หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  โลหิตจางมีอาการอย่างไร? เช็กอาการซีด เหนื่อยง่าย เวียนหัว

โลหิตจางมีอาการอย่างไร? เช็กอาการซีด เหนื่อยง่าย เวียนหัว

อาการโลหิตจางมีอะไรบ้าง? เช็กอาการซีด เหนื่อยง่าย เวียนหัว

อาการโลหิตจางที่พบได้บ่อย ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ซีด เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หายใจเหนื่อย และใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะโลหิตจางเพียงเล็กน้อยอาจแทบไม่รู้สึกผิดปกติเลย อาการจึงใช้เป็นเพียงข้อสังเกต ไม่สามารถยืนยันภาวะโลหิตจางได้โดยไม่ตรวจเลือด

ทำไมโลหิตจางจึงทำให้เหนื่อยง่าย?

เม็ดเลือดแดงมี ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin: Hb) ทำหน้าที่นำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย เมื่อมีภาวะโลหิตจาง ปริมาณเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินไม่เพียงพอ ความสามารถในการนำออกซิเจนจึงลดลง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอาการหลายอย่างของโลหิตจางจึงเกี่ยวข้องกัน เช่น

  • กล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนน้อยลง → เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
  • ร่างกายพยายามส่งเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อมากขึ้น → หัวใจเต้นเร็วหรือใจสั่น
  • เมื่อออกแรง ร่างกายต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น → เหนื่อยหรือหายใจไม่ทันง่ายกว่าปกติ

ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระดับของภาวะโลหิตจาง สาเหตุ และความเร็วในการเกิดภาวะดังกล่าว

อาการโลหิตจางที่พบบ่อย

1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง

เป็นอาการสำคัญที่พบได้ในภาวะโลหิตจาง บางคนอาจรู้สึกว่าทำกิจกรรมเดิมแล้วเหนื่อยกว่าปกติ เช่น เดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายได้ไม่นานเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม เหนื่อยง่ายไม่ได้หมายความว่าเป็นโลหิตจางเสมอไป เพราะเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน

2. ผิวหรือเยื่อบุดูซีด

ภาวะโลหิตจางอาจทำให้ผิวดูซีดกว่าปกติ แต่สีผิวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยได้ และความซีดอาจสังเกตได้ยากในผู้ที่มีสีผิวแตกต่างกัน ดังนั้น หากรู้สึกว่าตัวเองซีดร่วมกับเหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ควรพิจารณาอาการโดยรวมมากกว่าดูจากสีผิวเพียงอย่างเดียว

3. เวียนศีรษะ หน้ามืด

เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจเกิดอาการเวียนศีรษะ มึนศีรษะ หรือหน้ามืดได้ และในบางรายอาจเป็นลม โดยเฉพาะเมื่อภาวะโลหิตจางมีความรุนแรงมากขึ้น

4. หายใจเหนื่อยง่าย

บางคนสังเกตว่าตัวเอง หอบหรือเหนื่อยเมื่อทำกิจกรรมที่แต่เดิมทำได้ตามปกติ เนื่องจากร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้นขณะออกแรง แต่เลือดมีความสามารถในการนำออกซิเจนลดลง

5. ใจเต้นเร็วหรือใจสั่น

หัวใจอาจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้นเพื่อชดเชยการนำออกซิเจนที่ลดลง ผู้ที่มีโลหิตจางบางรายจึงรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือรับรู้การเต้นของหัวใจชัดกว่าปกติ

6. ปวดศีรษะ

อาการปวดศีรษะเป็นอีกหนึ่งอาการที่พบได้ในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง แต่เช่นเดียวกับอาการเหนื่อยและเวียนศีรษะ อาการนี้ไม่จำเพาะกับโลหิตจาง จึงต้องพิจารณาร่วมกับอาการอื่นและผลตรวจเลือด

7. มือและเท้าเย็น

ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางบางรายอาจรู้สึกว่ามือหรือเท้าเย็นกว่าปกติ ซึ่งอาการมือเท้าเย็นเป็นหนึ่งในอาการที่อาจพบร่วมกับภาวะโลหิตจางได้

ทำไมบางคนเป็นโลหิตจางแต่ไม่มีอาการ?

เป็นไปได้ โดยเฉพาะภาวะโลหิตจางที่ไม่รุนแรง ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการในช่วงแรก และอาการมักชัดขึ้นเมื่อภาวะโลหิตจางรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ หากโลหิตจางค่อย ๆ เกิดขึ้น ร่างกายอาจมีเวลาปรับตัว ทำให้อาการไม่เด่นชัดเท่ากับภาวะที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการแบบไหนที่อาจบอกใบ้ถึงสาเหตุ?

