หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ถ่ายเป็นเลือดใช่ริดสีดวงไหม? แยกจากสาเหตุอื่นอย่างไร

ถ่ายเป็นเลือดใช่ริดสีดวงไหม? แยกจากสาเหตุอื่นอย่างไร

ถ่ายเป็นเลือดใช่ริดสีดวงไหม? แยกจากสาเหตุอื่นอย่างไร

ถ่ายเป็นเลือดอาจเกิดจากริดสีดวงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง ลักษณะที่พบได้บ่อยในริดสีดวงภายในคือ เลือดสีแดงสดหลังถ่าย เช่น เลือดติดกระดาษชำระ ติดด้านนอกของอุจจาระ หรือหยดลงในโถ และหลายคนอาจไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย แต่เลือดออกทางทวารหนักยังเกิดได้จากแผลปริขอบทวาร ลำไส้อักเสบ ติ่งเนื้อในลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง รวมถึงเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนอื่นได้เช่นกัน

เลือดจากริดสีดวงมีลักษณะอย่างไร?

ริดสีดวงภายในเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของเลือดออกทางทวาร โดยลักษณะที่พบได้คือ

  • เลือดมีสีแดงสด
  • เห็นเลือดบนกระดาษชำระหลังถ่าย
  • เลือดติดหรือเคลือบอยู่ด้านนอกของอุจจาระ
  • เลือดหยดลงในโถส้วม
  • มักเกิดขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ
  • อาจไม่มีอาการปวดร่วมด้วย

เลือดจากริดสีดวงคือเลือดแดงสดที่สัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระ มักเป็นเลือดแดงสดที่เห็นบนอุจจาระ กระดาษชำระ หรือในโถหลังการขับถ่าย

ทำไมริดสีดวงถึงมีเลือดออก?

ริดสีดวงภายในประกอบด้วยเนื้อเยื่อและหลอดเลือดบริเวณช่องทวาร เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณนี้โป่งและยื่นลงมา ผิวของเนื้อเยื่ออาจถูกเสียดสีหรือบาดเจ็บระหว่างที่อุจจาระเคลื่อนผ่าน จึงเกิดเลือดออกได้ อย่างไรก็ตาม การมีเลือดออกไม่ได้บอกว่าริดสีดวงอยู่ระยะไหน เพราะริดสีดวงภายในแต่ละระยะสามารถมีเลือดออกได้ และปริมาณเลือดไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้แบ่ง Grade I–IV

ถ่ายเป็นเลือดแบบไหน อาจเกิดจากอะไร?

สีและลักษณะของเลือดสามารถใช้เป็นเบาะแสเบื้องต้น แต่ไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ด้วยตัวเอง

ลักษณะที่พบสาเหตุที่อาจพบ
เลือดแดงสดหลังถ่าย ไม่ค่อยเจ็บริดสีดวงภายในเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้
เลือดแดงสด + เจ็บแสบมากเวลาถ่ายอาจพบในแผลปริขอบทวาร
เลือดปนในอุจจาระ + มีมูก/ท้องเสีย/ปวดท้องอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือลำไส้อักเสบ
เลือดร่วมกับพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปควรหาสาเหตุจากลำไส้เพิ่มเติม
อุจจาระดำคล้ายยางมะตอยอาจสัมพันธ์กับเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบน
เลือดออกมากหรือมีลิ่มเลือดจำนวนมากควรได้รับการประเมินเร่งด่วน

เลือดแดงสดสามารถพบได้ทั้งในริดสีดวงและแผลปริขอบทวาร ขณะที่เลือดร่วมกับมูกหรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงอาจเกิดจากโรคอื่นของลำไส้ ส่วนอุจจาระสีดำหรือดำคล้ายยางมะตอยอาจสัมพันธ์กับเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนที่สูงขึ้น

ถ่ายเป็นเลือดสด แต่ไม่เจ็บ ใช่ริดสีดวงไหม?

“เป็นไปได้ แต่ยังยืนยันไม่ได้” ลักษณะเลือดแดงสดโดยไม่มีอาการปวด พบได้ในริดสีดวงภายใน เนื่องจากริดสีดวงภายในที่ยังไม่ยื่นออกมามักไม่ทำให้ปวด แต่การไม่มีอาการปวดไม่ได้ช่วยยืนยันว่าเป็นริดสีดวง เพราะโรคอื่นก็สามารถทำให้เลือดออกโดยไม่เจ็บได้เช่นกัน ดังนั้นถ้ามีเลือดออกซ้ำ ๆ แม้จะไม่เจ็บ ก็ไม่ควรใช้เพียงอาการนี้วินิจฉัยตัวเองว่าเป็นริดสีดวงแล้วซื้อยามาใช้ต่อเนื่องโดยไม่หาสาเหตุ

ถ่ายเป็นเลือดและเจ็บแสบ อาจไม่ใช่ริดสีดวง

หากมีอาการเจ็บแสบหรือปวดมากขณะอุจจาระผ่าน ร่วมกับเลือดแดงสด อีกสาเหตุหนึ่งที่ควรนึกถึงคือ แผลปริขอบทวาร (Anal fissure) ซึ่งเป็นรอยฉีกเล็ก ๆ บริเวณปากทวาร และมักสัมพันธ์กับอาการปวดหรือแสบขณะถ่าย จุดนี้เป็นความแตกต่างที่คนทั่วไปมักสับสน เพราะทั้งริดสีดวงและแผลปริขอบทวารสามารถมีเลือดแดงสดได้

  • ริดสีดวงภายใน → เลือดแดงสดและอาจไม่เจ็บ
  • แผลปริขอบทวาร → เลือดแดงสดร่วมกับเจ็บแสบเวลาถ่ายพบได้บ่อย

เลือดปนอยู่ในอุจจาระ ยังใช่ริดสีดวงไหม?

