้ไหม?

A: ไม่ควรเป็นอย่างมาก เพราะท้องเสียไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียทุกกรณี และการเลือกยาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เชื้อบางประเภท รวมถึงอาการและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่ (Huo Xiang Zheng Qi Ye Taiji Brand)

ยาฮั่วเซียงเจิ่งชี่เย่ ตราไท่จี่

ทางเดินอาหาร // โควิด-19 // อื่นๆ

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top