หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม? ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม? ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม? ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

เนื้องอกมดลูกอาจมีขนาดเล็กลงได้เองในบางราย โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าก้อนจะยุบหายไปทุกคน หากไม่รักษา ก้อนบางก้อนอาจมีขนาดคงที่เป็นเวลานาน บางก้อนโตขึ้น และบางก้อนค่อย ๆ เล็กลงได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การไม่รักษาไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยไว้โดยไม่ติดตาม เพราะเนื้องอกมดลูกบางก้อนอาจทำให้ประจำเดือนมามากจนเกิดภาวะโลหิตจาง ปวดท้องน้อย หรือกดเบียดอวัยวะใกล้เคียงได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรอให้ก้อนยุบ แต่ต้องประเมินด้วยว่าก้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่

เนื้องอกมดลูกสามารถหายเองได้จริงหรือไม่?

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroid) เป็นก้อนชนิดไม่ใช่มะเร็งที่เกิดจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อของมดลูก โดยก้อนแต่ละก้อนมีการเจริญเติบโตแตกต่างกัน หากไม่ได้รับการรักษา ก้อนอาจเปลี่ยนแปลงได้ 3 ลักษณะ ได้แก่

  • ก้อนมีขนาดคงที่ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อตรวจติดตาม
  • ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจโตขึ้นช้าหรือเร็วแตกต่างกัน
  • ก้อนมีขนาดเล็กลง พบได้ในบางราย โดยเฉพาะหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

การที่ก้อนเล็กลงไม่ได้หมายความว่าเนื้อเยื่อของก้อนจะหายไปทั้งหมด และไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอนว่าก้อนของแต่ละคนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ถ้าไม่รักษาเนื้องอกมดลูก จะเกิดอะไรขึ้น?

ผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และการเปลี่ยนแปลงของก้อน รวมถึงอาการของผู้ป่วยแต่ละคน การปล่อยไว้โดยไม่ประเมินอาจทำให้เกิดปัญหาต่อไปนี้

1. ประจำเดือนมามากจนเกิดภาวะโลหิตจาง
เนื้องอกมดลูกบางตำแหน่ง โดยเฉพาะก้อนที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก อาจทำให้ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ หากเสียเลือดเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กและเกิดภาวะโลหิตจาง โดยมีอาการ เช่น

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
  • ใจสั่น
  • ซีดกว่าปกติ
  • เหนื่อยเมื่อออกแรง

หากมีประจำเดือนมามากอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจหาสาเหตุและประเมินภาวะโลหิตจาง ไม่ควรรอให้ก้อนยุบเอง

2. ปวดหรือแน่นบริเวณท้องน้อยมากขึ้น
เนื้องอกมดลูกบางก้อนอาจทำให้รู้สึกปวด หน่วง หรือหนักบริเวณท้องน้อย โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นหรืออยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดแรงกดต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง อย่างไรก็ตาม ขนาดก้อนไม่ได้สัมพันธ์กับความรุนแรงของอาการเสมอไป เพราะก้อนขนาดเล็กบางตำแหน่งก็อาจทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน

3. ก้อนกดเบียดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้
เมื่อเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่หรืออยู่ในตำแหน่งที่กดเบียดอวัยวะใกล้เคียง อาจทำให้เกิดอาการ เช่น 

  • ปัสสาวะบ่อย
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • ท้องผูกหรือถ่ายลำบาก
  • แน่นท้องหรือรู้สึกอึดอัดบริเวณอุ้งเชิงกราน

ในกรณีที่ก้อนกดเบียดทางเดินปัสสาวะอย่างรุนแรง อาจส่งผลต่อการระบายปัสสาวะและจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม

4. อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ในบางราย
เนื้องอกมดลูกไม่ได้ทำให้มีบุตรยากทุกคน แต่ก้อนบางตำแหน่ง โดยเฉพาะก้อนที่ทำให้โพรงมดลูกผิดรูป อาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาการตั้งครรภ์บางอย่าง ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรประเมินตำแหน่งและลักษณะของก้อนก่อนตัดสินใจว่าจะติดตามหรือรักษา

ทำไมเนื้องอกมดลูกจึงอาจยุบหลังหมดประจำเดือน?

การเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูกเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ฮอร์โมนทั้งสองชนิดมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของก้อน แต่เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การทำงานของรังไข่ลดลง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศลดลงตามไปด้วย เนื้องอกมดลูกจำนวนหนึ่งจึงมีแนวโน้มค่อย ๆ เล็กลงหลังหมดประจำเดือน และอาการที่เกี่ยวข้องอาจลดลงได้

เนื้องอกมดลูกหลังหมดประจำเดือน ยังโตขึ้นได้ไหม?

แม้โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกมีแนวโน้มเล็กลงหลังหมดประจำเดือน แต่บางก้อนยังสามารถมีขนาดเพิ่มขึ้นได้ หากตรวจพบว่าก้อนโตขึ้นหลังหมดประจำเดือน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม เพื่อยืนยันลักษณะของก้อนและตรวจหาสาเหตุอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ หากมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน แม้เพียงเล็กน้อยก็ควรได้รับการตรวจ เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกหรือโรคอื่น ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากเนื้องอกมดลูกเพียงอย่างเดียว

เนื้องอกมดลูกแบบไหนที่สามารถติดตามอาการได้?

ผู้ที่ตรวจพบเนื้องอกมดลูกแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย อาจใช้แนวทาง Watchful Waiting หรือการเฝ้าติดตามอาการ การติดตามอาการเหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่

  • ไม่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ไม่มีอาการปวดหรือกดเบียดที่รบกวนชีวิตประจำวัน
  • ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องรักษา
  • ได้รับการประเมินแล้วว่าสามารถติดตามอาการได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ การติดตามไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจอัลตราซาวนด์บ่อยเท่ากันทุกคน แต่ควรพิจารณาจากอาการ ลักษณะของก้อน และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

อาการแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้?

แม้เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินความจำเป็นในการรักษา

  • ประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ
  • ปวดท้องน้อยมากขึ้นหรือปวดต่อเนื่อง
  • ท้องน้อยโตขึ้นหรือรู้สึกแน่นท้องมากขึ้น
  • ปัสสาวะลำบากหรือมีอาการกดเบียดชัดเจน
  • เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือสงสัยภาวะโลหิตจาง
  • มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน

หากมีเลือดออกมากร่วมกับหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ปวดท้องน้อยเฉียบพลันรุนแรง หรือปัสสาวะไม่ออก ควรเข้ารับการดูแลอย่างเร่งด่วน

สรุป

เนื้องอกมดลูกอาจเล็กลงได้เองในบางราย โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยุบหายไปทุกก้อน หากไม่รักษา ก้อนอาจมีขนาดคงที่ โตขึ้น หรือเล็กลงได้ตามธรรมชาติ ผู้ที่ไม่มีอาการอาจใช้วิธีติดตามแทนการรักษาทันที แต่หากมีประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรืออาการกดเบียดอวัยวะ ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงทำให้ก้อนเล็กลง แต่ต้องป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

Q: เนื้องอกมดลูกขนาดเล็กจะหายเองไหม?
A: ก้อนขนาดเล็กอาจมีขนาดคงที่ โตขึ้น หรือเล็กลงได้ ไม่สามารถรับประกันว่าจะหายเองจากขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว

Q: ถ้าไม่รักษาเนื้องอกมดลูก จะกลายเป็นมะเร็งไหม?
A: เนื้องอกมดลูกเป็นก้อนชนิดไม่ใช่มะเร็ง และโดยทั่วไปไม่ได้เปลี่ยนเป็นมะเร็งมดลูกชนิดซาร์โคมา อย่างไรก็ตาม หากก้อนมีลักษณะผิดปกติหรือมีอาการใหม่ ควรได้รับการประเมินเพื่อแยกโรคอื่น

Q: เนื้องอกมดลูกต้องโตแค่ไหนจึงควรรักษา?
A: ไม่มีขนาดก้อนเพียงค่าเดียวที่ใช้ตัดสินการรักษาสำหรับทุกคน เพราะก้อนขนาดเล็กบางตำแหน่งอาจทำให้เกิดอาการมาก ขณะที่ก้อนขนาดใหญ่บางก้อนอาจยังไม่มีอาการชัดเจน

Q: หมดประจำเดือนแล้วเนื้องอกมดลูกจะหายทุกคนไหม?
A: ไม่ทุกคน แม้ก้อนจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มเล็กลงหลังหมดประจำเดือน แต่บางก้อนอาจยังคงอยู่ จึงควรประเมินตามอาการและความเหมาะสม

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Naree Herb Cap

Naree Herb Cap

สุขภาพเพศหญิง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top