อาการโลหิตจางหลายอย่างคล้ายกัน เช่น ซีด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือใจสั่น แต่หากมีอาการหรือเหตุการณ์บางอย่างร่วมด้วย อาจช่วยให้เห็นแนวทางว่าสาเหตุของโลหิตจางมาจากอะไร เช่น

  • เหนื่อยง่าย ซีด + ประจำเดือนมามากหรือนานกว่าปกติ อาจต้องนึกถึงการเสียเลือดเรื้อรัง ซึ่งสามารถทำให้ธาตุเหล็กในร่างกายลดลงและเกิดโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้
  • เหนื่อยง่าย ซีด + เล็บเปราะ หรืออยากเคี้ยวน้ำแข็งบ่อย ๆ อาการเหล่านี้พบร่วมกับภาวะขาดธาตุเหล็กได้ โดยเฉพาะความอยากกินหรือเคี้ยวสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร ซึ่งเรียกว่า Pica
  • เหนื่อย ซีด + ชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มที่มือและเท้าอาการทางระบบประสาทร่วมกับภาวะโลหิตจางอาจทำให้นึกถึงการขาดวิตามิน B12 ซึ่งแตกต่างจากภาวะขาดธาตุเหล็ก
  • เหนื่อยง่าย ซีด + มีโรคเรื้อรังอยู่เดิม โรคบางชนิด เช่น โรคไตหรือโรคที่มีการอักเสบเรื้อรัง สามารถเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางได้ จึงควรพิจารณาโรคประจำตัวร่วมกับผลตรวจเลือด

อย่างไรก็ตาม รูปแบบอาการเหล่านี้ใช้เป็นเพียงเบาะแส ไม่สามารถบอกสาเหตุได้แน่นอน เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน การตรวจเลือดและการประเมินเพิ่มเติมจึงยังจำเป็นในการหาสาเหตุที่แท้จริง

มีอาการโลหิตจาง ตรวจอะไรถึงจะรู้?

แม้จะมีอาการซีด เหนื่อยง่าย หรือเวียนศีรษะ ก็ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นโลหิตจางได้ เพราะอาการเหล่านี้เกิดจากภาวะอื่นได้เช่นกัน การประเมินภาวะโลหิตจางจึงต้องอาศัยการตรวจเลือด โดยค่าที่สำคัญคือ Hemoglobin (Hb) และการตรวจ Complete Blood Count (CBC) ซึ่งช่วยประเมินเซลล์เม็ดเลือดและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุ หากตรวจพบโลหิตจาง อาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพราะการรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าโลหิตจางเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามิน การเสียเลือด โรคเรื้อรัง หรือสาเหตุอื่น

สรุป

อาการโลหิตจางที่พบได้บ่อย ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด เวียนศีรษะ หายใจเหนื่อย ใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ และมือเท้าเย็น แต่ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละคน และผู้ที่มีโลหิตจางเล็กน้อยอาจไม่มีอาการเลย ที่สำคัญ อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะกับโลหิตจาง จึงไม่ควรใช้เพียงอาการในการวินิจฉัย หากสงสัยควรตรวจเลือดเพื่อดูระดับ Hb และค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

คำถามที่พบบ่อย

Q: โลหิตจางต้องมีอาการซีดทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็น ผู้ที่มีโลหิตจางเล็กน้อยอาจไม่มีอาการ และความซีดอาจสังเกตได้ไม่ชัดในแต่ละคน

Q: เหนื่อยง่ายแปลว่าเป็นโลหิตจางหรือไม่?
A: ยังสรุปไม่ได้ แม้อาการเหนื่อยง่ายจะพบได้บ่อยในภาวะโลหิตจาง แต่สามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน จึงต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อยืนยัน

Q: โลหิตจางทำให้เวียนหัวและใจสั่นได้ไหม?
A: ได้ อาการเวียนศีรษะและการเต้นของหัวใจผิดปกติเป็นอาการที่พบได้ในภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะเมื่อภาวะมีความรุนแรงมากขึ้น

Q: ไม่มีอาการแต่ค่า Hb ต่ำ เป็นโลหิตจางได้ไหม?
A: ได้ ภาวะโลหิตจางที่ไม่รุนแรงอาจไม่มีอาการ และบางคนตรวจพบจากการตรวจเลือดก่อนที่จะรู้สึกผิดปกติ

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Collatin

Collatin

การไหลเวียนเลือด // ระบบภูมิคุ้มกัน

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top