หากเลือดดูเหมือนปนอยู่กับเนื้ออุจจาระ แทนที่จะติดอยู่ด้านนอก หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น 

  • มีมูกปน
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • ปวดหรือบิดท้อง
  • ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไป
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • เหนื่อยหรืออ่อนเพลียผิดปกติ

ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากริดสีดวงโดยอัตโนมัติ เพราะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนล่างยังเกิดจากโรคลำไส้อักเสบ ติ่งเนื้อ ลำไส้ใหญ่อักเสบ และมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรงได้ โดยเฉพาะเลือดออกทางทวารร่วมกับพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป เป็นข้อมูลที่ควรนำมาประเมินร่วมกัน ไม่ควรรักษาแบบริดสีดวงไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

อุจจาระดำใช่เลือดจากริดสีดวงไหม?

โดยทั่วไปไม่ใช่ลักษณะปกติของเลือดจากริดสีดวง ริดสีดวงมักทำให้เห็นเลือดแดงสด ส่วนอุจจาระที่ดำคล้ายยางมะตอย อาจเกิดจากเลือดที่ผ่านการย่อยจากทางเดินอาหารส่วนที่สูงขึ้น เช่น กระเพาะอาหารหรือลำไส้ส่วนต้น อย่างไรก็ตาม อุจจาระสีดำไม่ได้เกิดจากเลือดทุกครั้ง เพราะอาหารหรือยาบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก สามารถทำให้อุจจาระมีสีเข้มได้เช่นกัน

ถ่ายเป็นเลือดเมื่อไรควรรีบไปโรงพยาบาล?

เลือดออกเล็กน้อยกับเลือดออกมากมีความเร่งด่วนแตกต่างกัน แต่ควรได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนหากมีอาการ เช่น

  • เลือดออกไม่หยุด
  • เลือดออกปริมาณมาก
  • มีลิ่มเลือดจำนวนมาก
  • หน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเป็นลม
  • ใจเต้นเร็ว ซีด เหงื่อออก ตัวเย็น หรือสับสน
  • อุจจาระดำคล้ายยางมะตอยร่วมกับอาการผิดปกติ
  • มีเลือดออกพร้อมปวดท้องรุนแรง

เลือดออกในทางเดินอาหารที่รุนแรงสามารถทำให้เกิดภาวะช็อกได้ จึงไม่ควรรอดูอาการเองหากเลือดออกมากหรือมีอาการของการเสียเลือดร่วมด้วย

สรุป

ถ่ายเป็นเลือดสามารถเกิดจากริดสีดวงได้ โดยเฉพาะเลือดสีแดงสดหลังถ่ายที่ติดกระดาษชำระ เคลือบด้านนอกของอุจจาระ หรือหยดลงในโถ และอาจไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ดูว่าเลือดเป็นสีอะไร แต่ต้องพิจารณาปริมาณ ความถี่ และอาการอื่นร่วมด้วย หากเลือดออกซ้ำ เลือดปนในอุจจาระ พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป หรือมีอาการผิดปกติอื่น ไม่ควรสรุปว่าเป็นริดสีดวงโดยไม่ตรวจหาสาเหตุ 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ่ายเป็นเลือดสดแต่ไม่เจ็บ เป็นริดสีดวงไหม?
A: เป็นไปได้ เพราะริดสีดวงภายในมักทำให้มีเลือดแดงสดโดยไม่ปวด แต่โรคอื่นก็สามารถทำให้เลือดออกโดยไม่เจ็บได้เช่นกัน จึงไม่สามารถยืนยันจากอาการนี้เพียงอย่างเดียว

Q: เลือดจากริดสีดวงเป็นสีอะไร?
A: โดยทั่วไปมักเป็นสีแดงสด อาจติดกระดาษชำระ เคลือบด้านนอกอุจจาระ หรือหยดลงในโถหลังถ่าย

Q: ถ่ายเป็นเลือดทุกครั้งอันตรายไหม?
A: ไม่สามารถตัดสินความรุนแรงจากความถี่เพียงอย่างเดียว แต่หากมีเลือดออกซ้ำควรหาสาเหตุ เพราะเลือดออกทางทวารไม่ได้เกิดจากริดสีดวงเพียงโรคเดียว

Q: ถ่ายเป็นเลือดควรกินยาริดสีดวงเลยไหม?
A: หากยังไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรใช้การตอบสนองต่อยาริดสีดวงเป็นวิธียืนยันโรค โดยเฉพาะเมื่อมีเลือดออกซ้ำ มีอาการอื่นร่วม หรือไม่เคยได้รับการประเมิน เพราะอาจทำให้การตรวจหาสาเหตุอื่นล่าช้าได้

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Senolis Ointment (เซโนลิส ออยท์เมนท์)

Senolis Ointment

ทางเดินอาหาร

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top