โรคหลอดเลือดหัวใจกับ Stroke เป็นคนละโรค แต่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เพราะโรคทั้งสองจำนวนมากเกิดจากความผิดปกติของระบบหลอดเลือดและมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ และภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง หากคราบไขมันสะสมในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจตาย แต่หากเกิดในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือมีลิ่มเลือดเดินทางไปอุดหลอดเลือดสมอง ก็อาจทำให้เกิด Stroke ได้
โรคหลอดเลือดหัวใจกับ Stroke ต่างกันอย่างไร?
โรคทั้งสองเกิดกับหลอดเลือดคนละตำแหน่ง
| โรคหลอดเลือดหัวใจ | Stroke |
|---|---|
| เกิดกับหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ | เกิดกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง |
| อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | อาจทำให้เนื้อสมองขาดเลือด |
| อาการเด่นมักเป็นแน่นหน้าอก เหนื่อย หรือหายใจไม่อิ่ม | อาการเด่นอาจเป็นหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด |
| ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ Heart Attack | ภาวะสำคัญคือสมองขาดเลือดหรือเลือดออกในสมอง |
Stroke ไม่ได้มีเพียงชนิดหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน แต่ยังมี Stroke จากหลอดเลือดสมองแตกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรอธิบายว่า Stroke ทุกชนิดเกิดจากคราบไขมัน
ปัจจัยเสี่ยงอะไรที่ทำให้เกิดได้ทั้งโรคหัวใจและ Stroke?
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของทั้งสองโรคมีความซ้อนทับกันมาก ได้แก่
- ความดันโลหิตสูง ทำลายผนังหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคหัวใจและ Stroke
- ไขมันในเลือดสูง เพิ่มการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด
- เบาหวาน ทำให้เยื่อบุหลอดเลือดเสื่อมและเกิดหลอดเลือดแดงแข็งเร็วขึ้น
- การสูบบุหรี่ กระตุ้นการอักเสบ ทำลายหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน มักสัมพันธ์กับเบาหวาน ความดัน และไขมันผิดปกติ
- ไม่ออกกำลังกาย
- รับประทานอาหารไม่เหมาะสม
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- โรคไตเรื้อรังบางราย
American Stroke Association ระบุว่าความดันสูง ไขมันสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน และการไม่ออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในการลดความเสี่ยง Stroke
โรคหัวใจทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดสมองได้หรือไม่?
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation (AFib) ซึ่งทำให้หัวใจห้องบนบีบตัวไม่สม่ำเสมอ เลือดจึงอาจคั่งและก่อตัวเป็นลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจและเดินทางไปอุดหลอดเลือดสมอง จะทำให้เกิด Embolic Stroke
ถ้าเคย Heart Attack จะเสี่ยง Stroke มากขึ้นหรือไม่?
ผู้ที่เคยกล้ามเนื้อหัวใจตายมักมีโรคหลอดเลือดแดงแข็งและปัจจัยเสี่ยงหลายข้ออยู่แล้ว จึงมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ หลัง Heart Attack ในผู้ป่วยบางราย อาจเกิด
- การบีบตัวของหัวใจลดลง
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- AFib
- ภาวะลิ่มเลือดบางประเภท
ดังนั้นหลังผ่าน Heart Attack การรักษาไม่ได้มุ่งเพียงป้องกันหัวใจขาดเลือดซ้ำ แต่ต้องควบคุมความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวมด้วย
อาการ Stroke ต่างจากอาการโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างไร?

ป้องกันโรคหัวใจและ Stroke พร้อมกันได้อย่างไร?
เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน การดูแลเพียงชุดเดียวสามารถช่วยลดความเสี่ยงของทั้งสองโรคได้ ควรให้ความสำคัญกับ
- ควบคุมความดันโลหิต
- ควบคุม LDL Cholesterol
- ควบคุมระดับน้ำตาล
- งดสูบบุหรี่
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
- นอนหลับให้เพียงพอ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- ตรวจและรักษา AFib หากพบ
หลักการเหล่านี้สอดคล้องกับกรอบสุขภาพหัวใจของ American Heart Association ซึ่งเน้นการจัดการอาหาร กิจกรรมทางกาย บุหรี่ การนอน น้ำหนัก ไขมัน น้ำตาล และความดันเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
สรุป
โรคหลอดเลือดหัวใจกับ Stroke เป็นคนละโรค แต่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เพราะมีปัจจัยเสี่ยงและกระบวนการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งร่วมกัน ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจจึงควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วย นอกจากนี้ โรคหัวใจบางประเภท โดยเฉพาะ Atrial Fibrillation สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจและส่งไปอุดหลอดเลือดสมองได้ การควบคุมความดัน ไขมัน น้ำตาล งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และใช้ยาตามข้อบ่งชี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันทั้งโรคหัวใจและ Stroke
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้วจะเป็น Stroke ทุกคนหรือไม่?
A: ไม่ทุกคน แต่ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจมักมีปัจจัยเสี่ยงและภาวะหลอดเลือดแดงแข็งร่วม ทำให้ความเสี่ยง Stroke สูงกว่าคนที่ไม่มีโรคหลอดเลือด
Q: ไขมันในเลือดสูงทำให้เกิดทั้ง Heart Attack และ Stroke ได้หรือไม่?
A: ได้ ระดับไขมันที่ผิดปกติส่งเสริมการเกิดคราบไขมันในหลอดเลือด หากเกิดกับหลอดเลือดหัวใจอาจนำไปสู่ Heart Attack และหากเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสมองอาจเพิ่มความเสี่ยง Stroke
Q: AFib เหมือนโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไม่?
A: ไม่เหมือนกัน AFib เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่วนโรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจ แต่ผู้ป่วยสามารถมีทั้งสองภาวะร่วมกันได้ และ AFib เป็นปัจจัยสำคัญของ Stroke
Q: ถ้าอาการแขนขาอ่อนแรงหายเอง ยังต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่?
A: ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาการที่หายเองอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่ามีความเสี่ยงเกิด Stroke ตามมา
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









