หัวใจเต้นเร็วเกิดได้ทั้งจากการตอบสนองตามปกติของร่างกายและจากความผิดปกติ เช่น ออกกำลังกาย ตื่นเต้น เครียด มีไข้ ขาดน้ำ ภาวะซีด ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด สิ่งสำคัญจึงต้องดูว่าเกิดในสถานการณ์ใด นานเท่าไร และมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่
หัวใจเต้นเร็วแค่ไหน ถึงเรียกว่าเร็ว?
ในผู้ใหญ่ขณะพัก อัตราการเต้นของหัวใจโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 60–100 ครั้งต่อนาที ส่วนคำว่า Tachycardia หมายถึงอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก
หัวใจเต้นเร็วแบบปกติ เกิดขึ้นได้อย่างไร?
หัวใจของเราไม่ได้เต้นด้วยความเร็วเท่ากันตลอดทั้งวัน อัตราการเต้นจะปรับขึ้นลงตามความต้องการของร่างกาย ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ การออกกำลังกาย เมื่อเดินเร็ว วิ่ง หรือออกแรง กล้ามเนื้อต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น หัวใจจึงเต้นเร็วขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เมื่อหยุดพัก อัตราการเต้นของหัวใจก็ค่อย ๆ ลดลง นอกจากการออกกำลังกายแล้ว หัวใจยังอาจเต้นเร็วขึ้นชั่วคราวจาก
- ความตื่นเต้น ตกใจ หรือความเครียด
- มีไข้
- อากาศร้อน
- การออกแรง
- คาเฟอีนหรือสารกระตุ้นในบางคน
ในสถานการณ์เหล่านี้ หัวใจที่เต้นเร็วอาจเป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติเสมอไป
หัวใจเต้นเร็วแบบผิดปกติ ต่างกันอย่างไร?
ควรให้ความสนใจมากขึ้นเมื่อหัวใจเต้นเร็วทั้งที่ไม่มีเหตุผลชัดเจน เช่น นั่งพักอยู่เฉย ๆ แต่ชีพจรเร็วต่อเนื่อง หรือเกิดเป็นช่วง ๆ อย่างฉับพลันโดยไม่สัมพันธ์กับการออกแรง สาเหตุสามารถแบ่งแบบง่าย ๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม
1. หัวใจเต้นเร็วเพราะร่างกายกำลังตอบสนองต่อปัญหาอื่น
หัวใจอาจไม่ได้เป็นต้นเหตุ แต่กำลังเต้นเร็วเพื่อชดเชยหรือรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น
- มีไข้ ร่างกายมีการเผาผลาญเพิ่มขึ้น ทำให้ชีพจรเร็วขึ้น
- ขาดน้ำ ปริมาณเลือดหมุนเวียนลดลง หัวใจอาจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อรักษาการไหลเวียน
- ภาวะซีด เลือดนำออกซิเจนได้น้อยลง หัวใจจึงอาจทำงานเพิ่มขึ้น
- ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ฮอร์โมนไทรอยด์ที่มากเกินสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและใจสั่น
- เสียเลือดมาก อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วเพื่อรักษาการไหลเวียนเลือด
- ยาหรือสารกระตุ้นบางชนิด สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้
2. หัวใจเต้นเร็วจากความผิดปกติของจังหวะหัวใจ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งเกิดจากระบบไฟฟ้าที่ควบคุมจังหวะหัวใจ ตัวอย่างเช่น
- Supraventricular Tachycardia (SVT) หัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่มีต้นกำเนิดเหนือหัวใจห้องล่าง
- Atrial Fibrillation (AF) หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะและไม่สม่ำเสมอ
- Atrial Flutter การเต้นผิดจังหวะที่เกิดบริเวณหัวใจห้องบน
- Ventricular Tachycardia (VT) หัวใจเต้นเร็วที่มีต้นกำเนิดจากหัวใจห้องล่าง ซึ่งบางกรณีอาจเป็นภาวะอันตราย
ถ้านั่งเฉย ๆ แล้วหัวใจเต้นเร็ว ควรสังเกตอะไร?
หากรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขณะพัก ลองจับชีพจรหรือใช้เครื่องวัดที่มีอยู่ และจดข้อมูลไว้ ได้แก่
- ชีพจรประมาณกี่ครั้งต่อนาที
- จังหวะสม่ำเสมอหรือไม่
- เริ่มเร็วขึ้นทันทีหรือค่อย ๆ เร็วขึ้น
- เป็นนานกี่วินาทีหรือนาที
- ก่อนหน้านั้นออกแรง ดื่มกาแฟ หรือมีความเครียดหรือไม่
- มีไข้ ท้องเสีย อาเจียน หรืออาจมีภาวะขาดน้ำหรือไม่
- มีอาการอื่น เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อย หน้ามืด หรือเป็นลมหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกได้เบื้องต้นว่าอัตราหัวใจที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับสถานการณ์ใด และช่วยในการหาสาเหตุหากอาการเกิดซ้ำ
หัวใจเต้นเร็วแบบไหนควรระวัง?
ควรให้ความสำคัญกับสถานการณ์และอาการร่วม หากหัวใจเต้นเร็วร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หายใจลำบากมาก
- หน้ามืดหรือเวียนศีรษะรุนแรง
- เป็นลมหรือหมดสติ
- หัวใจเต้นเร็วมากและอาการไม่ดีขึ้น
นอกจากนี้ หากหัวใจเต้นเร็วขณะพักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แม้ไม่มีอาการฉุกเฉิน ก็ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากโรคหรือภาวะอื่นของร่างกาย หรือมีหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย
หัวใจเต้นเร็ว ตรวจอย่างไร?
การประเมินอาจประกอบด้วย
- วัดชีพจรและความดันโลหิต
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG
- ตรวจเลือด เช่น ภาวะซีด เกลือแร่ หรือการทำงานของไทรอยด์ ตามความเหมาะสม
- ใช้ Holter monitor หากอาการเป็น ๆ หาย ๆ และไม่เกิดขณะตรวจ ECG
- ตรวจหัวใจเพิ่มเติมตามอาการและปัจจัยเสี่ยง
การตรวจ ECG มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นว่าหัวใจที่กำลังเต้นเร็วนั้นยังเป็นจังหวะ sinus ตามปกติ หรือเกิดจาก arrhythmia ชนิดอื่น
สรุป
หัวใจเต้นเร็วไม่ได้หมายความว่าหัวใจผิดปกติเสมอไป หากเกิดระหว่างออกกำลังกาย ตื่นเต้น เครียด หรือมีไข้ อาจเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย แต่หากหัวใจเต้นเร็วขณะพักโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เกิดซ้ำบ่อย หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรหาสาเหตุเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
Q: หัวใจเต้นเกิน 100 ครั้งต่อนาทีถือว่าผิดปกติไหม?
A: ในผู้ใหญ่ขณะพัก มากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีเรียกว่า tachycardia แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหรืออันตรายทุกครั้ง ต้องพิจารณาสาเหตุและสถานการณ์ร่วมด้วย
Q: ออกกำลังกายแล้วหัวใจเต้นเร็วเป็นอันตรายไหม?
A: หัวใจเต้นเร็วขึ้นระหว่างออกกำลังกายเป็นการตอบสนองตามปกติ เพราะร่างกายต้องการเลือดและออกซิเจนเพิ่มขึ้น แต่ควรให้ความสำคัญหากมีเจ็บหน้าอก เป็นลม หรือหายใจลำบากผิดปกติร่วมด้วย
Q: หัวใจเต้นเร็วตอนพักเกิดจากความเครียดได้ไหม?
A: ได้ ความเครียดและความวิตกกังวลสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่หากเกิดซ้ำบ่อย ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากความเครียดโดยอัตโนมัติ เพราะยังมีสาเหตุอื่น เช่น ซีด ไทรอยด์ ยา สารกระตุ้น และหัวใจเต้นผิดจังหวะ
Q: หัวใจเต้นเร็วคือหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป หัวใจสามารถเต้นเร็วแต่ยังเป็นจังหวะปกติได้ เช่น ขณะออกกำลังกาย ส่วนหัวใจเต้นผิดจังหวะหมายถึงความผิดปกติของอัตราหรือจังหวะหัวใจ ซึ่งอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอก็ได้
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









