ริดสีดวงระยะ 1 2 3 4 แบ่งตามระดับการยื่นออกมาของ “ริดสีดวงภายใน” ไม่ได้แบ่งจากขนาดของก้อนหรือปริมาณเลือดที่ออกเพียงอย่างเดียว โดยระยะ 1 ก้อนยังไม่ยื่นออกนอกทวาร ระยะ 2 ยื่นขณะเบ่งแต่กลับเข้าเอง ระยะ 3 ยื่นออกมาและต้องใช้มือดันกลับ ส่วนระยะ 4 ก้อนยื่นค้างและไม่สามารถดันกลับได้ ระบบนี้เรียกว่า Goligher classification และยังเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแบ่งระดับริดสีดวงภายใน
ก่อนเช็กระยะ ต้องรู้ก่อนว่า Grade 1–4 ใช้กับริดสีดวงภายใน
ริดสีดวงแบ่งตามตำแหน่งได้เป็นริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก แต่ระบบ Grade I–IV ที่มักเรียกกันว่า “ริดสีดวงระยะ 1–4” ใช้แบ่งริดสีดวงภายในตามระดับการยื่นของก้อน
ริดสีดวงระยะ 1 2 3 4 ดูอย่างไร?

ริดสีดวงระยะ 1: ก้อนยังไม่ยื่นออกมา
Grade I เป็นริดสีดวงภายในที่เนื้อเยื่อริดสีดวงมีการโป่ง แต่ยังไม่ยื่นออกมานอกช่องทวาร ดังนั้นผู้ที่เป็นระยะนี้อาจมองไม่เห็นหรือคลำไม่พบก้อนจากภายนอก อาการที่อาจพบคือ เลือดสีแดงสดขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ อาจไม่มีอาการปวดร่วมด้วย
ริดสีดวงระยะ 2: ยื่นออกมาแล้วกลับเข้าเอง
เมื่อเป็น Grade II ก้อนริดสีดวงภายในจะยื่นออกมาจากช่องทวารขณะถ่ายหรือออกแรงเบ่ง แต่เมื่อหยุดเบ่งแล้ว ก้อนสามารถกลับเข้าไปด้านในได้เอง โดยไม่ต้องใช้นิ้วช่วยดัน
ริดสีดวงระยะ 3: ก้อนยื่นแล้วต้องใช้มือดันกลับ
Grade III แตกต่างจากระยะ 2 ตรงที่เมื่อก้อนยื่นออกมาแล้วไม่สามารถกลับเข้าไปเอง ต้องใช้มือช่วยดันกลับเข้าไป ก้อนอาจยื่นออกมาขณะถ่ายหรือออกแรง และบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เลือดออก คัน มีมูกหรือความชื้นบริเวณทวาร และรู้สึกรำคาญจากก้อน
ริดสีดวงระยะ 4: ก้อนยื่นค้างและดันกลับไม่ได้
Grade IV คือริดสีดวงภายในที่ยื่นออกมาด้านนอกอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ ผู้ที่มีก้อนลักษณะนี้ควรได้รับการประเมิน เพราะนอกจากก้อนที่ยื่นค้างแล้ว อาจมีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น การระคายเคือง บวม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในบางราย
ริดสีดวงระยะไหนต้องรักษาอย่างไร?
การรักษาไม่ได้กำหนดจาก Grade เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปจะเริ่มจากการแก้ปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบ เช่น เพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม ลดการเบ่ง และหลีกเลี่ยงการนั่งบนโถส้วมนาน สำหรับผู้ที่ยังมีอาการ อาจพิจารณาวิธีรักษาเพิ่มเติมตามลักษณะโรค เช่น
- Grade I–II และ Grade III บางราย: อาจพิจารณาหัตถการแบบผู้ป่วยนอก เช่น การรัดยางริดสีดวง ผู้ป่วย Grade I–II และ Grade III บางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคองสามารถรักษาด้วยหัตถการในคลินิกได้ และถือว่าการรัดยางเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในกลุ่มหัตถการดังกล่าว
- Grade III–IV บางราย: อาจพิจารณาการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมีริดสีดวงภายนอกร่วมด้วย มีอาการมาก หรือวิธีอื่นไม่ได้ผล แต่ไม่ได้หมายความว่า Grade III ทุกคนต้องผ่าตัด
บทบาทของยาสมุนไพรจีนในการดูแลริดสีดวงทวาร
ในทัศนะการแพทย์จีน ริดสีดวงทวารที่มีอาการปวด บวม แดง แสบร้อน ระคายเคืองบริเวณทวาร มีเลือดออก หรือมีก้อนริดสีดวง เกี่ยวข้องกับภาวะที่เรียกว่า “ความร้อนและความชื้นสะสม” การรักษาในทางการแพทย์แผนจีนจึงต้องดูแลทั้งภายในและภายนอกไปพร้อม ๆ กัน ตำรับยาสมุนไพรจีนสำหรับใช้ภายนอกประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เช่น Diyu, Dihuang, Danggui, Taoren, Huanglian ฯลฯ มีสรรพคุณระบายความร้อน ลดอาการบวมและระคายเคือง ช่วยห้ามเลือด และส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่มีอาการ จึงนำมาใช้ดูแลอาการของริดสีดวงทวารบางลักษณะ เช่น บวม เจ็บ แสบร้อน หรือมีเลือดออก
สรุป
ริดสีดวงระยะ 1 2 3 4 เป็นการแบ่ง ริดสีดวงภายในตามระดับการยื่นของก้อน โดยระยะ 1 ก้อนยังอยู่ภายใน ระยะ 2 ยื่นออกมาแล้วกลับเข้าเอง ระยะ 3 ต้องใช้มือดันกลับ และระยะ 4 ก้อนยื่นค้างจนดันกลับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขระยะไม่ได้บอกความรุนแรงของอาการทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าระยะสูงจะต้องผ่าตัดเสมอ การเลือกวิธีรักษาจึงต้องพิจารณาทั้งระยะ อาการเลือดออก ความรำคาญจากก้อน และผลกระทบต่อชีวิตประจำวันร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ริดสีดวงระยะ 1 มีก้อนออกมาไหม?
A: ไม่มี ริดสีดวงภายใน Grade I ยังไม่ยื่นออกมานอกช่องทวาร แต่อาจมีเลือดออกได้
Q: ริดสีดวงระยะ 2 กับระยะ 3 ต่างกันตรงไหน?
A: ดูที่การกลับเข้าไปของก้อนเป็นหลัก ระยะ 2 ก้อนยื่นออกมาแล้วกลับเข้าเอง ส่วนระยะ 3 ต้องใช้มือช่วยดันกลับ
Q: ริดสีดวงระยะ 4 ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
A: การรักษาต้องประเมินเป็นรายบุคคล แต่ Grade IV เป็นกลุ่มที่อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหรือมีริดสีดวงภายนอกร่วมด้วย
Q: ริดสีดวงภายนอกมีระยะ 1–4 ไหม?
A: ระบบ Grade I–IV ใช้สำหรับริดสีดวงภายใน โดยแบ่งตามระดับการยื่นของก้อน ไม่ได้ใช้แบ่งริดสีดวงภายนอกในลักษณะเดียวกัน
บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)









