หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  เนื้องอกมดลูกมีอาการอย่างไร? สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

เนื้องอกมดลูกมีอาการอย่างไร? สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

อาการเนื้องอกมดลูก มีอะไรบ้าง? สัญญาณที่ควรสังเกต

อาการเนื้องอกมดลูกที่พบบ่อย ได้แก่ ประจำเดือนมามากหรือมานาน ปวดหรือรู้สึกหนักบริเวณท้องน้อย ท้องน้อยโต ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก หรือปวดหลัง แต่ผู้ที่มีเนื้องอกมดลูกบางคนอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ ความรุนแรงของอาการไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ขนาดก้อน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับตำแหน่งและจำนวนของเนื้องอกด้วย ดังนั้น ก้อนขนาดเล็กบางตำแหน่งอาจทำให้มีอาการชัดเจน ขณะที่บางคนมีก้อนขนาดใหญ่แต่มีอาการไม่มากก็เป็นไปได้

1. ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ

หนึ่งในอาการสำคัญของเนื้องอกมดลูกคือ ประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ โดยเฉพาะเนื้องอกที่อยู่บริเวณผนังมดลูกหรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก ลักษณะที่ควรสังเกต เช่น

  • ประจำเดือนนานเกิน 7 วัน
  • เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยผิดปกติ
  • ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยในเวลากลางคืน
  • มีลิ่มเลือดออกมาร่วมกับประจำเดือน
  • ปริมาณประจำเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

หากเสียเลือดมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง หรือมีอาการอื่นตามมา

2. ปวดหรือรู้สึกหนักบริเวณท้องน้อย

เนื้องอกมดลูกอาจทำให้รู้สึกปวด หน่วง แน่น หรือหนักบริเวณท้องน้อยและอุ้งเชิงกราน อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนรู้สึกคล้ายมีอะไรถ่วงอยู่บริเวณท้องน้อย ขณะที่บางคนมีอาการปวดประจำเดือนมากขึ้น หรือปวดบริเวณหลังส่วนล่างร่วมด้วย อาการปวดอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าเป็นเนื้องอกมดลูก เพราะอาการปวดท้องน้อยพบได้ในโรคทางนรีเวชอีกหลายชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือ adenomyosis หากมีอาการปวดต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิตประจำวัน จึงควรหาสาเหตุมากกว่าการสังเกตจากอาการเพียงอย่างเดียว

3. ท้องน้อยโตหรือรู้สึกว่าท้องใหญ่ขึ้น

หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่หรือมีหลายก้อน มดลูกอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นจนทำให้รู้สึกว่าบริเวณท้องน้อยนูนหรือโตขึ้น บางคนอาจสังเกตว่าเสื้อผ้าหรือกางเกงบริเวณเอวและท้องเริ่มแน่นขึ้น แม้น้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก

4. ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะลำบาก

อาการบางอย่างของเนื้องอกมดลูกไม่ได้เกิดจากตัวก้อนโดยตรง แต่เกิดจากการกดเบียดอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียง หากก้อนอยู่ด้านหน้าของมดลูกและมีขนาดมากพอที่จะกดกระเพาะปัสสาวะ อาจทำให้รู้สึกอยากปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือในบางรายอาจรู้สึกว่าปัสสาวะออกได้ไม่สะดวก ดังนั้น หากมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมกับรู้สึกแน่นท้องน้อยหรือประจำเดือนผิดปกติ ควรพิจารณาอาการทั้งหมดร่วมกัน ไม่ควรสรุปจากอาการใดอาการหนึ่งเพียงอย่างเดียว

5. ท้องผูกหรือถ่ายลำบาก

หากก้อนเนื้องอกอยู่บริเวณด้านหลังของมดลูกและมีขนาดใหญ่ อาจกดบริเวณลำไส้หรือทวารหนัก ทำให้ผู้ป่วยบางรายมีอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก หรือรู้สึกมีแรงกดบริเวณทวารหนัก แต่อาการท้องผูกพบได้บ่อยจากสาเหตุอื่นมากกว่า เช่น รับประทานใยอาหารไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย หรือการเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ การมีท้องผูกเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่สัญญาณจำเพาะของเนื้องอกมดลูก

6. ปวดหลังหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

ผู้ที่มีเนื้องอกมดลูกบางรายอาจมีอาการปวดหลังส่วนล่างหรือรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดหรือตำแหน่งที่ส่งผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกราน อย่างไรก็ตาม อาการทั้งสองอย่างนี้สามารถเกิดจากโรคหรือภาวะอื่นได้เช่นกัน จึงจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับประวัติประจำเดือน อาการปวด และผลการตรวจอื่น ๆ

7. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือหน้าซีด

อาการนี้ไม่ได้เกิดจากก้อนเนื้องอกโดยตรง แต่เป็นผลที่อาจตามมาจากการเสียเลือดประจำเดือนมากเป็นเวลานาน เมื่อร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าที่ได้รับ อาจเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ทำให้มีอาการ เช่น

  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยง่าย
  • ไม่มีแรง
  • หน้าซีด
  • เวียนศีรษะ
  • ใจสั่นในบางราย

ดังนั้น หากมีประจำเดือนมามากร่วมกับอาการอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงอาการจากการพักผ่อนน้อย

ทำไมบางคนมีก้อน แต่ไม่มีอาการ?

เนื้องอกมดลูกสามารถมีขนาด ตำแหน่ง และจำนวนแตกต่างกันอย่างมาก ผู้หญิงจำนวนหนึ่งจึงมีเนื้องอกมดลูกโดยไม่มีอาการ และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจทางนรีเวชหรืออัลตราซาวนด์ด้วยเหตุผลอื่น ในทางกลับกัน ก้อนที่อยู่ใกล้โพรงมดลูกอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของประจำเดือนได้ แม้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ขณะที่ก้อนที่โตออกด้านนอกมดลูกอาจแสดงอาการจากการกดเบียดเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น

อาการแบบไหนควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม?

ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุหากมีอาการ เช่น

  • ประจำเดือนมามากหรือปวดจนกระทบการใช้ชีวิต
  • ประจำเดือนนานเกิน 7 วันเป็นประจำ
  • มีเลือดออกหรือเลือดกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • ปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานต่อเนื่อง
  • ปัสสาวะลำบากหรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด
  • อ่อนเพลียหรืออ่อนแรงต่อเนื่อง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะโลหิตจาง

หากมีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมากผิดปกติอย่างเฉียบพลัน หรือปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานรุนแรงและเกิดขึ้นทันที ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน การตรวจอาจประกอบด้วยการซักประวัติ ตรวจทางนรีเวช ตรวจเลือด และอัลตราซาวนด์ ขึ้นอยู่กับอาการและความเหมาะสมของแต่ละคน

สรุป

อาการเนื้องอกมดลูกแตกต่างกันในแต่ละคน และผู้ที่มีก้อนบางรายอาจไม่มีอาการเลย อาการที่พบได้ ได้แก่ ประจำเดือนมามากหรือมานาน ปวดหรือรู้สึกหนักบริเวณท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก ปวดหลัง และอาการอ่อนเพลียจากภาวะโลหิตจาง สิ่งสำคัญคือ อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะกับเนื้องอกมดลูกเพียงโรคเดียว หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง รุนแรงขึ้น หรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ เพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q: เนื้องอกมดลูกต้องมีประจำเดือนมามากทุกคนไหม?
A: ไม่จำเป็น ผู้ที่มีเนื้องอกมดลูกบางคนไม่มีอาการเลย ขณะที่อาการของผู้ที่มีอาการจะแตกต่างกันตามตำแหน่ง ขนาด และจำนวนของก้อน

Q: เนื้องอกมดลูกทำให้ท้องโตได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะเมื่อมดลูกหรือก้อนมีขนาดใหญ่ แต่ท้องโตมีสาเหตุได้หลายอย่าง จึงไม่สามารถใช้ลักษณะหน้าท้องวินิจฉัยโรคได้

Q: ปัสสาวะบ่อยเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูกอย่างไร?
A: ก้อนที่มีขนาดหรือตำแหน่งเหมาะสมอาจกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้รู้สึกอยากปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ปัสสาวะบ่อยสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน

Q: ประจำเดือนมามากอย่างเดียวแปลว่าเป็นเนื้องอกมดลูกหรือไม่?
A: ไม่ใช่ เพราะประจำเดือนมามากมีสาเหตุได้หลายอย่าง เนื้องอกมดลูกเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุ จึงต้องประเมินร่วมกับอาการและการตรวจอื่น

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Naree Herb Cap

Naree Herb Cap

สุขภาพเพศหญิง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top