โลหิตจางเกิดได้จาก 3 กลไกหลัก คือ ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง มีการสูญเสียเลือด หรือเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ แต่ละกลไกมีสาเหตุได้หลายอย่าง ตั้งแต่ขาดธาตุเหล็กหรือวิตามิน ประจำเดือนมามาก โรคไต โรคเรื้อรัง ไปจนถึงโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นคำว่า “โลหิตจาง” จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนขาดธาตุเหล็ก และการหาสาเหตุเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเลือกวิธีรักษา
โลหิตจางเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เม็ดเลือดแดงสร้างขึ้นในไขกระดูกและหมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด โดยมีฮีโมโกลบิน (Hemoglobin: Hb) ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากจำนวนเม็ดเลือดแดงหรือปริมาณฮีโมโกลบินลดลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ จะเกิดภาวะโลหิตจางขึ้น ซึ่งสามารถอธิบายสาเหตุแบบง่าย ๆ ได้ 3 ทาง คือ
- สร้างไม่พอ ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยหรือสร้างได้ไม่สมบูรณ์
- เสียออกไป มีการสูญเสียเลือดมากหรือเสียเลือดเรื้อรัง
- ถูกทำลายเร็ว เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าที่ร่างกายสร้างทดแทน

1. ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง
เป็นกลไกที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่มีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับสร้างเม็ดเลือดแดง หรือกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงทำงานได้ไม่เต็มที่
- ขาดธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญของฮีโมโกลบิน เมื่อร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ การสร้างฮีโมโกลบินและเม็ดเลือดแดงจึงได้รับผลกระทบ และหากขาดมากขึ้นจน Hb ต่ำ จะเกิดโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia)
- ขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลต วิตามิน B12 และโฟเลตมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง หากได้รับไม่เพียงพอหรือมีปัญหาการดูดซึม อาจทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติและเกิดโลหิตจางได้
- โรคไตและโรคเรื้อรังบางชนิด ไตมีส่วนในการควบคุมการสร้างเม็ดเลือดแดงผ่านฮอร์โมน erythropoietin (EPO) ดังนั้นเมื่อไตทำงานลดลง การกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงอาจลดลงตามไปด้วย
2. ร่างกายเสียเลือดมากกว่าที่สร้างทดแทน
อีกสาเหตุสำคัญของโลหิตจางคือ การสูญเสียเลือด ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น อุบัติเหตุหรือเลือดออกมาก หรือค่อย ๆ เสียเลือดทีละน้อยเป็นเวลานานจนสังเกตได้ยาก ตัวอย่างที่พบได้ ได้แก่
- ประจำเดือนมามากหรือมานาน
- เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
- เลือดออกจากแผลหรือการบาดเจ็บ
- การเสียเลือดระหว่างหรือหลังคลอด
โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนมามากเป็นประจำ ร่างกายอาจสูญเสียธาตุเหล็กไปพร้อมกับเลือด หากสูญเสียมากกว่าที่ได้รับกลับคืน ธาตุเหล็กสะสมจะค่อย ๆ ลดลง และอาจพัฒนาไปสู่โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้
3. เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ
โดยปกติร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่เพื่อทดแทนเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ แต่หากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วจนร่างกายสร้างทดแทนไม่ทัน ก็สามารถทำให้เกิด ภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic Anemia) ได้ สาเหตุมีหลายกลุ่ม เช่น
- โรคทางพันธุกรรมบางชนิดที่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบิน
- ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบางชนิด
- การติดเชื้อบางชนิด
- ยาหรือปัจจัยกระตุ้นบางอย่างในผู้ที่มีความไวเฉพาะ
ตัวอย่างโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจาง ได้แก่ ธาลัสซีเมีย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจางในหลายพื้นที่ของโลก
โลหิตจางไม่ได้แปลว่าขาดธาตุเหล็กเสมอไป
คนที่ขาดธาตุเหล็กในระยะแรกอาจยังมีค่า Hb อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงยังไม่ถือว่าเป็นโลหิตจาง ขณะเดียวกัน คนที่มีโลหิตจางก็อาจมีสาเหตุจากการขาดวิตามิน โรคไต โรคเรื้อรัง การเสียเลือด หรือความผิดปกติของเม็ดเลือด โดยไม่ได้ขาดธาตุเหล็กก็ได้ WHO จึงเตือนว่าการใช้คำว่า iron deficiency และ anemia แทนกัน อาจทำให้มองข้ามสาเหตุอื่นของภาวะโลหิตจาง
รู้ได้อย่างไรว่าโลหิตจางเกิดจากสาเหตุไหน?
อาการอย่างซีด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือใจสั่น ไม่สามารถบอกสาเหตุของโลหิตจางได้อย่างแน่นอน จึงต้องดูผลตรวจเลือดร่วมด้วย การตรวจ CBC สามารถช่วยดูค่า Hb และลักษณะของเม็ดเลือดแดง เช่น ขนาดของเม็ดเลือด ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยให้ค้นหาสาเหตุต่อไปได้ จากนั้นอาจมีการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น ระดับ ferritin เพื่อประเมินธาตุเหล็ก หรือการตรวจอื่นตามสาเหตุที่สงสัย
สรุป
โลหิตจางเกิดจากกลไกหลัก 3 อย่าง คือ ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง สูญเสียเลือด หรือเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ แต่เบื้องหลังแต่ละกลไกยังมีสาเหตุแตกต่างกัน ตั้งแต่การขาดธาตุเหล็กและวิตามิน ประจำเดือนมามาก โรคเรื้อรัง ไปจนถึงโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นเมื่อตรวจพบโลหิตจาง สิ่งสำคัญคือการค้นหาต้นเหตุ ไม่ควรสรุปทันทีว่าเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก เพราะการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: โลหิตจางส่วนใหญ่เกิดจากการขาดธาตุเหล็กใช่ไหม?
A: การขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุด้านโภชนาการที่สำคัญของโลหิตจาง แต่ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด โลหิตจางยังเกิดจากการขาดวิตามิน การเสียเลือด โรคเรื้อรัง การติดเชื้อ และโรคทางพันธุกรรมได้
Q: กินอาหารน้อยทำให้โลหิตจางได้ไหม?
A: ได้ หากทำให้ได้รับธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามิน B12 หรือสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดไม่เพียงพอ แต่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย
Q: ประจำเดือนมามากทำให้โลหิตจางได้หรือไม่?
A: ได้ การเสียเลือดจากประจำเดือนมากอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กและนำไปสู่โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้
Q: ตรวจพบ Hb ต่ำ แปลว่าขาดธาตุเหล็กหรือไม่?A: ไม่เสมอไป ค่า Hb ต่ำบอกว่ามีภาวะโลหิตจางเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่ไม่ได้บอกสาเหตุ จำเป็นต้องดูข้อมูลอื่นและอาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาต้นเหตุ
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









