การรักษาหลักของมะเร็งตับระยะเริ่มต้นคือ การผ่าตัดแต่ในความเป็นจริงผู้ป่วยจำนวนมากมักมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย หรือมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว ทำให้มีเพียงประมาณ 20–30% ของผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถผ่าตัดได้ สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกลางถึงระยะท้ายและไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์มักใช้การรักษาแบบผสมผสาน เช่น การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) หรือการรักษาประคับประคองเพื่อช่วยควบคุมโรคและปรับปรุงคุณภาพชีวิต
ในปัจจุบันตำรับยาสมุนไพรจีนถูกนำมาใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐานเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายลดผลข้างเคียงจากการรักษา และช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาหลัก
ข้อมูลผู้ป่วย
- ผู้ป่วยชาย อายุ 57 ปี
- มีอาการปวดแน่นบริเวณท้องด้านขวาบนเป็นเวลา 3 วัน
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- มีความดันโลหิตสูง
- มีโรคเบาหวาน
- ไม่พบประวัติโรคตับอักเสบ
การตรวจเพิ่มเติม
1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- HBeAb และ HBcAb ให้ผลบวก : แสดงว่าเคยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อน
- AFP 405.7 ng/mL : เป็นค่าตัวบ่งชี้มะเร็งตับ ซึ่งพบว่าสูงกว่าปกติ
- CA19-9 238.6 U/mL : เป็นค่าที่ใช้ดูความผิดปกติของระบบทางเดินน้ำดีและตับ ซึ่งพบว่าสูงกว่าปกติ
- PIVKA-II 1073.73 mAU/mL : เป็นค่าที่ใช้ช่วยวินิจฉัยและติดตามมะเร็งตับ ซึ่งพบว่าสูงกว่าปกติ
2. การตรวจ MRI ตับ
- พบก้อนเนื้องอกหลายตำแหน่งภายในตับ (multiple nodules in the liver)
- ก้อนที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ตับบริเวณ Segment VII ขนาด 53 × 42 mm และ Segment I ขนาด 28 × 28 mm
- ลักษณะของก้อนสอดคล้องกับมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
- พบก้อนมะเร็งลุกลามเข้าไปอุดกั้นในท่อน้ำดี
การวินิจฉัย
- มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma
- มีการกระจายของก้อนหลายตำแหน่งในตับ
- ระยะโรคตามระบบ CNLC: ระยะ IIIb (ระยะลุกลาม)
แผนการรักษา
- Sintilimab 200 มก. ทุก 3 สัปดาห์
- Lenvatinib 12 มก. วันละครั้ง
- ยาต้านไวรัสตับอักเสบบี
- ตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริม
การประเมินผลการรักษา
ผลการติดตามหลังรักษา 6 เดือน
- ปริมาณ DNA ของไวรัสตับอักเสบบีต่ำกว่าระดับที่ตรวจพบ
- ขนาดก้อนเนื้องอกลดลงอย่างชัดเจน ก้อนที่ใหญ่ที่สุดลดลงเหลือประมาณ 27 × 23 มม. (เดิมขนาด 51 × 39 มม.)
- การอุดกั้นของท่อน้ำดี ดีขึ้นบางส่วน
ผลการติดตามหลังรักษา 11 เดือน
- ก้อนเนื้องอกยังคงมีหลายตำแหน่งแต่ขนาดลดลง
- ก้อนที่ใหญ่ที่สุดลดลงเหลือ 22 × 22 มม. (เดิม27 × 23 มม.)
- ความผิดปกติของท่อน้ำดี ดีขึ้น
สรุปกรณีศึกษา
ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma ในระยะกลางถึงระยะลุกลาม และไม่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด จึงได้รับการรักษาแบบผสมผสานโดยใช้ การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยาต้านไวรัสตับอักเสบบี ร่วมกับตำรับยาสมุนไพรจีนเป็นการรักษาเสริมหลังการรักษาพบว่าขนาดของก้อนมะเร็งในตับลดลงจากการตรวจ MRIและค่าตัวบ่งชี้มะเร็ง ได้แก่ AFP และ PIVKA-II ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษามาตรฐานยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาและช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยเช่น อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และคลื่นไส้ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระหว่างการรักษา
ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- มะเร็งตับในระยะกลางถึงระยะลุกลามแม้จะไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่ยังสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อช่วยควบคุมโรคและชะลอการลุกลามของมะเร็งได้
- การรักษาแบบผสมผสาน เช่น ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการรักษาเสริมด้วยสมุนไพรจีน ช่วยให้ขนาดก้อนมะเร็งลดลงและช่วยควบคุมโรคได้
- การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอด้วยการตรวจเลือดและการตรวจ MRI เป็นสิ่งสำคัญเพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษา
- การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนเพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยสนับสนุนการรักษาและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หมายเหตุ : ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้หากท่านหรือญาติมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ







