หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร? วิธีรักษา ยา บอลลูน และผ่าตัด

โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร? วิธีรักษา ยา บอลลูน และผ่าตัด

โรคหลอดเลือดหัวใจรักษาอย่างไร? วิธีรักษา ยา บอลลูน และผ่าตัด

โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถรักษาและควบคุมโรคได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาอย่างเหมาะสม หลายคนเข้าใจผิดว่าหากตรวจพบหลอดเลือดหัวใจตีบแล้วจะต้องทำบอลลูนหรือผ่าตัดทุกคน การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการ ระดับความรุนแรง ตำแหน่งของรอยตีบ และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย 

เป้าหมายของการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ

แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจในปัจจุบัน มีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

  • ลดอาการเจ็บหน้าอกและอาการเหนื่อย
  • ป้องกันการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ชะลอการดำเนินของโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต

การรักษาจึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเปิดหลอดเลือด แต่ต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงและดูแลสุขภาพในระยะยาวร่วมด้วย

แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ 

โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 4 แนวทางหลัก

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นพื้นฐานของการรักษา ไม่ว่าผู้ป่วยจะได้รับยา ทำบอลลูน หรือผ่าตัด การปรับพฤติกรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา ได้แก่

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเป้าหมาย
  • ควบคุมระดับ LDL Cholesterol ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • รับประทานอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และไขมันไม่อิ่มตัว
  • ลดอาหารทอด อาหารแปรรูป และไขมันอิ่มตัว
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • นอนหลับให้เพียงพอและจัดการความเครียด

2. การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยยาเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น

  • ยาต้านเกล็ดเลือด 
  • ยาลดไขมันในเลือด
  • ยาควบคุมความดันโลหิต
  • ยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก

ข้อสำคัญ ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาหรือปรับยาด้วยตนเอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

3. การทำบอลลูนและใส่ขดลวดหัวใจ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนร่วมกับการใส่ขดลวด (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) เป็นหัตถการที่ช่วยเปิดหลอดเลือดที่ตีบหรืออุดตัน แพทย์อาจพิจารณาในกรณีที่

  • มีอาการเจ็บหน้าอกที่ควบคุมด้วยยาไม่ได้
  • พบภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากการตรวจเพิ่มเติม
  • เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน
  • มีรอยตีบที่เหมาะสมต่อการรักษาด้วย PCI

4. การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) การผ่าตัด CABG เป็นการนำหลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกายมาสร้างทางเดินใหม่ เพื่อให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ มักพิจารณาในผู้ป่วยที่

  • มีหลอดเลือดตีบหลายเส้น
  • มีหลอดเลือดหัวใจซ้ายหลักตีบรุนแรง
  • มีโรคเบาหวานร่วมกับหลอดเลือดตีบหลายตำแหน่ง
  • ลักษณะของรอยตีบไม่เหมาะกับการทำบอลลูน

การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในทัศนะการแพทย์จีน

ในทัศนะการแพทย์จีน โรคหลอดเลือดหัวใจมักสัมพันธ์กับภาวะเลือดคั่งร่วมกับพลังชี่พร่อง และในบางรายอาจพบภาวะเสมหะชื้นร่วมด้วย หลักการรักษาจึงมุ่งเน้นกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สลายเลือดคั่ง บำรุงพลังชี่ ลดเสมหะและความชื้น ฟื้นฟูการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดตามหลักการแพทย์จีน 

การแพทย์จีนรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างไร?

ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมีประวัติการใช้ต่อเนื่องในประเทศจีน ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด เช่น Huangqi, Danshen, Chuanxiong, Honghua, Chishao ฯลฯ ผ่านการสกัดที่ทันสมัย ควบคุมปริมาณสารออกฤทธิ์ได้อย่างคงที่และแม่นยำ และผ่านการศึกษาวิจัยทดลองทางคลินิกตามหลักการแพทย์สากล ซึ่งมีกลไกการออกฤทธิ์ดังนี้

  • ลดการอักเสบของผนังหลอดเลือด โดยลดการสร้างสารก่อการอักเสบ เช่น TNF-α และ IL-6
  • ช่วยปกป้องเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด (Endothelial Cells) ให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress)
  • ส่งเสริมการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว
  • ลดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดในระดับหนึ่ง
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก (Microcirculation)

สรุป

โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถรักษาได้ด้วยหลายวิธี ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ยา การทำบอลลูน ไปจนถึงการผ่าตัดบายพาส หัวใจสำคัญของการรักษา คือการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถทำให้คราบไขมันหายไปทั้งหมดได้ แต่สามารถควบคุมโรค ลดอาการ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนด้วยการรักษาและการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง
ไม่จำเป็น การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ระดับความตีบ ตำแหน่งของรอยโรค และผลการประเมินว่ามีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่
ต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง เพราะการใส่ขดลวดไม่ได้รักษาสาเหตุของโรคทั้งหมด และยังต้องควบคุมการเกิดคราบไขมันใหม่
ผู้ป่วยบางรายอาจใช้ร่วมกันได้ แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top